กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สองเราขวางวิถีสวรรค์•ตอนที่ 6

ท้าทายกฎเหล็กแห่งยอดเขา

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
"เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ หลี่มู่เฉิน!" น้ำเสียงเยือกเย็นดุจหิมะพันปีของเซียนจื่อหยวนสั่นระริกเป็นครั้งแรก นางก้าวเท้าเข้ามาขวางหน้าบุรุษหนุ่ม อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปลิวสะบัดตามแรงกดดันมหาศาลจากค่ายกลหลอมปราณเบื้องหน้า ลมปราณแท้จริงของนางแผ่ขยายออกปกป้องเขาโดยสัญชาตญาณ ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงรอยยิ้มหยันที่มุมปากของจอมยุทธ์หนุ่มผู้ดื้อรั้น "เสียสติ?" หลี่มู่เฉินแค่นหัวเราะ ดวงตาคมกริบดุจคมกระบี่คู่นั้นจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่งามที่เต็มไปด้วยความกังวล "หากข้าเดินตามวิถีเซียนปลอมเปลือกที่พวกมันขีดเส้นไว้ เพื่อแลกกับรากปราณที่สะอาดบริสุทธิ์แต่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณ... เช่นนั้นข้า ยอมเป็นภูตผีที่ลุกขึ้นมาเผาทำลายสวรรค์เสียยังดีกว่า!" เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสองคือ "แท่นหลอมวิญญาณอัคคีทมิฬ" กฎเหล็กแห่งยอดเขาอู่เหลียนระบุไว้ชัดเจนว่า ผู้ใดที่ไม่มีรากปราณสวรรค์ หากดึงดันจะทะลวงขอบเขตขั้นต่อไป จะต้องใช้พลังปราณบริสุทธิ์ของผู้อื่นมาหล่อเลี้ยง หรือไม่ก็ต้องยอมสยบจำนนต่อโอสถสะกดวิญญาณ แต่มู่เฉินในยามนี้กลับเลือกวิธีที่อันตรายถึงชีวิต—เขาจะใช้ "เคล็ดกระบี่ผลาญโลหิต" ในตำนาน ที่แม้แต่ปรมาจารย์โบราณยังต้องหลั่งเลือดด้วยความหวาดกลัว! เซียนจื่อหยวนกัดริมฝีปากแน่นจนหลั่งรósโลหิตสีชาด นางเป็นถึงเซียนผู้สูงส่งเหนือผู้คนนับหมื่น ไฉนเลยจะไม่รู้ถึงผลลัพธ์ของการฝืนใช้วิชานี้? เคล็ดกระบี่ผลาญโลหิตจะสูบฉีดอายุขัยและเผาผลาญเส้นชีพจรลมปราณจนแหลกสลาย หากปราศจากรากปราณรองรับ ร่างกายของเขาจะระเบิดเป็นจุลภายในสามลมหายใจอย่างแน่นอน "ท่านพี่... เชื่อข้าเถอะนะคะ" น้ำเสียงของนางเปลี่ยนเป็นอ่อนลงวูบหนึ่ง แววตาที่เคยไร้ความรู้สึกมาตลอดหลายร้อยปีกลับฉายแววเจ็บปวดอย่างล้ำลึก มือเรียวดุจหยกขาวเอื้อมไปคว้าข้อมือหนาที่เต็มไปด้วยบาดแผลของเขาไว้ "หยุดเถอะค่ะ... ไม่เช่นนั้น ข้า... ข้าจะทำลายแท่นหลอมนี้เสีย!" "เจ้าทำไม่ได้หรอก จื่อหยวน" หลี่มู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้น ทว่าแววตากลับแน่วแน่ไม่มีวันสั่นคลอน เขายกมือขึ้นกุมมือเรียวเย็นเฉียบของนางไว้เบาๆ ฝ่ามือของเขาร้อนระอุราดรดด้วยอัคคีจิตวิญญาณที่เริ่มแผดเผา "หนทางล้างมลทินให้ตระกูลหลี่มีเพียงเส้นทางนี้ หากข้าต้องตายภายใต้เงื้อมมือของสวรรค์ หรือดับสูญเพราะวิชานี้ อย่างน้อย... ข้าก็ได้เลือกมันด้วยวิญญาณกระบี่ของตนเอง หาใช่เพราะความเมตตาของผู้อื่น" สิ้นคำพูดนั้น เขาก็สะบัดแขนเสื้ออย่างเด็ดเดี่ยว ร่างกายทะยานขึ้นสู่ใจกลางแท่นหลอมอัคคีทมิฬทันที! *ตูมมมม!* พลังปราณฟ้าดินรอบด้านพลันปั่นป่วน เมฆทมิฬหนาทึบก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจนท้องนภาสีครามมืดมิดดุจรัตติกาล สายฟ้าสีทองคำขาวเส้นใหญ่ผ่าลงมาจากยอดเขา เสียดสีกับอากาศจนเกิดเสียงคำรามกึกก้องสะท้านสะเทือนไปทั้งยุทธภพ ทัณฑ์สวรรค์กำลังจะมาเยือนผู้ที่กล้าท้าทายกฎเหล็ก! ที่เบื้องล่าง เซียนจื่อหยวนมองภาพบุรุษผู้เป็นดั่งดวงใจที่กำลังยืนหยัดท่ามกลางพายุเพลิงและสายฟ้าฟาดฟัน ร่างกายของมู่เฉินเริ่มมีรอยแตกร้าวตามผิวหนัง โลหิตสีแดงฉานไหลซึมออกมาอาบทั่วร่าง ทว่าเขากลับไม่ส่งเสียงร้องคร่ำครวญแม้แต่น้อย ใบหน้าคมคายนั้นยังคงเงยขึ้นท้าทายผืนฟ้า นัยน์ตาคู่นั้นเปล่งประกายเจิดจ้าเสียยิ่งกว่าดาราบนสรวงสวรรค์ "หลี่มู่เฉิน..." นางพร่ำเรียกชื่อเขา น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นจากดวงตาคู่สวย สัมผัสได้ถึงความร้าวรานที่กัดกินขั้วหัวใจ ในวินาทีที่วิกฤตถึงขีดสุด เมื่อเปลวเพลิงอัคคีทมิฬกำลังจะกลืนกินร่างของเขาให้มอดไหม้จนไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน หลี่มู่เฉินก็คำรามลั่นฟ้า พลังกระบี่ไร้ลักษณ์ที่สะสมมาตลอดชีวิตพวยพุ่งออกจากร่าง ทะลวงทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าผ่าทะลุเมฆทมิฬจนเกิดเป็นช่องว่างขนาดมหึมา! ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะก้าวข้ามผ่านขอบเขตอันตรายนั้นเอง เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่ง ก็ปรากฏกายขึ้นอย่างไร้สุ้มเสียงที่เบื้องหลังของเซียนจื่อหยวน พร้อมกับคมกระบี่อาบยาพิษที่จ่อตรงเข้าที่จุดตายของนาง และเสียงกระซิบเยียบเย็นที่ดังขึ้นข้างหูของสตรีผู้สูงส่ง... "เซียนจื่อหยวน... ดูเหมือนเจ้าจะเลือกข้างผิดคนเสียแล้วกระมัง?" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและส่งแรงใจให้วิถีกระบี่นี้มาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สองเราขวางวิถีสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%