กลิ่นควันปืนและกลิ่นเลือดคละคลุ้งไปทั่วคฤหาสน์ร้างริมอ่าวท่าเรือ ซากปรักหักพังจากการปะทะกันอย่างดุเดือดเมื่อหลายนาทีก่อนยังคงคุกรุ่นไปด้วยไอร้อนระอุ คาร์ลอส วินเซนต์ ก้าวเดินผ่านซากประตูที่ถูกระเบิดจนพังยับเยิน ฝ่าเท้านั้นหนักแน่นและมั่นคงราวกับมัจจุราชที่ก้าวลงมาจากขุมนรก ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬกวาดมองไปรอบห้องโถงมืดสนิทที่มีร่างไร้วิญญาณของลูกสมุนฝ่ายตรงข้ามกองระเกะระกะ
ไม่มีความลังเล ไม่มีแม้แต่ความปรานี ในหัวใจของมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลเวลานี้ มีเพียงเปลวเพลิงแห่งโทสะที่แผดเผาจนแทบคลั่ง หลังจากที่มาร์คัสบังอาจส่งคนมาลักพาตัวรินรดา ผู้หญิงคนเดียวที่กล้าต่อกรกับหัวใจด้านชาของเขา และเป็นคนเดียวที่เขายอมมอบโซ่ตรวนแห่งชีวิตให้
"ท่านครับ เรากวาดลักษ์ปีกตะวันตกเรียบร้อยแล้ว ลูกน้องของมาร์คัสถูกวิสามัญเกือบหมด เหลือแค่หัวหน้าระดับปฏิบัติการคนเดียวที่เรากำลังเค้นความลับครับ" มือขวาคนสนิทก้าวเข้ามารายงานด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง แม้แต่คนสนิทที่ร่วมเป็นร่วมตายมานานยังต้องหลบสายตากับรัศมีอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวคาร์ลอสในยามนี้
คาร์ลอสไม่ตอบคำถาม ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มเปื้อนคราบเขม่าดินปืนเดินตรงไปยังเก้าอี้กลางห้อง เขาค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อสูทออกโยนทิ้งอย่างไร้ความใยดี ก่อนจะกระชากคอเสื้อของเชลยที่ถูกมัดติดกับเก้าอี้ไม้เก่าๆ จนหน้าหงาย
"รินรดาอยู่ที่ไหน..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาเบาหวิว แต่มันกลับเยียบเย็นเสียจนคนฟังขนลุกชันถึงไขสันหลัง มันคือเสียงของซาตานที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งให้แหลکคามือ
"ฉัน... ฉันไม่รู้... อ๊าก!"
เสียงร้องโหยหวนดังลั่นเมื่อคาร์ลอสไม่เสียเวลาถามซ้ำ เขากดกระสุนปืนฝังลงที่หัวไหล่ของอีกฝ่ายอย่างเลือดเย็น โดยไม่มีรอยย่นบนหน้าผากแม้แต่น้อย
"ความอดทนของฉันมีจำกัด นายมีเวลาอีกสามวินาที ก่อนที่กระสุนนัดต่อไปจะฝังลงที่กะโหลกของนาย" คาร์ลอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แววตานั้นวาวโรจน์ไปด้วยความคลุ้มคลั่งที่ถูกกักเก็บไว้ "ว่าไง... ผู้หญิงของฉันอยู่ที่ไหน"
"โกดัง... โกดังสินค้าหมายเลขเก้า... ท่าเรือร้างเขตอีสต์ไซด์ครับ! มาร์คัสพาเธอไปที่นั่น!" เชลยหนุ่มละล่ำละลักตอบออกมาด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อปากกระบอกปืนเย็นเฉียบจ่ออยู่ที่หว่างคิ้ว
สิ้นเสียงนั้น ร่างของเชลยก็ทรุดฮวบลงเมื่อคมกระสุนปลิดชีพเขาอย่างไร้ความปรานี คาร์ลอสสะบัดปืนในมือเก็บเข้าซองหนังอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบทอประกายความดิบเถื่อนและกระหายการชำระแค้น เขาเหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างน่ากลัว รินรดาเป็นของเขา... ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องแม้แต่ปลายนิ้ว
รถสปอร์ตคันหรูพุ่งทะยานออกจากท่าเรือด้วยความเร็วสูงราวกับพายุหมุน หัวใจของคาร์ลอสเต้นรัวกระหน่ำ ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นเพราะความหวาดหวั่นลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ความเย่อหยิ่ง เขาไม่เคยกลัวอะไรในโลกใบนี้ จนกระทั่งวันที่ผู้หญิงคนนั้นเดินเข้ามาในชีวิตและทำให้เขารู้จักคำว่า 'จุดอ่อน' รินรดาเด็ดเดี่ยวและมีศักดิ์ศรีเกินกว่าจะยอมจำนนใครง่ายๆ แต่หากเธอต้องตกอยู่ในมือของคนอย่างมาร์คัสที่มีความแค้นส่วนตัวเป็นเดิมพัน เขาไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าเธอจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง
เพียงไม่นาน รถคันงามก็จอดสนิทหน้าโกดังสินค้าหมายเลขเก้าที่เงียบเชียบ บรรยากาศรอบด้านวังเวงและเต็มไปด้วยกลิ่นไอของความตาย คาร์ลอสเปิดประตูลงจากรถ ก้าวเดินเข้าไปในความมืดด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคง มือหนากระชับปืนพกในมือแน่น ความเงียบงันรอบตัวถูกทำลายด้วยเสียงลมหายใจที่หนักหน่วงของตัวเขาเอง
ภายในโกดังมืดสลัว มีแสงไฟสีส้มสาดส่องลงมาจากเพดานกระทบเข้ากับร่างบางที่ถูกมัดติดอยู่กับเก้าอี้เหล็กกลางห้อง รินรดากำลังนั่งคอพับลงด้วยความอ่อนระล้า เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ยับยู่ยี่และมีร่องรอยการต่อสู้ แต่แผ่นหลังที่ตั้งตรงแม้ในยามวิกฤตนั้นยังคงบ่งบอกถึงศักดิ์ศรีที่ไม่มีวันยอมจำนนต่อผู้ใด
มาร์คัสที่ยืนสูบซิการ์อยู่ข้างๆ ส่งเสียงหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นแขกผู้ไม่ได้รับเชิญก้าวเข้ามาในอาณาเขตของตน
"ไง... คาร์ลอส นายมาเร็วกว่าที่ฉันคิดนะ คิดไม่ถึงเลยว่ามาเฟียผู้ยิ่งใหญ่จะยอมเสี่ยงตายมาคนเดียวเพื่อผู้หญิงคนเดียว" มาร์คัสเอ่ยเยาะเย้ย พร้อมกับใช้มือจับคางของรินรดาให้เงยขึ้นเผยให้เห็นใบซีดเซียวแต่แววตาโกรธเกรี้ยวที่ยังคงฉายชัด
รินรดาพยายามฝืนลืมตาขึ้น เปลือกตากระพริบถี่เพื่อปรับโฟกัส ภาพแรกที่เธอเห็นคือร่างสูงใหญ่ของคาร์ลอสที่ยืนอยู่ท่ามกลางความมืด แสงไฟสลัวสะท้อนเงาของเขาให้ดูราวกับปีศาจผู้ทรงอำนาจ หัวใจที่หวาดกลัวมาตลอดหลายชั่วโมงกลับกระตุกวูบอย่างแรง ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านขึ้นมาในอก ทั้งที่เธอกำลังโกรธเขาและพยายามหนีจากเขามาตลอด แต่ทำไม... ในวินาทีที่เฉียดตายนี้ ใบหน้าของเขากลับเป็นสิ่งเดียวที่เธอโหยหา
"ปล่อยเธอซะ มาร์คัส" คาร์ลอสเอ่ยเสียงต่ำ มือข้างที่ถือปืนลดระดับลงเล็กน้อยเพื่อประเมินสถานการณ์ แต่กล้ามเนื้อทุกมัดกลับเกร็งเครียดพร้อมจะพุ่งเข้าใส่ศัตรูได้ทุกเมื่อ
"ปล่อยงั้นเหรอ? นายทำให้ฉันสูญเสียทุกอย่างไปเท่าไหร่ คาร์ลอส! ธุรกิจของฉัน ลูกน้องของฉัน... และตอนนี้ ถึงตาฉันบ้างที่จะทำให้นายลิ้มรสชาติของการสูญเสียสิ่งที่รักที่สุด!" มาร์คัสตะคอกเสียงกร้าว ก่อนจะชักมีดพับเล่มคมออกมาจ่อที่ลำคอระหงของรินรดา "กราบเท้าฉันสิ... แล้วฉันอาจจะพิจารณาปล่อยแม่นี่ไปสักคน"
รินรดาส่ายหัวช้าๆ แม้จะหวาดกลัวจนมือไม้สั่น แต่เธอกลับส่งสายตาห้ามปรามคาร์ลอส ศักดิ์ศรีของเธอไม่อนุญาตให้ผู้ชายที่เธอรักต้องก้มหัวให้ใคร แม้กระทั่งศัตรูตัวฉกาจ
แต่คาร์ลอสหาได้สนใจคำเตือนในแววตานั้นไม่
มุมปากของมาเฟียหนุ่มกระตุกยิ้มเยาะ เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมและอันตรายที่สุดเท่าที่มาร์คัสเคยเห็น
"นายคิดผิดแล้ว... ที่คิดว่าฉันจะต่อรองกับคนใกล้ตาย"
สิ้นเสียงนั้น ร่างของคาร์ลอสก็พุ่งตัวออกไปราวกับเสือชีตาห์ที่ตะครุบเหยื่อ เสียงปืนคำรามสนั่นหวั่นไหว ทะลุผ่านความเงียบงันของโกดังร้าง พร้อมกับเลือดที่สาดกระเซ็นเคล้ากลิ่นควันปืน และในวินาทีที่ความชุลมุนถึงขีดสุด มาร์คัสที่ถูกยิงเข้าที่ไหล่ล้มลงไปกองกับพื้น คาร์ลอสไม่รอช้า เขาพุ่งตรงไปที่ร่างของรินรดา ใช้มีดพกตัดเชือกที่มัดเธอให้ออกจากกันอย่างรวดเร็ว
ร่างบางที่ไร้แรงทรุดฮวบทันที แต่คาร์ลอสไวรัสคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทัน ร่างของเธอถูกดึงเข้าหาแผ่นอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงรุนแรงตามจังหวะลมหายใจ
กลิ่นกายคุ้นเคยและอ้อมกอดที่อบอุ่นและดุดันในเวลาเดียวกันทำให้รินรดาน้ำตาร่วงเผาะ เธอซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเขา ปล่อยให้ความอ่อนแอที่เก็บงำไว้หลั่งไหลออกมา พร้อมกับมือบางที่กำเสื้อสูทของเขาแน่น
คาร์ลอสไม่พูดพร่ำทำเพลง ฝ่ามือหนาประคองท้ายทอยของเธอให้เงยขึ้นรับสัมผัสจากเขา ริมฝีปากร้อนผ่าวประกบจูบทาบทับลงมาทันทีอย่างหิวกระหาย เป็นจูบที่ทั้งดุดัน เรียกร้อง และลึกซึ้งเพื่อยืนยันว่าเธอยังคงปลอดภัยในอ้อมแขนของเขา รสจูบที่ผสมผสานระหว่างคราบเลือด หยาดน้ำตา และความโหยหาแผดเผาจนลมหายใจขาดห้วง
ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้ถอนออกเพื่อสูดอากาศ คาร์ลอสก็โน้มใบกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่บวมเจ่อด้วยเสียงทุ้มพร่าต่ำที่สั่นระริกด้วยอารมณ์คลั่งไคล้
"คิดจะหนีฉันไปให้พ้นตาดงหนั้นหรือ... รินรดา? จำใส่สมองไว้ให้ดีว่าต่อให้เธอหนีไปสุดขอบโลก ฉันก็จะพลิกแผ่นดินตามลากตัวเธอกลับมาลงทัณฑ์บนเตียงของฉันด้วยตัวเอง... เตรียมตัวรับโทษทัณฑ์ที่เธอเป็นคนก่อไว้ได้เลยครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางในห้วงเสน่หาอันตรายนี้ไปด้วยกันนะครับ
พันธะเร้นลับมาเฟียร้ายสยบรัก•ตอนที่ 32
มาเฟียคลั่งทวงคืน
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเร้นลับมาเฟียร้ายสยบรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!