เสียงตบโต๊ะทำงานไม้สักทองเนื้อแน่นดังสนั่น ก้องกังวานไปทั่วห้องชุดเพนต์เฮาส์ส่วนตัว ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้าภายนอกสาดส่องเข้ามาเป็นเงาสลัว คาร์ลอส วินเซนต์ ยืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ แววตาของเขาในยามนี้เปรียบเสมือนสัตว์ป่ากระหายเลือดที่ถูกลูบคม เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนถึงขีดสุด
"แกแน่ใจแค่ไหนว่ามันคือคนของมาร์คัส?"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยลอดไรฟัน ถามลูกน้องคนสนิทที่ยืนก้มหน้าตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า บรรยากาศภายในห้องกดดันเสียจนแทบหายใจไม่ออก ความเงียบงันที่เข้าปกคลุมชั่วขณะไม่ได้ทำให้สถานการณ์คลี่คลายลง กลับยิ่งเพิ่มความตึงเครียดราวกับสายกีตาร์ที่ถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะ พร้อมจะขาดผึ่งได้ทุกเมื่อ
"มั่นใจครับนาย... รอยสักรูปงูพิษพันกริชที่ต้นคอ มันเป็นสัญลักษณ์หน่วยล่าสังหารส่วนตัวของมัน ไม่มีทางผิดตัวแน่ครับ และที่แย่ไปกว่านั้น..." ลูกน้องหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยเสียงสั่นเครือ "มันไม่ได้แค่บุกมาที่ท่าเรือครับ แต่มันกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่... เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่แค่เอกสาร แต่วางแผนจะเล่นงานคุณรินรดาด้วยครับ!"
เพล้ง!
แก้ววิสกี้ในมือหนาถูกบดขยี้จนแตกละเอียดคามือ น้ำสีอำพันผสมกับหยดเลือดสีสดไหลรินลงสู่พื้นพรม แต่คาร์ลอสกลับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดแม้แต่น้อย ความโกรธเกรี้ยวแผดเผาไหม้สติสัมปชัญญะจนหมดสิ้น ในหัวของเขามีเพียงภาพของหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของหัวใจ รินรดา... ผู้หญิงที่เขายอมลดกำแพงในใจลง ยอมมอบความอ่อนโยนที่สงวนไว้ให้เพียงคนเดียว หากใครกล้าแตะต้องเธอ มันผู้นั้นต้องชดใช้ด้วยลมหายใจ
ในขณะเดียวกัน ภายในห้องนอนกว้างขวาง รินรดากำลังยืนมองเงาสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกเงาบานใหญ่ ความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ ตีรวนขึ้นมาในอกจนหายใจไม่ทั่วท้อง ความเงียบสงบยามวิกาลช่างน่าหวาดหวั่น เสียงลมหายใจของเธอดังสะท้อนก้องในความเงียบ ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักๆ จะก้าวเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลัง พร้อมกับอ้อมแขนแข็งแกร่งที่สวมกอดเอวบางไว้แน่น ราวกับต้องการหลอมรวมเธอให้จมหายไปกับร่างของเขา
"คาร์ลอส..." เธอเอ่ยชื่อเขาแผ่วเบา สัมผัสได้ถึงความสั่นเทาเล็กน้อยจากฝ่ามือหนาที่ลูบไล้อยู่บนหน้าท้อง
"ริน..." เสียงกระซิบแหบพร่าแนบชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหง คาร์ลอสฝังใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นสูดดมความเร้าใจเพื่อดับเพลิงโทสะในอก แต่มันกลับยิ่งจุดประกายความโหยหาให้ลุกโชนขึ้นไปอีก มือหนาเลิกชายเสื้อผ้าไหมเนื้อนุ่ม ลูบไล้ผิวเนียนนุ่มมืออย่างเอาแต่ใจ ปลุกเร้าอารมณ์ปรารถนาให้ตื่นขึ้นท่ามกลางภัยอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
"คุณ... ตัวคุณร้อนมาก มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าคะ?" รินรดาเอี้ยวตัวกลับมาสบตา ประกายตาคมกริบของมาเฟียหนุ่มเต็มไปด้วยความหวาดกลัวบางอย่างที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้ความดุดัน
"ไม่มีอะไร... ฉันแค่อยากแน่ใจว่าเธอเป็นของฉัน"
เขาไม่รอให้เธอได้เอ่ยคำถามริมฝีปากร้อนผ่าวก็ประทับจูบลงมาอย่างดุดัน เร่าร้อน และไร้ความปรานี เป็นรสจูบที่เปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัวว่าจะสูญเสีย รินรดาสั่นสะท้าน มือเรียวยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง ตอบรับสัมผัสวาบหวามที่เขามอบให้ด้วยหัวใจที่ยอมจำนน แรงดึงดูดระหว่างเขากับเธอดึงให้ทั้งคู่ก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดกับบานประตูห้อง
คาร์ลอสดันร่างบางให้แนบติดกับประตู มือหนาปลดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นน้อยออกอย่างไร้ความปรานี ร่างกายเปลือยเปล่าแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่รัวเร็ว เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดประสานกับเสียงหัวใจที่เต้นโครมคราม ท่ามกลางความมืดมิดและกลิ่นกายอันคุ้นเคย เขามอบบทรักที่ทั้งดิบเถื่อนและลึกซึ้ง เพื่อยืนยันการมีอยู่ของเธอในอ้อมแขน
ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่พรั่งพรู รินรดาแอ่นกายรับสัมผัสวาบหวาม ปลายเล็บจิกเข้าที่แผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิว ความเร่าร้อนบนเตียงรักในค่ำคืนนี้ไม่ใช่เพียงแค่ความสุขสมทางกาย แต่มันคือพันธนาการแห่งวิญญาณที่ร้อยรัดทั้งคู่เข้าไว้ด้วยกัน ท่ามกลางพายุร้ายที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่เบื้องนอก
เสียงครางแผ่วเบาเคล้าคลอไปกับเสียงลมหายใจหอบกระชั้น ก่อนที่ทุกอย่างจะถึงจุดสูงสุดแห่งความสุขสม ร่างกายของทั้งคู่สั่นสะท้านไปพร้อมๆ กัน คาร์ลอสซบหน้าลงกับลาดไหล่เนียน หยดเหงื่อพราวเต็มกรอบหน้าคมคาย เขากอดกระชับร่างอิ่มเอิบไว้แนบอก ราวกับจะปกป้องเธอจากโลกภายนอกทั้งหมด
ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความสุขมักสั้นเสมอ
กริ๊ก!
เสียงโลหะกระทบกันแผ่วเบาดังมาจากระเบียงห้องนอนด้านนอก ท่ามกลางความเงียบงันที่ควรจะมีเพียงเสียงหอบหายใจ คาร์ลอสชะงักกوتร่างทันที แววตาที่เคยเคลิบเคลิ้มแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบและเย็นเยียบดุจน้ำแข็งในเสี้ยววินาที ร่างกายกำยำดีดตัวลุกขึ้นยืนบังร่างเปลือยเปล่าของรินรดาไว้ด้านหลัง มือหนาเอื้อมไปหยิบปืนพกเก็บเสียงที่ซ่อนไว้ใต้หมอนขึ้นมาปลดเซฟอย่างรวดเร็ว
"อยู่ในนี้... อย่าส่งเสียงเด็ดขาด" เขาหันมาสบตาเธอนิ่ง น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดจนไม่อาจขัดขืน
ก่อนที่รินรดาจะได้เอ่ยทักท้วง กระจกบานใหญ่ตรงระเบียงก็แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเงาดำทะมึนสามร่างที่พุ่งทะยานเข้ามาภายในห้องพร้อมอาวุธครบมือ และหนึ่งในนั้น... กำลังเล็งปลายกระบอกปืนมาตรงที่เธอยืนอยู่!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับรสรักอันตรายนี้ด้วยกันนะครับ
พันธะเร้นลับมาเฟียร้ายสยบรัก•ตอนที่ 29
สัญญาณเตือนภัย
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะเร้นลับมาเฟียร้ายสยบรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!