กลิ่นอับชื้นของคราบน้ำมันและสนิมเหล็กภายในโกดังร้างท่าเรือหมายเลข 7 คละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นคาวเลือดที่ยังไม่จางหาย ความเงียบงันที่ปกคลุมอยู่ ณ ที่แห่งนี้ไม่ได้หมายถึงความสงบ หากแต่มันคือความอึดอัดก่อนพายุคลั่งจะโหมกระหน่ำ ร่างของลูกน้องคนสนิทของมาร์คัสทรรุดฮวบลงกองแทบเท้าของมหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ดวงตาเบิกโพ้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ลมหายใจหอบกระชั้นถี่รัวราวกับคนใกล้ตาย มิใช่เพราะบาดแผลฉกรรจ์บนร่างกาย หากแต่เป็นเพราะสายตาคู่คมกริบดั่งพญามารเบื้องหน้าที่จ้องมองมา ราวกับต้องการฉีกกระชากวิญญาณเขาให้แหลกเป็นจุล
"มึง... มองเมียกูด้วยสายตาแบบไหน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่น่าสะพรึงกลัวดังลอดไรฟัน คาร์ลอส วินเซนต์ ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย มือหนาข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงไว้อย่างผ่อนคลาย ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับเต็มไปด้วยไอสังหารที่แผ่พุ่งออกมาจนอากาศบริเวณนั้นแทบจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง
"คะ... นายท่านคาร์ลอส ผม... ผมไม่ได้..." ลูกน้องคนนั้นละล่ำละลักเสียงสั่นเครือ ละลานตาไปด้วยความตื่นตระหนกยามเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงบ่ายที่เขาเผลอใช้สายตาจาบจ้วงมองรินรดา หญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจและจุดอ่อนเพียงหนึ่งเดียวที่คาร์ลอสซ่อนเร้นไว้ภายใต้กรงทอง
"มึงไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะหายใจร่วมอากาศเดียวกับเธอ" คาร์ลอสเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกจุดขึ้นอย่างง่ายดายเพียงเพราะมีคนกล้าอาจหาญมาแตะต้อง "ของสูง... ต่อให้มึงใช้หางตามอง มันก็สมควรต้องควักลูกตานั้นออกมาให้หมด"
สิ้นคำสั่งเด็ดขาด ร่างของชายผู้โชคร้ายก็ถูกลากออกไปจากรัศมีสายตา ทิ้งไว้เพียงรอยเลือดหยาดหยดบนพื้นคอนกรีตเย็นเยียบ มาร์คัสผู้เป็นเจ้านายตัวจริงที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่มุมมืดของโกดัง ถึงกับลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความโหดเหี้ยมและดิบเถื่อนของคาร์ลอสไม่เคยลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับทวีความน่ากลัวขึ้นทุกครั้งที่มีใครกล้าล้ำเส้นเข้ามาในอาณาจักรแห่งความหวงแหนของมาเฟียหนุ่มผู้นี้
"จัดการเสร็จแล้วใช่ไหม" คาร์ลอสเอ่ยถามลูกน้องมือขวาโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองมาร์คัสที่ยืนกำหมัดแน่นด้วยความแค้นเคือง
"เรียบร้อยครับนายท่าน"
คาร์ลอสสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์คุกกรุ่นภายในอก ความหึงหวงและโทสะที่ระเบิดออกไปเมื่อครู่ไม่ได้ช่วยให้เขารู้สึกสงบลงเลย ภาพของรินรดา หญิงสาวผู้มีดวงตากลมโตดื้อรั้นแต่เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิด ยิ่งนึกถึงว่าเธอต้องมาพัวพันอยู่ในโลกอันมืดมนและเต็มไปด้วยอันตรายของเขา หัวใจแกร่งที่เคยด้านชากลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงด้วยความหวาดกลัว... กลัวว่าสักวันหนึ่งเขาจะปกป้องเธอไว้ไม่ได้
ภาพตัดกลับมายังคฤหาสน์หลังใหญ่ใจกลางเมือง ภายในห้องนอนกว้างขวางที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา บรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยความนุ่มนวลและอบอุ่นอย่างน่าประหลาด รินรดากำลังนั่งอยู่บนโซฟาเบาะนุ่มริมหน้าต่าง ร่างบอบบางในชุดคลุมผ้าฝ้ายเนื้อดีกำลังโอบอุ้มทารกน้อยวัยแบเบาะไว้แนบอก ทารกชายตัวน้อยผิวพรรณผุดผ่อง ดวงตากลมโตคู่นั้นถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่ออย่างไม่ผิดเพี้ยน
รอยยิ้มละมุนละไมปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวานซึ้ง รินรดาโน้มใบหน้าลงจุมพิตหน้าผากมนของลูกน้อยแผ่วเบา ความรู้สึกตื้นตันใจเอ่อล้นจนขอบตาร้อนผ่าว มือเรียวบางลูบไล้แก้มนุ่มนิ่มของเด็กน้อยอย่างทะนุถนอม สายใยแห่งความเป็นแม่แผ่ซ่านออกมาราวกับแสงอาทิตย์อ่อนๆ ที่สาดส่องเข้ามาในห้องมืดทึบ
"ลูกแม่... คนเก่งของแม่" เสียงหวานเอ่ยกระซิบแผ่วเบาด้วยความรักที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง ความเหนื่อยล้าจากการตั้งครรภ์และการเผชิญหน้ากับความหวาดกลัวในอดีตมลายหายไปจนสิ้น เมื่อได้สบตากับดวงตาคู่เล็กที่มองมาอย่างไร้เดียงสา ทารกน้อยส่งเสียงอืออาในลำคอพร้อมกับขยับมือป้อมๆ ขึ้นไขว่คว้าอากาศ รินรดากุมมือเล็กๆ นั้นไว้แนบแก้ม น้ำตาแห่งความสุขไหลรินอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ นี่คือพยานรัก... นี่คือสายใยที่ผูกพันเธอกับผู้ชายดิบเถื่อนคนนั้นเอาไว้ด้วยกันอย่างไม่มีวันตัดขาด
ทันใดนั้น เสียงเปิดประตูห้องนอนก็ดังขึ้นแผ่วเบา รินรดาช้อนสายตาขึ้นมองและพบร่างสูงใหญ่ของคาร์ลอสที่ก้าวเข้ามาด้วยความเงียบเชียบ ใบหน้าคมคายที่เพิ่งผ่านพ้นการนองเลือดมาหมาดๆ กลับอ่อนโยนลงทันทีที่ได้เห็นภาพสองแม่ลูกเบื้องหน้า
คาร์ลอสเดินเข้ามาใกล้ด้วยฝีเท้าที่มั่นคง ทว่าแผ่วเบาราวกับกลัวว่าภาพความสุขตรงหน้าจะสลายหายไป ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าเบื้องโซฟา มือหนาเอื้อมไปโอบไหล่บางของภรรยาเข้าหาตัวอย่างทะนุถนอม สัมผัสอบอุ่นและกลิ่นกายคุ้นเคยทำให้รินรดาเอนศีรษะซบลงกับลาดไหล่กว้างของเขาโดยอัตโนมัติ
"เหนื่อยไหมครับคนดี" เสียงทุ้มเอמהนุ่มนวลชวนฝัน ผิดกับมาเฟียผู้เหี้ยมโหดคนเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง
"รินไม่เหนื่อยเลยค่ะ... ดีใจเสียอีกที่มีลูกมาอยู่เป็นเพื่อน" รินรดาตอบเสียงแผ่ว พลางเลื่อนมืออีกข้างไปจับมือหนาของสามีมาวางแนบลงบนมือเล็กๆ ของลูกน้อย
คาร์ลอสมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นในอก ความอบอุ่นที่เขาไม่เคยได้รับมาตลอดชีวิต บัดนี้มันกำลังเติบโตและแผ่ขยายอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว ริมฝีปากหยักจูบลงบนกลุ่มผมนุ่มของรินรดาแผ่วเบา ก่อนจะเคลื่อนสายตากลับมามองบุตรชายด้วยความรักและปณิธานอันแน่วแน่ว่า เขาจะปกป้องสองแม่ลูกนี้ด้วยชีวิตของตนเอง
ทว่า... ความสุขสงบมักอยู่ได้ไม่นาน ในจังหวะที่คาร์ลอสกำลังจะโน้มใบหน้าลงประทับริมฝีปากจูบหน้าผากภรรยาสุดที่รัก เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็แผดเสียงกังวานทำลายความเงียบขึ้นมาอย่างกะทันหัน
คาร์ลอสขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ เขากดตัดสายทิ้งทันทีโดยไม่สนใจจะมองหน้าจอ ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีต่อมา มันก็ดังขึ้นอีกครั้งติดต่อกัน มือหนาจึงจำต้องหยิบมันขึ้นมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ดวงตาคมกริบกวาดมองข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอเรืองแสง
ข้อความนั้นไม่มีคำพูดใดยืดยาว มีเพียงพิกัดตำแหน่งของสถานที่แห่งหนึ่ง... และรูปถ่ายใบเดียวที่ทำให้ลมหายใจของคาร์ลอสสะดุดกึก ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโดยอัตโนมัติ แววตาที่เพิ่งมีความอ่อนโยนเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมและดุดันยิ่งกว่าเดิมในชั่วพริบตา
รินรดาสังเกตเห็นความผิดปกติ เธอเงยหน้าขึ้นมองสามีด้วยความใจหายวาบ "คาร์ลอส... มีอะไรหรือเปล่าคะ"
คาร์ลอสไม่ได้ตอบคำถามทันที มือหนากำโทรศัพท์แน่นจนข้อต่องนิ้วขึ้นสีขาวซีด ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังประตูห้องนอนราวกับมีใครบางคนกำลังยืนรออยู่เบื้องหลังความมืดมิด
"ริน... ล็อกห้องนี้ให้ดี ห้ามเปิดให้ใครเด็ดขาดจนกว่าผมจะกลับมา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยวาจาสั่งการด้วยน้ำหนักเสียงที่เฉียบขาดและเต็มไปด้วยอันตราย
"คุณจะไปไหนคะ... เกิดอะไรขึ้น" รินรดารีบวางลูกน้อยลงในเปลอย่างระมัดระวัง แล้วก้าวเข้าไปคว้าชายเสื้อสูทของเขาไว้ด้วยความหวาดหวั่น สัญชาตญาณบางอย่างบอกเธอว่ากำลังมีหายนะครั้งใหญ่คืบคลานเข้ามา
คาร์ลอสหันกลับมามองใบหน้าซีดเผือดของภรรยา มือหนายกขึ้นประคองแก้มเนียนแผ่วเบา โป้วิถีจูบซับลงบนหน้าผากเธออย่างรวดเร็วก่อนจะผละออกห่างอย่างไม่ลังเล
"มาร์คัส... มันไม่ได้หนีไปไหนอย่างที่คิด" คาร์ลอสเหยียดยิ้มเย็นยะเยือกที่มุมปาก ดวงตาดำสนิทลุกโชนด้วยเพลิงแค้น "และดูเหมือนว่าของขวัญที่มันส่งมาต้อนรับผมในคืนนี้... จะเป็นคนในครอบครัวของเราเอง"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะครับ
พันธะเร้นลับมาเฟียร้ายสยบรัก•ตอนที่ 13
หึงหวงอย่างมาเฟีย
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเร้นลับมาเฟียร้ายสยบรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!