ความเงียบงันภายในห้องพักส่วนตัวชั้นบนสุดของคฤหาสน์วินเซนต์ ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับอัดแน่นไปด้วยแรงดันอากาศที่หนักอึ้ง จนแทบจะทำให้คนหายใจไม่ทั่วท้อง
"คุณมองผมด้วยสายตาแบบนั้นอีกแล้วนะ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความแหบพร่าดังขึ้น ทลายกำแพงความเงียบลงอย่างราบคาบ คาร์ลอสขยับกายเข้าหาช้าๆ ทว่ามั่นคง ราวกับราชสีห์หนุ่มที่กำลังต้อนเหยื่อผู้สูงศักดิ์ให้จนมุมชิดบานกระจกใส ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเนื้อดีที่หลุดลุ่ยเล็กน้อย ปลดกระดุมเม็ดบนออกเผยให้เห็นแผงอกกว้างและร่องรอยกล้ามเนื้อที่สะท้อนภายใต้แสงไฟสลัว
รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก เธอยืนพิงแผ่นหลังติดกับกระจกเย็นเฉียบ ขณะที่มือหนาของเขาข้างหนึ่งทาบลงบนกรอบหน้าต่าง กักขังเธอไว้ในอาณาเขตของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ แววตาดุดันคู่นั้นไม่ได้มีประกายแห่งความโกรธเกรี้ยวหรือความต้องการจะเอาชนะเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แต่ทว่ามันกลับลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของความเย็นชา
"ฉันไม่ได้มอง..." เธอกล่าวปฏิเสธเสียงแผ่วเบา พยายามเบือนหน้าหนีความร้อนรุ่มที่แผ่ซحมาจากเรือนร่างของเขา แต่ปลายนิ้วแข็งแกร่งกลับเชยคางเธอให้กลับมาสบตา "ปล่อยฉันเถอะคาร์ลอส... เรื่องของเรามันควรจะจบลงตั้งแต่วันที่คุณเลือกเส้นทางนี้แล้ว"
"จบงั้นเหรอ?" คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นพร่าต่ำและสั่นเครือเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น "คุณคิดจริงๆ หรือริน... ว่าผู้ชายอย่างคาร์ลอส วินเซนต์ จะปล่อยให้คนที่กุมหัวใจของตัวเองเดินจากไปได้ง่ายๆ หลังจากที่เราต้องผ่านนรกมาด้วยกันขนาดนี้"
นิ้วเรียวที่เคยชี้เป็นชี้ตายชีวิตคนมานักต่อนัก เอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม สัมผัสนั้นแผ่วเบาและอบอุ่นจนขอบตาของรินรดาร้อนผ่าว หัวใจที่เคยแข็งกระด้างและพยายามสร้างกำแพงป้องกันตัวเองมาตลอด สั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่แท้จริง
ไม่มีการบังคับ ไม่มีคราบน้ำตาแห่งความแค้นเคือง มีเพียงความโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้เพลิงปรารถนาอันคุกรุ่น และในวินาทีที่ริมฝีปากหยักลึกโน้มลงมาประทับบนกลีบปากนุ่มอย่างแผ่วเบa โลกทั้งใบก็ราวกับหยุดหมุน
รสจูบในค่ำคืนนี้ไม่ได้ดุดันหรือป่าเถื่อนเหมือนทุกครา แต่มันลึกซึ้งและละเมียดละไม ราวกับเป็นการบอกเล่าเรื่องราวความเจ็บปวด ความคิดถึง และความหวาดกลัวที่จะสูญเสียกันและกันไปตลอดกาล รินรดาเผยริมฝีปากออกอย่างไร้การต่อต้าน ปล่อยให้เรียวลิ้นร้อนล้ำเข้ามาตักตวงความหวานล้ำที่เธอเองก็โหยหามาเนิ่นนาน มือเรียวเล็กยกขึ้นกำปกเสื้อสูทของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว เล็บคมจิกเกร็งลงบนเนื้อผ้าเพื่อระบายความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วทุกอณูผิว
ร่างสูงช้อนตัวเธอมารวบไว้ในอ้อมกอดอย่างง่ายดาย รินรดาเกี่ยวแขนโอบรอบลำคอแกร่งของเขาโดยอัตโนมัติ ขณะที่ก้าวเดินไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่กลางห้อง คาร์ลอสวางเธอลงอย่างทะนุถนอมราวกับเธอบอบบางดั่งแก้วเจียระไน แต่สายตาที่มองลงมากลับร้อนแรงดั่งเปลวเพลิงที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้
"มองผมสิริน... มองผมให้ลึกที่สุด แล้วบอกผมหน่อยว่าคุณยังเกลียดผมอยู่ไหม"
เสียงกระซิบแหบพร่าดังอยู่ชิดริมใบหู พร้อมกับสัมผัสอุ่นร้อนที่ไล้ลงมาตามลาดไหล่เปลือยเปล่า ชุดเดรสสีเข้มถูกปลดเปลื้องออกทีละน้อยด้วยความชำนาญและความเร่าร้อนที่ทวีคูณขึ้นทุกขณะ ทุกสัมผัสที่เขามอบให้เปรียบเสมือนการปลอบประโลมและเรียกร้องในเวลาเดียวกัน ผิวเนื้อที่แนบชิดกันส่งผ่านความอบอุ่นและความต้องการที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
รินรดารู้สึกราวกับตัวเองกำลังล่องลอยอยู่บนปุยเมฆ ก่อนจะถูกกระชากกลับสู่ความเป็นจริงด้วยความวาบหวามที่เขาเป็นผู้แต่งแต้ม เสียงลมหายใจหอบกระชั้นประสานไปกับเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ มือหนาลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าของเรือนร่าง ปลุกเร้าทุกความรู้สึกให้ตื่นตัวจนเธอต้องแอ่นกายเข้าหาอย่างลืมตัว แรงปะทะของอารมณ์ความรู้สึกที่อัดอั้นมานานนับแรมเดือน พรั่งพรูออกมาผ่านสัมผัสที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนเกินกว่าจะหักห้ามใจ
ไม่มีคำพูดใดๆ มีเพียงภาษาของร่างกายและสายตาที่สื่อสารกันอย่างชัดเจนว่า... หัวใจของพวกเขาทั้งสองดวงได้ยอมจำนนต่อกันและกันอย่างสมบูรณ์แล้วในค่ำคืนนี้
แสงไฟสลัวสาดส่องกระทบเรือนร่างที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อบางเบา รินรดานอนซบอยู่บนแผงอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ มือหนาของคาร์ลอสยังคงโอบกอดกระชับเอวบางไว้แน่น ราวกับกลัวว่าตื่นมาแล้วเธอจะเป็นเพียงแค่ความฝันริมหน้าต่าง เขาก้มลงจูบหน้าผากมนเนิ่นนาน สัมผัสที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความหวงแหนอย่างที่ไม่เคยแสดงให้ใครเห็น
"คุณเป็นของผมแล้ว รินรดา... และจะไม่มีวันเป็นของใครอื่นอีก" เสียงทุ้มกระซิบคำสัญญาที่หนักแน่น ท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนที่เรารู้ใจกันและกันอย่างแท้จริง
ทว่า... ในขณะที่ความสุขสมกำลังโอบล้อมคนทั้งคู่ไว้ในห้วงภวังค์อันแสนหวาน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นที่บริเวณหน้าประตูห้องพักชั้นล่าง ตามด้วยเสียงพังประตูที่ดังสนั่นหวั่นไหวจนกระจกหน้าต่างสั่นสะเทือน!
รินรดาสสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดหวั่น ขณะที่คาร์ลอสพลิกตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว แววตาที่เพิ่งอ่อนโยนเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นดุดันเหี้ยมเกรียมในเสี้ยววินาที ร่างสูงคว้าปืนพกสีดำสนิทขึ้นมาปลดล็อกไกอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะหันไปมองหน้าประตูห้องด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนน่ากลัว
ก่อนที่บานประตูห้องนอนจะถูกถีบกระเด็นเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคุ้นเคยที่ยืนถืออาวุธครบมือ... และรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ส่งตรงมาถึงพวกเขาทั้งคู่!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะครับ
พันธะเร้นลับมาเฟียร้ายสยบรัก•ตอนที่ 15
ค่ำคืนที่เรารู้ใจ
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเร้นลับมาเฟียร้ายสยบรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!