กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สองเราขวางวิถีสวรรค์•ตอนที่ 5

รอยร้าวในคัมภีร์สวรรค์

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โลหิตเก่าแก่สิบแปดหยดบนแท่นบูชาศิลาทมิฬกำลังเดือดพล่าน ส่งเสียงคำรามราวกับวิญญาณนับหมื่นดวงร่ำไห้อยู่ในขุมนรก "เจ้ายังดึงดันที่จะเปิดประตูบานนั้นต่ออีกหรือ มู่เฉิน?" สุ้มเสียงของเซียนจื่อหยวนเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์นิรันดร์ นางยืนสง่างามอยู่เบื้องหลังม่านหมอกปราณสีคราม อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวตามแรงกดดันมหาศาลจากอาคมโบราณ ดวงตาคู่คมดุจหงส์กวาดมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้ทะนงตน ภายในใจของนางปั่นป่วนด้วยความห่วงใยที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็นดุจเซียนผู้ตัดขาดจากโลกีย์ หลี่มู่เฉินไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ดวงตาของเขาสะท้อนประกายเพลิงสีชาดจากอักขระโบราณที่สลักอยู่บนผนังวิหารตระกูลหลี่ ร่างกายของเขาสั่นสะท้านจากภาระอันหนักอึ้งของวิญญาณกระบี่ไร้ลักษณ์ที่แผดเผาชีพจร ปราณกระบี่ในกายพวยพุ่งออกมาเป็นระลอกจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นรอยร้าวสีดำ "ตระกูลหลี่ถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ทรยศสวรรค์มาสามร้อยปี... ศิษย์พี่จื่อหยวน ท่านคิดว่าข้าควรปล่อยให้ความอยุติธรรมนี้ฝังกลบไปพร้อมกับกระดูกผุพังของบรรพบุรุษเช่นนั้นหรือ?" น้ำเสียงของหลี่มู่เฉินแหบพร่าแต่ทุ้มลึก เต็มไปด้วยความดื้อรั้นที่ยอมหักไม่ยอมงอ เขายื่นมือออกไปสัมผัสกับภาพนิมิตตรงหน้า ทันใดนั้น แสงสีทองสว่างวาบจนแสบตา กลิ่นอายโบราณอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านไปทั่วห้องโถง ภาพเหตุการณ์ในอดีตเมื่อสามร้อยปีก่อนค่อยๆ ปรากฏขึ้นกลางอากาศราวกับม้วนภาพวาดที่ถูกกางออก ในนิมิตนั้น ปรากฏภาพของผู้นำตระกูลหลี่รุ่นแรกกำลังถือกระบี่หักสะบั้นเล่มหนึ่ง ยืนเผชิญหน้ากับเงาร่างมหึมาของเทพสวรรค์ผู้สูงส่ง บนฟ้าดินเต็มไปด้วยสายฟ้าสีม่วงที่ผ่าลงมาแผดเผาผืนแผ่นดินจนลุกเป็นไฟ แต่สิ่งที่ทำให้หลี่มู่เฉินและเซียนจื่อหยวนต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง คือภาพของ "ม้วนคัมภีร์สวรรค์" ในมือของบรรพบุรุษตระกูลหลี่ ที่แท้จริงแล้วไม่ได้ถูกขโมยมาจากแดนสวรรค์ตามที่คำกล่าวอ้าง แต่ทว่า... มันถูกฉีกกระชากออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยน้ำมือของเทพสวรรค์ผู้ใช้อำนาจมืดปกปิดความเน่าเฟะของเบื้องบน! "นั่นมัน..." เซียนจื่อหยวนอุทานออกมาเบาๆ ความเย็นชาบนใบหน้าสลายหายไปในพริบตา นางก้าวเข้ามาใกล้หลี่มู่เฉินโดยไม่รู้ตัว ปราณเหมันต์รอบตัวนางสั่นไหวตามคลื่นอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ "ตระกูลหลี่ไม่ได้ทรยศสวรรค์... แต่พวกเขากำลังปกป้องความลับที่สวรรค์ไม่ต้องการให้โลกมนุษย์ล่วงรู้ต่างหาก" "ถูกต้อง..." หลี่มู่เฉินแค่นหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยัน หยาดโลหิตไหลรินจากมุมปากของเขา แต่แววตากลับเปล่งประกายคมกริบดุจคมกระบี่ที่เพิ่งออกจากฝัก "สามร้อยปีที่ตระกูลต้องก้มหัวรับมลทิน สามร้อยปีที่ลูกหลานต้องถูกไล่ล่าประดุจสุนัขจนตรอก ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแผนการปิดปากของพวกมัน!" ทว่า ในวินาทีที่ภาพนิมิตกำลังจะเผยความลับส่วนสุดท้ายเกี่ยวกับที่ซ่อนของคัมภีร์ที่แท้จริง อักขระบนผนังศิลาทมิฬก็พลันเปลี่ยนเป็นสีเลือด เสียงคำรามกึกก้องราวกับฟ้าถล่มดังขึ้นจากเบื้องบน แรงกดดันระดับมหาเทพกดทับลงมาจนพื้นศิลาแตกร้าวเป็นใยแมงมุม *เปรี้ยง!* อาคมป้องกันวิหารพังทลายลงในพริบตา เศษหินกระเด็นว่อน ท่ามกลางฝุ่นควันและละอองปราณอันปั่นป่วน เงาร่างสวมเกราะทองคำอร่ามเจ็ดร่างปรากฏขึ้นที่ทางเข้า ปราณเทพอันกดขี่แผ่พุ่งจนลมหายใจติดขัด ผู้นำเงาทั้งเจ็ดถือหอกอัคคีสวรรค์ ดวงตาทั้งคู่ไร้ซึ่งความรู้สึก มีเพียงจิตสังหารที่พุ่งตรงมายังหลี่มู่เฉิน "บังอาจนัก! มดปลวกต่ำต้อย กล้าล่วงเกินความลับแห่งบรรพกาล โทษของเจ้าคือความตายสถานเดียว!" เสียงประกาศิตดุจสายฟ้าฟาดดังขึ้นจากเงาร่างตรงกลาง เซียนจื่อหยวนขยับกายวาบไปยืนขวางหน้าหลี่มู่เฉินทันที กระบี่เหมันต์ในมือเปล่งประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้า อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งแหลมคม นางหันกลับมามองชายหนุ่มด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความเด็ดเดี่ยวและห่วงใยเป็นครั้งแรก "มู่เฉิน... ถอยไป ข้าจะเป็นผู้เบิกทางให้เจ้าเอง" หลี่มู่เฉินมองแผ่นหลังบอบบางที่ยืนหยัดปกป้องเขาจากกองกำลังสวรรค์ หัวใจที่ด้านชามานานนับปีพลันกระตุกวูบ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วทรวงอก เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อแขนเรียวของนางไว้เบาๆ รั้งให้นางถอยกลับมาเคียงข้าง "ศิษย์พี่จื่อหยวน ท่านลืมไปแล้วหรือ..." หลี่มู่เฉินแย้มยิ้มออกมา รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความทะนงตนจนน่าหลงใหลที่สุดในชีวิตของเขา ดวงตาคมกริบจ้องมองกองกำลังสวรรค์ตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว "วิถีกระบี่ของเราสองคน... ไม่เคยมีคำว่าถอยหลังต่อหน้าฟ้าดินอยู่แล้ว" เขายกกระบี่ไร้ลักษณ์ขึ้นช้าๆ ปราณกระบี่สีชาดผสมผสานกับปราณเหมันต์ของหญิงสาวหลอมรวมกันเป็นเกลียวคลื่นพลังงานแปลกประหลาดที่สั่นสะเทือนไปถึงรากเหง้าของขุนเขา ทันใดนั้นเอง ที่มุมมืดของวิหาร ท่ามกลางเสียงคำรามของทัณฑ์สวรรค์ เงาร่างที่แปดซึ่งควรจะไร้ตัวตน กลับก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ทำให้กระดูกสันหลังของผู้ฟังต้องเยือกเยือก... "คิดว่าพวกเจ้าหนีพ้นเงื้อมมือของข้าผู้เป็นผู้เฒ่าแห่งหอชำระสวรรค์แล้วอย่างนั้นหรือ... หลี่มู่เฉิน เซียนจื่อหยวน วันนี้คือวันสิ้นสุดของพวกเจ้าทั้งสอง!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันวิถีกระบี่และลิขิตสวรรค์เคียงข้างกันมา ณ ที่นี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สองเราขวางวิถีสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%