หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอมเขียวที่สะท้อนอยู่บนเรติน่าของคีตะกำลังฉายกราฟิกวิเคราะห์ความเสียหายและการใช้มามาอันไร้ซึ่งความสมเหตุสมผล ตัวเลขสีแดงฉานกระพริบเตือนอัตราการสูญเสียทรัพยากรถึงร้อยละสามสิบแปดจุดเจ็ดภายในเวลาไม่ถึงสามนาที ซึ่งในโลกของ 'เกียรติยศแห่งอาเซอร์ร็อธ' (Glory of Azeroth) การคำนวณที่ผิดพลาดระดับนี้เทียบเท่ากับการเดินเข้าสู่ลานประหารโดยสวมโซ่ตรวนด้วยตนเอง
แต่มันแปลก... แปลกเสียจนตรรกะที่คีตะยึดถือมาตลอดชีวิตโปรแกรมเมอร์ต้องสั่นคลอน
"คุณคีตะ หลบมุมเสาขวานั้นสิครับ! มอนสเตอร์ระดับอีลิทตัวนั้นกำลังจะใช้สกิล 'คลื่นกระแทกสุริยะ' แล้วนะครับ!" เสียงใสที่เจือความกังวลเล็กน้อยดังขึ้น พร้อมกับร่างเพรียวบางของรินที่พุ่งตัวสวนทางกับหลักการยืนตำแหน่ง (Positioning) ที่ตำราทุกเล่มบัญญัติไว้ เธอไม่ได้ถอยร่นเพื่อรักษาแนวป้องกัน แต่กลับพุ่งเข้าประชิดจุดอับสายตาของมอนสเตอร์หินอัคคีสูงสามเมตรตัวนั้น
"ริน! ตำแหน่งยืนของคุณผิดพลาดสิบสององศา และมันอยู่นอกระยะการสนับสนุนของฮีลเลอร์!" คีตะส่งเสียงเตือนผ่านระบบปาร์ตี้ มือซ้ายขยับแป้นพิมพ์เสมือนจริงกลางอากาศอย่างรวดเร็วเพื่อคำนวณเส้นทางหลบหนีและคำสั่งรีเซัตระบบคูล다운ของเพื่อนร่วมทีม แต่สิ่งที่รินทำกลับทำลายทฤษฎีทั้งหมดที่เขาเพิ่งพิมพ์เสร็จ
แทนที่จะถอย รินกลับใช้สกิล 'ก้าวพริบตาเงาจันทรา' ซึ่งเป็นสกิลระดับต่ำที่ผู้เล่นส่วนใหญ่ทิ้งไปตั้งแต่เลเวลสามสิบ เธอใช้แรงกระแทกจากระเบิดควันไร้ความเสียหายดีดตัวขึ้นไปเหยียบอยู่บนไหล่ซ้ายของมอนสเตอร์หินอัคคี แทนที่จะเป็นการโจมตีจุดอ่อนตามตำรา เธอกลับปัก 'มีดสั้นสนิมเขรอะ' ลงไปที่รอยต่อของแผ่นเกราะบริเวณต้นคอ ซึ่งในระบบฐานข้อมูลของเกมระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นจุดที่มีค่าความต้านทานเวทมนตร์สูงที่สุดถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์
*เคร้ง!*
เสียงโลหะกระทบกันเบาหวิว แต่สิ่งที่ตามมาไม่ใช่ความเสียหายจากการโจมตี หากแต่เป็นเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่คีตะไม่เคยคาดคิดมาก่อน
[ระบบตรวจพบการทำลายล้างจุดศูนย์ถ่วง!]
[มอนสเตอร์ 'ยักษ์อัคคีทมิฬ' สูญเสียความสมดุล บัฟการป้องกันทั้งหมดเป็นศูนย์ชั่วคราว!]
ดวงตาภายใต้กรอบแว่นไร้กรอบของคีตะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—เพียงเสี้ยววินาทีที่ความนิ่งงันเข้าเกาะกุมจิตใจ อัลกอริทึมในหัวของเขาทำงานอย่างบ้าคลั่งเพื่อประมวลผลสิ่งที่เกิดขึ้น มอนสเตอร์ตัวนี้ถูกออกแบบมาให้มีเกราะหนาเตอะเพื่อชดเชยจุดอ่อนเรื่องการทรงตัว รินไม่ได้พยายามเจาะเกราะ... เธอใช้มวลน้ำหนักของมันเองและแรงเหวี่ยงจากการโจมตีเมื่อครู่เพื่อกดทับจุดศูนย์ถ่วงผ่านจุดที่แข็งที่สุด จนโครงสร้างภายในของมันพังทลายลงจากแรงตึงเครียดของตัวมันเอง
มันคือความบ้าคลั่งที่เต็มไปด้วยสามัญสำนึกอันเฉียบคม เป็นวิธีการเล่นที่ไร้ซึ่งความงดงามตามหลักคณิตศาสตร์ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับงดงามยิ่งกว่ากราฟสถิติใดๆ ที่เขาเคยเขียนมา
"มัวยืนเหม่ออะไรอยู่ล่ะครับคีตะ! โจมตีสวนกลับสิครับ!" รินตะโกนเรียกขณะที่เธอกลิ้งตัวหลบลูกไฟขนาดเท่าอ่างอาศัยที่พ่นออกมาอย่างเฉียดฉิว รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าเปื้อนฝุ่นของเธอ มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่มีโค้ดคำสั่งหรือตัวเลขใดๆ รองรับ แต่กลับทรงพลังพอที่จะสลัดความเย็นชาทั้งหมดในอกของชายหนุ่มให้แตกสลาย
คีตะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับมา นิ้วมือที่เรียวยาวราวกับนักเปียโนสะบัดกลางอากาศเรียกใช้ดาบยาวคู่ใจ 'ซิลเวอร์ ฟาง' พุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วดุจสายฟ้า ความลังเลทั้งหมดหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยการประสานงานที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังตกใจ รินสร้างความปั่นป่วนด้วยสัญชาตญาณ ส่วนเขาคือใบมีดที่ตัดเฉือนตามช่องว่างที่เธอเปิดให้อย่างแม่นยำรา과นาฬิกาจักรกล
ผ่านไปไม่ถึงห้าสิบวินาที ร่างมหึมาของยักษ์อัคคีทมิฬก็สลายกลายเป็นละอองแสงสีทอง พร้อมกับเสียงดนตรีเฉลิมฉลองชัยชนะที่ดังขึ้นเบาๆ ในหู
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางซากปรักหักพังของวิหารโบราณ คีตะยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้ากองไอเทมดรอป สายตาคมกริบมองไปยังหญิงสาวที่กำลังนั่งยองๆ ใช้ผ้าเช็ดคราบเขม่าที่แก้มด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับเพิ่งเดินเล่นในสวนสาธารณะ ไม่ใช่เพิ่งเอาชีวิตรอดจากบอสระดับหายากมา
"คุณ... ทำได้ยังไง" คีตะเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่มีความลังเลเจืออยู่เล็กน้อยอย่างที่เจ้าตัวไม่ค่อยแสดงออกบ่อยนัก "ในฐานข้อมูลของกิลด์เบต้า ไม่มีบันทึกการใช้จุดศูนย์ถ่วงของมอนสเตอร์ตัวนี้แบบนั้น คุณรู้ได้ยังไงว่าเกราะตรงนั้นจะกลายเป็นจุดตายเมื่อรับแรงกดทับในมุมสามสิบห้าองศา"
รินเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับยามสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์ เธอยิ้มบางๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า
"ก็ฉันลองผิดลองถูกมาหลายรอบแล้วนี่ครับ... ตอนที่เล่นในเซิร์ฟเวอร์ทดสอบลับ ฉันโดนมันเหยียบตายไปตั้งสิบกว่ารอบแหนะ พอตายบ่อยเข้า ร่างกายมันก็จำได้เองว่าตรงไหนที่มันขยับแล้วดูอึดอัดที่สุด" รินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลและจริงใจ "บางทีนะคีตะ... โลกนี้อาจจะไม่ได้มีแค่ตัวเลขหรอกครับ สิ่งที่เรียกว่าความรู้สึกและการคาดเดาของมนุษย์ อาจจะมีประโยชน์มากกว่าอัลกอริทึมที่ซับซ้อนที่สุดก็ได้"
คำพูดนั้นสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของชายหนุ่ม ความทรงจำอันเจ็บปวดจากการล้มเหลวของทีมอีสปอร์ตเก่าเมื่อปีก่อนผุดขึ้นมาแวบหนึ่ง—ภาพของหน้าจอที่แสดงความพ่ายแพ้เพราะระบบคำนวณพลาดไปเพียงจุดเดียว ทว่าในวันนี้ เบื้องหน้าของเขากลับมีหญิงสาวคนหนึ่งที่ใช้ความผิดพลาดและความรู้สึกนำทางไปสู่ชัยชนะ
คีตะเม้มริมฝีปากแน่น กำลังจะอ้าปากแย้งด้วยหลักการทางสถิติ แต่ทว่า...
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันไม่ได้มาจากหน้าต่างรางวัลปกติ เสียงนั้นก้องกังวานทุ้มต่ำและเย็นเยียบจนขนหัวลุก ราวกับเสียงกระซิบจากความมืดที่อยู่ใต้พื้นพิภพ
[ระบบตรวจพบการแทรกแซงจากตัวตนภายนอก...]
[เงื่อนไขลับ 'รอยร้าวแห่งอาเซอร์ร็อธ' ถูกกระตุ้นโดยเจตตาสมบูรณ์แบบระหว่าง 'ตรรกะ' และ 'สัญชาตญาณ']
[คำเตือน: ประตูมิติแห่งพันธสัญญาโบราณกำลังจะเปิดออก... ผู้เล่นคีตะและผู้เล่นรินได้รับการจัดสรรเข้าสู่ "ภารกิจระดับ SSS: บททดสอบแห่งราชันย์ผู้ไร้หัวใจ"]
พื้นดินใต้เท้าของทั้งสองเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นพร้อมกับไอหมอกสีเลือดที่พวยพุ่งขึ้นมาจากเบื้องล่าง และก่อนที่คีตะจะทันได้คว้าแขนของรินเพื่อถอยร่น แสงสว่างสีครามเข้มก็สาดส่องลงมาจากท้องฟ้า ปิดกั้นทางออกทุกเส้นทางด้วยม่านพลังงานปริศนา
พร้อมกันนั้น เสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงและเสียงคำรามก้องกังวานที่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันบ้าคลั่ง ก็ดังขึ้นมาจากความมืดมิดเบื้องหน้า—เสียงที่ไม่มีอัลกอริทึมใดในโลกสามารถคำนวณความน่าจะเป็นในการรอดชีวิตได้เลยแม้แต่น้อย
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับกลยุทธ์และหัวใจของพวกเขาในตอนนี้นะครับ
อัลกอริทึมพ่ายรักกับนักวางกลยุทธ์ไร้ใจ•ตอนที่ 5
รอยร้าวในอัลกอริทึม
ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมพ่ายรักกับนักวางกลยุทธ์ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!