เสียงกระทบกันของฟันเฟืองโลหะและคราบน้ำมันเครื่องที่ส่งกลิ่นฉุนกึกคือบรรยากาศเดียวที่คีตะคุ้นเคย แสงไฟสีฟ้าสลัวจากหน้าจอโฮโลแกรมสะท้อนลงบนแว่นตาไร้กรอบของเขา นิ้วเรียวยาวกำลังลากผ่านชุดคำสั่งโค้ดสีเขียวมรกตด้วยความเร็วสูงเพื่อคำนวณอัตราการรีโหลดของสกิลในเกม *Nexus Online* พลางถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อพบว่าสูตรคณิตศาสตร์ที่ระบบเกมตั้งใจซ่อนไว้นั้นช่างเรียบง่ายและไร้ซึ่งความท้าทาย
"ถ้าคุณยังนั่งคำนวณความน่าจะเป็นที่บอส 'โกลิอاثแห่งซากปรักหักพัง' จะกะพริบตาอยู่แบบนั้น จนป่านนี้เราคงได้นั่งกินป๊อปคอร์นดูผู้เล่นกิลด์อื่นตายยกตี้ไปสามรอบแล้วนะครับ คีตะ"
เสียงใสแต่แฝงด้วยความขี้เล่นดังขึ้น พร้อมกับร่างบางของรินที่ทิ้งตัวลงนั่งบนลังไม้เก่าๆ ข้างกาย เธอเพิ่งกลับมาจากเขตการค้าพร้อมกับห่อกระดาษสีน้ำตาลที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของขนมปังอบใหม่ รินตบฝุ่นออกจากมือเล็กน้อยก่อนจะยื่นกระติกน้ำโลหะให้เขาด้วยรอยยิ้มที่สว่างไสวราวกับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิดว่าเบื้องหน้าของพวกเขาคือ ดันเจี้ยนระดับหายากที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม
คีตะเหลือบมองกระติกน้ำในมือเธอชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะผลักหน้าจอโฮโลแกรมเก็บเข้าสู่คลังเก็บของส่วนตัว
"ความน่าจะเป็นไม่ใช่เรื่องไร้สาระ ริน" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามวิสัยทัศน์ของอดีตโปรเพลเยอร์ผู้เคยผ่านสนามแข่งระดับโลกมาแล้ว "ถ้าเราคำนวณจังหวะการโจมตีของโกลิอاثพลาดไปเพียง 0.14 วินาที โล่มานาของคุณจะหมดลง และเราจะกลายเป็นแค่วัตถุดิบปุ๋ยชั้นดีให้มันเหยียบเล่น"
"โธ่... ชีวิตไม่ได้มีแค่สูตรคณิตศาสตร์กับตัวเลขความเสียหายหรอกนะท่านนักวางกลยุทธ์" รินหัวเราะคิกคัก เธอหยิบขนมปังออกมากัดคำโตแล้วเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับยามกวาดมองไปรอบซากปรักหักพังของวิหารโบราณ "บางครั้ง สัญชาตญาณต่างหากล่ะที่บอกว่าเราควรเดินไปทางซ้าย แม้ว่าแผนที่บอกให้ไปขวา"
คีตะขมวดคิ้วเล็กน้อย ความเป็นระเบียบเรียบร้อยในสมองของเขาต่อต้านตรรกะแบบนั้นโดยสิ้นเชิง เกมนี้ถูกออกแบบด้วยอัลกอริทึม ทุกการกระทำมีตัวเลขกำกับ ทุกดาเมจมีสูตรคำนวณ สัญชาตญาณอะไรนั่นเป็นเพียงข้ออ้างของพวกมือสมัครเล่นที่พึ่งพาโชคช่วย ทว่า... ลึกๆ ในใจที่เขาไม่อยากยอมรับนัก การตัดสินใจด้วย "สัญชาตญาณ" ของรินในดันเจี้ยนชั้นก่อนหน้านี้ กลับเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้พวกเขารอดพ้นจากกับดักมรณะมาได้อย่างหวุดหวิด
"งั้นเชิญใช้สัญชาตญาณของคุณอธิบายแผนการที่เราจะใช้จัดการกับเจ้าเหล็กไหลตัวนั้นหน่อยสิครับ" คีตะผายมือไปยังลานกว้างเบื้องหน้า ที่ซึ่งเงาตะคุ่มขนาดมหึมาของโกลิอاثกำลังเดินวนเวียน ส่งเสียงคำรามก้องสะท้านสะเทือนผืนแผ่นดิน
รินกลืนขนมปังลงคอ ปัดเศษแป้งออกจากเสื้อคลุมสีขาวสะอาดตา ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความขี้เล่นเป็นความจริงจังอย่างรวดเร็วจนคีตะแอบแปลกใจ แววตาของหญิงสาวสะท้อนภาพของอสูรกายเหล็กกล้าไร้พ่ายตัวนั้นโดยไม่มีความหวาดกลัวเจือปนเลยแม้แต่น้อย
"แผนเดิมของพวกกิลด์ใหญ่คือการแทงก์ด้วยโล่แล้วระดมโจมตีใส่จุดอ่อนที่กลางอกใช่ไหมล่ะคะ?" รินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "แต่นั่นคือสิ่งที่อัลกอริทึมของบอสถูกโปรแกรมให้รอรับมืออยู่แล้ว ยิ่งโจมตีตรงนั้นมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งสะท้อนดาเมจกลับมาเป็นสองเท่าเท่านั้น"
คีตะพยักหน้ารับช้าๆ "ถูกต้อง ข้อมูลจากดาต้าเบสยืนยันว่าเกราะส่วนอกมีค่าความต้านทานเวทมนตร์และกายภาพสูงถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ การบุกโจมตีตรงๆ คือการฆ่าตัวตายชัดๆ"
"งั้นเราก็ไม่บุกตรงๆ สิคะ" รินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้คีตะรู้สึกว่าเธอนี่แหละคืออันตรายที่แท้จริงในโลกใบนี้ "เราจะใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมที่พวกเขามองข้าม... เสาหินค้ำยันสี่ต้นรอบลานประลองนั้น ไม่ได้มีไว้แค่ประดับฉากหรอกนะคีตะ แต่มันคือตัวนำกระแสมานาของดันเจี้ยน"
ดวงตาของคีตะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่สมองของเขากลับเริ่มประมวลผลข้อมูลมหาศาลทันที เสาหินสี่ต้น... ค่าความหนาแน่นของมานาในพื้นที่รอบเสา... และมุมองศาการตกกระทบของสกิลโจมตีระยะไกล
"เข้าใจแล้ว..." คีตะเอ่ยต่อจากเธออย่างรู้ทัน "ถ้าเราล่อให้โกลิอاثใช้ท่าไม้ตาย 'คลื่นทำลายล้าง' พุ่งชนเสาต้นที่สามในมุมองศา 45 องศา แรงสั่นสะเทือนจะส่งผลให้แกนกลางพลังงานที่อยู่ด้านหลังของมันเปิดออกโดยอัตโนมัติ เนื่องจากระบบฟิสิกส์ของเกมนี้จำลองแรงโน้มถ่วงและแรงเฉื่อยตามความเป็นจริง"
"แม่นยำมากค่ะท่านศาสตราจารย์" รินหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นประกายตาแห่งความท้าทายกลับคืนสู่ร่างของชายหนุ่มอีกครั้ง "หน้าที่ล่อมันมาที่มุมอับสายตา ยกให้เป็นความรับผิดชอบของสัญชาตญาณฉันเอง ส่วนหน้าที่คำนวณวินาทีที่เกราะหลังเปิดออกและซัดดาเมจปิดฉาก... ฉันฝากไว้ที่คุณพนักงานผู้รอบคอบนะคะ"
คีตะไม่ได้ตอบรับด้วยคำพูด แต่เขาดึงแว่นตาขึ้นเล็กน้อย นิ้วมือขยับวาดลวดลายกลางอากาศเพื่อเรียกหน้าต่างระบบคำนวณสกิลและตั้งค่าคีย์ลัดใหม่ทั้งหมดในเวลาไม่ถึงสามวินาที รอยยิ้มบางเบาที่ยากจะเห็น ปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าไร้หัวใจ
"อย่าตายก่อนผมคำนวณเสร็จก็แล้วกันครับ ริน"
สิ้นเสียงคำพูดนั้น คีตะก็ดีดตัวพุ่งทะยานออกไปจากที่กำบัง ร่างของเขาเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงราวกับเงาสีดำที่แหวกผ่านความมืดมิด เบื้องหน้าคืออสูรเหล็กกล้าที่ส่งเสียงคำรามก้องจนแก้วหูแทบแตก ขณะที่รินวิ่งแยกตัวออกไปอีกด้านพร้อมกับร่ายเวทมนตร์แสงสีทองระยิบระยับเพื่อดึงดูดความสนใจของบอส แผนการที่บ้าบิ่นแต่เต็มไปด้วยความสมบูรณ์แบบทางกลยุทธ์ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ทว่า... ในวินาทีที่คีตะกำลังจะลั่นไกสกิลโจมตีจุดตายตามจังหวะที่คำนวณไว้อย่างดิบดีนั้นเอง หน้าจออินเทอร์เฟซสีแดงฉานก็เด้งขึ้นมาขวางหน้าอย่างไร้สัญญาณเตือน
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบตัวแปรภายนอกที่ไม่ระบุตัวตน]
[คำเตือน: ผู้เล่นระดับปรมาจารย์ 'เซเฟอร์' ได้ก้าวเข้าสู่เขตแดนของท่าน...]
[ภารกิจระดับ SSS: "เงาแห่งผู้ทรยศ" เริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้]
อัลกอริทึมพ่ายรักกับนักวางกลยุทธ์ไร้ใจ•ตอนที่ 3
กลยุทธ์ของคนสองโลก
ผลงานโดย ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์แห่งอาเซอร์ร็อธ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมพ่ายรักกับนักวางกลยุทธ์ไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!