กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สองเราขวางวิถีสวรรค์•ตอนที่ 7

การล่มสลายของศรัทธา

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
"เซียนจื่อหยวน... ดูเหมือนเจ้าจะเลือกข้างผิดคนเสียแล้วกระมัง?" สุ้มเสียงแหบพร่าดุจเสียงกะโหลกผีร่ำไห้ดังสะท้อนก้องทั่วลานพิธีบูรพา เมฆดำทะมึนก่อตัวม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นโลหิต แผ่กลิ่นอายมารอันน่าสะพรึงกลัวจนเหล่าศิษย์สายในของสำนักกระบี่เมฆาต่างกระอักเลือดออกมาพร้อมกัน ความกดดันระดับราชันมารขั้นบรรพกาลกดทับลงมาดั่งขุนเขาห้าธาตุ หินผาศิลาโบราณแตกร้าวเป็นรอยแยกละเอียดดุจใยแมงมุม ทว่าใจกลางมหันตภัยนั้น กลับมีร่างบอบบางในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ยืนหยัดขวางกั้นไว้อย่างสง่างาม เซียนจื่อหยวนมิได้สะท้านสะเทือนต่อแรงกดดันระดับทำลายฟ้าดินนั้นแม้แต่น้อย นางพญาเซียนแห่งยอดเขาเหมันต์นิรันดร์ปรายตามองเงาร่างมหึมาของราชันมารหมื่นพิษที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ นัยน์ตาคู่คมกริบดุจน้ำค้างแข็งสะท้อนประกายกระบี่เย็นเยียบ ปิ่นหยกสลักลายหงส์บนเรือนผมสีดำสนิทสั่นไหวเล็กน้อยตามกระแสลมปราณที่แปรปรวน นางยกมือเรียวขึ้นประสานอินทร์กระบี่เบาๆ พลังปราณเหมันต์นิรันดร์แผ่ซ่านออกจากร่างกลายเป็นเกราะน้ำแข็งใสเจิดจ้า ปกป้องบุรุษผู้ยืนอยู่เบื้องหลังนางอย่างมิดชิด "วิถีเซียนกับวิถีมารต่างกันดั่งฟ้ากับเหว... แต่ผู้ที่เอ่ยวาจาสามหาวเช่นเจ้า สมควรถูกกระบี่ของข้าพิพากษาเสียก่อน" น้ำเสียงของจื่อหยวนราบเรียบ เย็นชา และทรงอำนาจจนผู้ฟังต้องสั่นสะท้าน นางหาได้สนใจสายตาดูแคลนของเหล่าผู้วิสุทธิ์แห่งสำนักที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์เบื้องบนไม่ สำหรับนางแล้ว หลี่มู่เฉินหาใช่คนทรยศสวรรค์ตามที่พวกมันกล่าวหา แต่คือจิตวิญญาณกระบี่เพียงหนึ่งเดียวในใต้หล้าที่กล้าเผชิญหน้ากับความอยุติธรรมของสวรรค์อย่างองอาจ เบื้องหลังแผ่นหลังบอบบางแต่มั่นคงนั้น หลี่มู่เฉินกัดฟันกรอด เลือดสีแดงฉานไหลรินจากมุมปากหยดลงบนพื้นศิลาจนเกิดเสียงซู่ซ่า ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ในตันtian (ตันเถียน) ของเขากำลังกรีดแทงเส้นชีพจรอย่างบ้าคลั่งเนื่องจากการฝืนทะลวงขอบเขตเมื่อครู่ เขาพยุงร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลขึ้นด้วยกระบี่เหล็กนิลกาฬ ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีย์จ้องมองแผ่นหลังของสตรีผู้ยอมเอาชื่อเสียงและชีวิตร้อยปีมาเดิมพันเพื่อปกป้องเขา "จื่อหยวน... เจ้าไม่ควรเอาตัวเข้าแลกเพื่อคนไร้รากปราณเช่นข้า" หลี่มู่เฉินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง แต่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและทระงตนในศักดิ์ศรี "หุบปากของเจ้าเสีย หลี่มู่เฉิน" จื่อหยวนไม่หันกลับมามอง ทว่าน้ำเสียงของนางเจือแววอ่อนโยนที่หาได้ยากยิ่ง "ข้าบอกแล้วว่า... บนเส้นทางบำเพ็ญเพียรนี้ หากฟ้าดินไม่ยอมรับพวกเรา เช่นนั้นข้าก็จะใช้กระบี่ในมือฟาดฟันสวรรค์ให้สิ้นซากเอง" ฉับพลัน บรรยากาศรอบด้านก็ดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง ท้องฟ้าที่เคยคำรามด้วยสายฟ้าสีโลหิตกลับถูกแช่แข็งด้วยเกล็ดน้ำแข็งสีครามขนาดมหึมาที่โปรยปรายลงมาราวกับหิมะมรณะ นี่คือเคล็ดวิชา "เหมันต์สยบสวรรค์" ขั้นที่เก้า ที่แม้แต่บรรพบุรุษของสำนักยังต้องหวาดผวา "นังตัวดี! กล้าดีอย่างไรถึงบังอาจขัดขวางราชันมาร!" เสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดดังมาจากประมุขพรรคมารหมื่นพิษ เงาร่างนับพันพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกันราวกับฝูงตั๊กแตนเหล็ก อาวุธลับเคลือบยาพิษนับหมื่นชิ้นพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่ทั้งสองคนด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ จื่อหยวนแค่นเสียงเย็นชา สะบัดแขนเสื้อเพียงครั้งเดียว คลื่นดาบน้ำแข็งนับล้านสายก็พรั่งพรูออกไปราวกับพายุหิมะ ตัดผ่านร่างของพวกมันจนกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งสีแดงฉานในชั่วพริบตา ความตายมาเยือนอย่างเงียบเชียบและงดงามราวกับศิลปะอันเลือดเย็น ทว่า... ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังพลิกผัน ท้องฟ้าเบื้องบนกลับแยกออกเป็นสองเสี่ยง เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวราวกับปฐพีจะพังทลาย เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่ามปรากฏขึ้นเหนือมิติที่ฉีกขาด พร้อมกับแรงกดดันระดับเซียนแท้จริงที่ทำให้กระดูกทั่วร่างของหลี่มู่เฉินส่งเสียงลั่นกรอบ "เซียนจื่อหยวน... โทษฐานสมรู้ร่วมคิดกับมารและปกป้องคนนอก สำนักเซียนแปดทิศมีคำสั่ง... ปลดเจ้าออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการแดนเหมันต์ และ... ประหารชีวิตทันที!" เสียงประกาศิตก้องกังวานดุจวาจาสวรรค์ พร้อมกับกระบี่ทองคำขนาดยักษ์ที่พุ่งแหวกมิติลงมาหมายปักทะลวงร่างของจื่อหยวนจากเบื้องบน ดวงตาของจื่อหยวนหรี่แคบลง นางเตรียมจะก้าวออกไปรับการโจมตีนั้นด้วยกระบี่ของตนเอง ทว่ามือหยาบกร้านคู่หนึ่งกลับคว้าข้อแขนของนางไว้แน่น หลี่มู่เฉินก้าวขึ้นมาเคียงข้างนาง ดวงตาสองข้างลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีทองแห่งจิตวิญญาณกระบี่ที่หลอมรวมเข้ากับปราณเหมันต์อย่างไร้รอยต่อ เขายกกระบี่เหล็กนิลกาฬขึ้นชี้ฟ้า รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างหาญกล้า "สำนักเซียนปลอมปลุกปั่น สวรรค์เน่าเฟะ... หากพวกมันต้องการชีวิตเจ้า พวกมันต้องก้าวข้ามซากศพของข้าไปก่อน!" ชั่วพริบตานั้นเอง อสนีบาตสายสีทองคำคำรามก้องพร้อมกับมิติที่บิดเบี้ยวอย่างไร้ระเบียบ และก่อนที่กระบี่ทองคำจะพุ่งทะลวงลงมาถึงพื้นดิน เงาร่างของบุคคลปริศนาที่สวมหน้ากากกระบี่โบราณก็ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติเบื้องหลังหลี่มู่เฉิน พร้อมกับกระซิบถ้อยคำที่ทำให้ลมหายใจของจื่อหยวนต้องหยุดชะงัก— "มู่เฉิน... ถึงเวลาทวงคืนความจริงแห่งตระกูลหลี่แล้ว..." ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันวิถีเซียนอันหนเหน็บนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สองเราขวางวิถีสวรรค์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%