ปลายกระบอกปืนสีดำด้านที่สะท้อนกับแสงไฟนีออนสีส้มสลัวในห้องทำงาน ไม่ได้สั่นไหวเลยแม้แต่น้อย มันนิ่งสนิท ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของแขนแกร่งที่ถือมันไว้ มาร์คัสก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก แววตาคมกริบดุจสัตว์ป่าที่กำลังไล่ล่าเหยื่อในกรงขัง ทว่าเป้าหมายของมันไม่ได้มีแค่รินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างโต๊ะทำงานเท่านั้น แต่สายตาคู่นั้นกำลังจ้องมองตรงไปยังคาร์ลอส วินเซนต์ ด้วยความสะใจ
"เกมพลิกเร็วกว่าที่คิดนะ คาร์ลอส" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
รินรดากลั้นหายใจ หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก ความหวาดกลัวแล่นริ้วไปทั่วไขสันหลังเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นนิ้วชี้ของมาร์คัสที่กำลังออกแรงกดไกปืนเพิ่มขึ้นทีละน้อย ทว่าในสถานการณ์ที่เฉียดตายและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความตายคืบคลานเข้ามานี้ เจ้าของอาณาจักรวินเซนต์กลับไม่มีทีท่าหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
คาร์ลอสปรายตามองปากกระบอกปืนที่จ่อมายังตนด้วยความรู้สึกเบื่อหน่ายเสียด้วยซ้ำ ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง ดวงตาสีนิลคมกริบราวกับเหยี่ยวหิวโซจ้องมองมาร์คัสกลับด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นไม่แพ้กัน ความนิ่งสงบของมาเฟียหนุ่มยิ่งทำให้บรรยากาศภายในห้องตึงเครียดขึ้นจนแทบระเบิด
"แกคิดว่ากระสุนในรังเพลิงนั่น จะเร็วกว่าคนของฉันที่อยู่ข้างนอกหรือไง มาร์คัส" เสียงทุ้มต่ำกังวานเอ่ยขึ้นอย่างทรงอำนาจ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงความเย่อหยิ่งและดุดันที่แผ่ออกมาจากตัวตนของเขา
มาร์คัสหัวเราะในลำคอ แววตาฉายแววบ้าคลั่ง "แกคิดว่าฉันจะเข้ามาที่นี่โดยไม่เตรียมตัวมาดีงั้นเหรอ? ลูกน้องแกข้างนอก... หลับสบายดีกันหมดแล้วล่ะ"
ทันทีที่สิ้นคำพูดของมาร์คัส รินรดาก็ส่งเสียงกรีดร้องเบาๆ ด้วยความตกใจ เธอขยับถอยหลังโดยสัญชาตญาณจนสะดุดเข้ากับมุมโต๊ะทำงาน แต่ก่อนที่ร่างบางจะได้ล้มลง แขนแกร่งของคาร์ลอสก็เอื้อมมากระชากเอวบางของเธอเข้าหาตัวด้วยความเร็วราวกระสายฟ้า พลิกตัวเธอให้หลบวิถีกระสุนได้อย่างเฉียดฉิว พร้อมกับที่ร่างของเขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังของรินรดาแนบชิดกับอกแกร่ง
กลิ่นกายบุหรี่ราคาแพงผสมกับกลิ่นอายความเป็นชายอันดุดันโชยเข้าจมูก รินรดารู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอ ท่ามกลางความเป็นความตายที่อยู่ตรงหน้า คาร์ลอสกลับใช้สถานการณ์นี้ในการกักขังเธอไว้ในอ้อมแขน
"มองฉัน" เสียงกระซิบต่ำลึกดังขึ้นข้างใบหูของเธอ "อย่าละสายตาจากฉัน รินรดา"
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่นิ้วของมาร์คัสจะเหนี่ยวไกสังหาร เสียงปืนเก็บเสียงนัดหนึ่งก็ดังขึ้นจากมุมมืดด้านหลังของมาร์คัส!
*ปุ!*
กระสุนเจาะเข้าที่หัวไหล่ขวาของมาร์คัสอย่างแม่นยำ แรงกระแทกทำให้ร่างของศัตรูตัวฉกาจเซถอยหลังไปหลายก้าว ปืนในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นพรมเสียงดังสนั่น สีหน้าของมาร์คัสเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เขากุมแผลที่เลือดเริ่มซึมออกมาเป็นวงกว้าง ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความแค้นเคืองก่อนจะหันหลังวิ่งหนีหายออกไปทางประตูกลับอย่างรวดเร็ว
ความเงียบงันกลับมาเยือนห้องทำงานอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจระรัวของรินรดาที่ยังคงดังสะท้อนอยู่ในความรู้สึก
คาร์ลอสไม่ได้สนใจไล่ตาม เขาปล่อยมือจากเอวบางช้าๆ สายตาคมกริบกวาดมองสำรวจรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อความแน่ใจว่าเธอไม่ได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาที่เคยเย็นชากลับลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนาที่ถูกจุดขึ้นท่ามกลางกลิ่นควันปืน
"ปลอดภัยแล้ว" คาร์ลอสเอ่ยเสียงพร่า มือหนายกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยออกจากใบหน้าหวานอย่างทะนุถนอมในแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "ทีนี้... เรามาคุยธุระของเราต่อให้จบ"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจของเธอยังคงเต้นไม่เป็นส่ำ "ธุระ... อะไรของคุณอีก ฉันเกือบตายนะคาร์ลอส!"
"ฉันรู้" เขาตอบรับหน้าตาเฉย มุมปากหยักลึกยกยิ้มร้ายกาจ "และเพราะเธอรอดตายมาได้นี่แหละ ค่าตอบแทนที่เธอต้องจ่ายให้ฉันมันจึงเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ"
รินรดาถอยหลังกรูดจนสะโพกชนกับขอบโต๊ะทำงาน ไม่มีทางหนีอีกต่อไปแล้ว เมื่อคาร์ลอสสาวเท้าเข้ามาประชิด ใช้แขนทั้งสองข้างกักตัวเธอไว้ตรงกลาง ปิดตายทุกเส้นทางหลบหนี
"ฉันไม่มีอะไรจะให้คุณอีกแล้ว บ้านก็โดนยึด หหนี้สินของพ่อก็อยู่กับคุณ คุณต้องการอะไรจากฉันอีก คาร์ลอส!" เธอยอมสบตาเขา แม้ในนั้นจะเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและทิฐิที่ยังหลงเหลือ
"ฉันต้องการตัวเธอ" คำพูดนั้นเอ่ยออกมาอย่างไร้ความลังเล น้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังจนน่ากลัว "มาเป็นเมียลับของฉัน... อยู่ในห้องนอนฉัน บนเตียงของฉัน รับรองความเร่าร้อนที่เธอไม่มีวันลืม และหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะถูกลบCเลือนในพริบตา"
รินรดาเบิกตากว้าง ความโกรธผสมผสานกับความอัปยศพุ่งพล่านขึ้นมาในอก "คุณเห็นฉันเป็นอะไร? นางบำเรอที่นึกจะซื้อด้วยเงินเมื่อไหร่ก็ได้งั้นเหรอ? ฉันมีศักดิ์ศรีนะ!"
"ศักดิ์ศรีเหรอ?" คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอ มือหนื่อนเลื่อนขึ้นจับคางคางมน บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสจากเขา นิ้วหัวแม่มือหยาบกร้านลูบไล้ริมฝีปากอิ่มของเธอเบาๆ อย่างจงใจยั่วเย้า "ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้ รินรดา... และตอนนี้ คนเดียวที่จะปกป้องเธอจากพวกเดรัจฉานข้างนอกนั่นได้ ก็มีแค่ผู้ชายที่เธอกำลังต่อปากต่อคำด้วยอยู่นี่แหละ"
สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วของเขาแผ่ซ่านไปทั่วริมฝีปาก รินรดารู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงทั้งหมดกำลังถูกสูบหายไปในความเวิ้งว้าง ร่างกายของเธอสั่นเทา ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวตนของมาเฟียหนุ่ม รสชาติของความพ่ายแพ้เริ่มคืบคลานเข้ามาในหัวใจที่เคยแข็งแกร่ง
"ถ้าฉัน... ปฏิเสธล่ะ" เธอพยายามเค้นเสียงให้มั่นคงที่สุด แม้ว่ามันจะสั่นเครือจนน่าสมเพชก็ตาม
คาร์ลอสโน้มใบหน้าลงมาจนริมฝีปากหยักลึกอยู่ชิดใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เนียนจนเธอต้องสะท้านเยือก เสียงกระซิบพร่าต่ำดังขึ้น ราวกับคำประกาศิตจากซาตานที่ไม่มีวันให้ปฏิเสธ
"เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธตั้งแต่ว้าวุ่นก้าวเข้ามาในอาณาจักรของฉันแล้ว... รินรดา คืนนี้ เธอต้องเป็นของฉันทั้งตัวและหัวใจ"
สิ้นคำประกาศอันเย้ายวนและดุดันนั้น ริมฝีปากร้อนผ้ารlก็ทาบทับลงมาปิดกั้นทุกคำปฏิเสธ บดขยี้เรียวปากอิ่มของเธออย่างเร่าร้อน ดิบเถื่อน แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์หาที่แผดเผาทุกลมหายใจ จนรินรดาแทบละลายคาอ้อมแขน
ทว่า ในขณะที่รินรดากำลังจะพ่ายแพ้ให้กับจุมพิตอันดูดดื่มและเคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัสนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความทางโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับภาพถ่ายปริศนาที่ส่งตรงเข้ามาในเครื่องของคาร์ลอส... ภาพถ่ายของบุคคลที่รินรดารักที่สุดในชีวิต กำลังถูกมัดมือไพล่หลังอยู่หน้าปากกระบอกปืนของใครอีกคน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงเสน่หาอันตรายนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
พันธะเร้นลับมาเฟียร้ายสยบรัก•ตอนที่ 2
ข้อตกลงที่ไม่อาจปฏิเสธ
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเร้นลับมาเฟียร้ายสยบรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!