เสียงปิดประตูห้องทำงานไม้สักทองในคฤหาสน์วินเซนต์ดังขึ้นเพียงแผ่วเบา แต่กลับหนักหน่วงรากับค้อนเหล็กที่ตอกย้ำความอึดอัดที่สะสมมาตลอดทั้งวัน
รินรดายืนนิ่งอยู่กลางห้อง ความกว้างของพื้นที่หรูหราไม่ได้ทำให้เธอดูน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ความถือดีในแววตาสีเข้มสะท้อนความกรุ่นโกรธที่ยังคงค้างคาจากเหตุการณ์เผชิญหน้ากับมาร์คัสเมื่อช่วงบ่าย ศัตรูตัวฉกาจที่จ้องจะฉีกทึ้งอาณาจักรของคาร์ลอสไม่ต่างจากฝูงไฮยีน่าหิวกระหาย และเธอก็คือหนึ่งในหมากตัวสำคัญที่ถูกดึงเข้ามาพัวพันในเกมเดิมพันนี้
"คุณกำลังคิดอะไรอยู่ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง คาร์ลอสถอดเสื้อสูทสีเข้มโยนลงบนโซฟา เผยให้เห็นแผ่นอกกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำที่ปลดกระดุมออกสามเม็ด ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหาเธออย่างเงียบเชียบราวกับเสือดาวที่กำลังคุมเชิงเหยื่อ ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นดุดันและเต็มไปด้วยคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบ
"ฉันไม่ได้ทำอะไรที่ทำให้คุณเสียหาย คาร์ลอส" รินรดาเชิดหน้าขึ้น แม้หัวใจจะเต้นระส่ำด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขา เธอยังจำรสสัมผัสและการปะทะคารมที่เฉียบคมเมื่อครู่ได้ดี
"แต่มันกล้าแตะต้องของของฉัน" คาร์ลอสขยับเข้ามาประชิดตัว ความกดดันจากมวลกล้ามเนื้อและกลิ่นกายผสมผสานกลิ่นบุหรี่จางๆ ทำให้ลมหายใจของเธอกระตุกวูบ มือหนาเอื้อมไปคว้าเอวบางไว้ด้วยแรงที่มากพอจะทำให้เธอรู้ตัวว่ากำลังเล่นอยู่กับไฟ "มาร์คัสส่งสายตาแทะโลมเธอ และเธอก็ยืนรับมันด้วยท่าทีที่นิ่งเกินไป... เธอคิดว่าฉันตาบอดหรือไง"
"คุณมันบ้า อำนาจครอบงำจนมองไม่เห็นความจริงหรือไงคะ!" รินรดาตวัดเสียงใส่ด้วยความเหลืออด แรงอารมณ์ที่อัดอั้นมาทั้งวันระเบิดออกมา "ฉันเป็นแค่นักโทษในกรงทองของคุณ ไม่ใช่สมบัติที่คุณจะหวงก้างแบบนี้! ปล่อยนะ!"
คาร์ลอสไม่เพียงแต่ไม่ปล่อย แต่เขากลับรวบเอวเธอเข้ามาแนบชิดจนแผ่นอกของทั้งคู่แนบสนิทกัน แรงปะทะของศักดิ์ศรีและความพึงใจในตัวตนของกันและกันปะทุขึ้นในวินาทีนั้นเอง แววตาของมาเฟียหนุ่มไม่ได้มีแค่ความโกรธ แต่มันฉายความกระหายลึกซึ้งที่ยากจะควบคุม ความดาร์กดิบในตัวเขาถูกปลุกเร้าด้วยความดื้อรั้นที่เปี่ยมเสน่ห์ของผู้หญิงตรงหน้า
"ปากเก่งนักนะ... ริน"
คาร์ลอสก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำเอาเข่าเธอแทบทรุด ก่อนที่เขาจะปิดกั้นคำพูดทั้งหมดด้วยริมฝีปากที่บดขยี้ลงมาอย่างไร้ความปรานี
จูบนั้นไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของและการลงทัณฑ์ที่แสนเย้ายวน รินรดาผงะไปเล็กน้อยก่อนที่สัญชาตญาณการต่อสู้จะถูกแทนที่ด้วยความพ่ายแพ้ต่อสัมผัสอันช่ำชอง มือเรียวที่พยายามผลักไสเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว รสจูบที่ร้อนแรงดั่งเปลวเพลิงดึงดูดให้เธอดำดิ่งลงไปในห้วงอารมณ์ที่เขาเป็นผู้ชี้นำ ลมหายใจที่ขาดห้วงประสานกันในความเงียบงันของห้องกว้าง
คาร์ลอสอุบิตัวเธอขึ้นอย่างไร้ความยากลำบาก ร่างบางตวัดเรียวขาเกี่ยวสะโพสอบอุ่นของเขาไว้โดยอัตโนมัติเมื่อร่างของเธอถูกวางลงบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เอกสารกระจัดกระจายหล่นลงพื้น แต่ไม่มีใครสนใจสิ่งรอบตัวอีกต่อไปแล้ว นอกจากเสียงหอบหายใจที่กระชั้นชิดและอุณหภูมิในร่างกายที่พุ่งสูงขึ้นจนน่าตกใจ
มือหนาสอดเข้าใต้สาบเสื้อเนื้อบาง สัมผัสผิวกายเนียนนุ่มที่สั่นสะท้านภายใต้ปลายนิ้วหยาบกร้านของเขา คาร์ลอสไล้สัมผัสไปตามส่วนโค้งเว้าด้วยความหลงใหลที่ซ่อนเร้นมานาน ความเย่อหยิ่งและเย็นชาที่เขามีต่อโลกภายนอกมลายหายไปสิ้นเมื่ออยู่ต่อหน้าร่างกายนี้ มีเพียงความกระหายที่ต้องการกลืนกินเธอให้เป็นส่วนหนึ่งของวิญญาณ
"มองหน้าฉัน... ริน" เขาผละริมฝีปากออกเล็กน้อย นัยน์ตาสีเทาเข้มเป็นประกายเร่าร้อนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มที่ฉ่ำน้ำด้วยแรงปรารถนา "จำไว้ว่าเธอเป็นของใคร และไม่มีวันหลุดพ้นไปจากเงื้อมมือฉันได้"
รินรดาหอบหายใจจนอกกระเพื่อม ความโกรธเคืองเมื่อครู่ถูกแผดเผาจนมอดไหม้เหลือเพียงความวาบหวามที่กัดกินหัวใจ เธอมองเห็นความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดิบเถื่อนและอำนาจมืดของเขาผ่านแววตานั้น ชายหนุ่มผู้ไม่เคยเชื่อใจใคร กลับกำลังมอบทุกสิ่งทุกอย่างทางกายและใจให้เธอเป็นผู้ครอบครอง
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยพันธะแห่งความแค้น บัดนี้กลับถูกหลอมรวมด้วยเพลิงสวาทที่ร้อนแรงและลึกซึ้งเกินกว่าจะหาทางถอยหนี
คาร์ลอสประคองใบหน้าหวานด้วยสองมือ รสจูบครั้งใหม่นุ่มนวลขึ้นแต่กลับลึกล้ำและเร้าอารมณ์จนแทบขาดใจ เสื้อผ้าชิ้นแล้วชิ้นIรถูกปลดเปลื้องออกท่ามกลางแสงไฟสลัวจากโคมไฟมุมห้อง ผิวกายแนบชิดผิวกาย สัมผัสแห่งความร้อนรุ่มแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณู รินรดาแอ่นกายรับสัมผัสจากเขาด้วยความยินยอมพร้อมใจ เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดริมฝีปากเมื่อความปรารถนาถูกเติมเต็มจนล้นปรี่ ทุกจังหวะของการสอดประสานเต็มไปด้วยความเร่าร้อน ดิบดึง และโหยหาซึ่งกันและกัน ราวกับต้องการลบเลือนความหวาดกลัวในอดีตและสร้างพันธะใหม่ที่ผูกพันทั้งคู่ไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งเสน่หา
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของทั้งคู่ คาร์ลอสโอบกอดร่างเปลือยเปล่าของรินรดาไว้แนบอก กลิ่นกายของเธอผสมผสานกับความเหนียนชื้นของเหงื่อจางๆ สร้างความสงบอย่างประหลาดให้กับจิตใจที่เคยด้านชาของมาเฟียหนุ่ม
รินรดานอนซบอยู่บนแผงอกกว้าง นิ้วเรียวไล้เบาๆ บนรอยแผลเป็นเก่าที่พาดผ่านหัวใจของเขา เธอเริ่มเข้าใจเหตุผลที่ทำให้เขาต้องสวมเกราะเหล็กป้องกันตัวเองจากโลกภายนอกแล้ว... และเธอก็รู้ดีเช่นกันว่าหัวใจของเธอกลังพ่ายแพ้ให้กับความร้าวรานนั้นอย่างราบคาบ
ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังโอบล้อมคนทั้งคู่ เสียงสัญญาณเตือนภัยระบบรักษาความปลอดภัยของคฤหาสน์ก็ดังขึ้นกะทันหัน เสียงไซเรนแหลมสูงทำลายบรรยากาศอันเร่าร้อนลงในพริบตา
คาร์ลอสพลิกตัวลุกขึ้นด้วยสัญชาตญาณนักฆ่า แววตาที่เพิ่งอ่อนโยนเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมดุจปีศาจ เขากว้าหยิบปืนพกสีดำสนิทจากลิ้นชักขึ้นมาปลดล็อกไกปืนอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานที่สว่างวาบขึ้น แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณประตูรั้วหน้าคฤหาสน์
ร่างของชายสวมหมวกฮู้ดคนหนึ่งยืนอยู่หน้ากล้อง พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ส่งตรงมายังเลนส์กล้อง ก่อนที่หน้าจอจะดับวูบลงพร้อมกับเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวที่ชั้นล่างของคฤหาสน์!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
พันธะเร้นลับมาเฟียร้ายสยบรัก•ตอนที่ 10
กับดักแห่งความใคร่
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเร้นลับมาเฟียร้ายสยบรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!