กุนซือวังหลวงในยุคแปรผัน: บัลลังก์อำนาจแห่งทุ่งหญ้าคอมมูน•ตอนที่ 5

กลยุทธ์การจัดสรรเสบียง

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
นิ้วเรียวระหงดั่งหยกขาวสลักที่คีบตะเกียบไม้ไผ่ขัดเงาชะงักค้างกลางอากาศ เมื่อเสียงเคาะประตูไม้สนเก่าครูดกับพื้นดินดังขึ้นสามครั้ง—จังหวะหนักแน่นและระแวดระวังเช่นนี้ มีเพียงบุรุษผู้สวมเครื่องแบบสีเขียวขี้ม้าซีดจางและกลิ่นอายควันปืนจางๆ ติดกายผู้นั้นคนเดียว "เข้ามาได้ค่ะ ประตูไม่ได้ลงกลอน" หลินเฟยหรานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากังวานใสราดรดความเงียบงันยามพลบค่ำในห้องแคบๆ ของบ้านพักคอมมูนยุคเจ็ดสิบ สายตาของนางมิได้ละไปจากสมุดบัญชีรายรับรายจ่ายทำมือที่ทำจากกระดาษฟางหยาบกร้าน บนหน้ากระดาษนั้น นางใช้หมึกจีนราคาถูกขีดเขียนตารางคำนวณอย่างประณีตบรรจง ลายเส้นพู่กันตวัดพลิ้วไหวราวกับอักษรราชสำนักต้าเหลียง หาใช่ตัวหนังสือแบบย่อของยุคสมัยนี้ไม่ หานจื้อหย่งผลักประตูเข้ามา ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมผ้าฝ้ายหนาถอดหมวกแก๊ปสีเขียวที่มีดาวแดงประดับออก เผยให้เห็นเส้นผมตัดสั้นเกรียนและใบหน้าคมสันที่ราวกับถูกแกะสลักมาจากหินผาอันเย็นชา ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องที่มีกลิ่นอายเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากห้องพักรกร้างอับชื้นที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงในคราบคนงานตกอับ บัดนี้ มุมห้องถูกจัดสรรปันส่วนใหม่อย่างมีระเบียบราวกับตำหนักในของสนองพระชายาเอก แผ่นกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าถูกนำมาแปะทับรอยแตกร้าวของผนังดินปั้นเพื่อกันลมหนาว เศษฟางบนพื้นถูกกวาดจนสะอาดสะอ้าน บนเตียงเตาอิฐมีผ้าห่มผ้าฝ้ายเนื้อหยาบพับไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ทว่าสิ่งที่สะดุดตาสุดคือ "แปลงเพาะปลูกขนาดเล็ก" ที่นางดัดแปลงจากลังไม้ใส่กระสุนปืนเก่า วางไว้ริมหน้าต่างรับแสงแดดรำไร "คุณกำลังทำอะไรอยู่..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามแกมระแวง นัยน์ตาคมกวาดมองลังไม้ที่มีต้นกล้าสีเขียวอ่อนโผล่พ้นดินขึ้นมาไม่กี่มิลลิเมตร "นี่มันแปลงผักตระกูลกะหล่ำ... คุณเอาเมล็ดพันธุ์เหล่านี้มาจากไหน ในคลังเสบียงของคอมมูนไม่มีนโยบายแจกจ่ายสิ่งนี้ในช่วงฤดูหนาวใกล้เข้ามาเช่นนี้" เฟยหรานวางตะเกียบลงช้าๆ นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มบางเบาประดับมุมปาก ทว่าดวงตากลับคมปลาบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝักแพรไหม "ของทุกอย่างมีที่มาของมันเสมอค่ะท่านอ๋อง... อ้อ ลืมไป ในที่แห่งนี้ท่านคือ 'สหายหาน' ผู้ตรวจการกองเสบียงหาใช่ท่านอ๋องแห่งแดนประจิมไม่" นางจงใจเน้นเสียงเย้าหยอกเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชายเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีครามที่นางดัดแปลงตัดเย็บใหม่ให้เข้ารูปช่วยขับเน้นเอวบางร่างน้อยให้ดูสง่างามราวกับราชนิกุลผู้สูงศักดิ์ แม้ในยามยืนอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายดินโคลนของยุคสมัยอันแร้นแค้นนี้ หานจื้อหย่งขมวดคิ้วมุ่น ก้าวเท้าเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ ประหลาดคล้ายดอกเหมยอิงหนาวลอยละล่องมาแตะจมูก กลิ่นนี้ช่างขัดแย้งกับกลิ่นน้ำมันเครื่องและกลิ่นเหงื่อไคลของโรงงานคอมมูนอย่างสิ้นเชิง เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตานาง ราวกับต้องการค้นหาความลับดำมืดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มนั้น "คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ หลินเฟยหราน" เขาเอ่ยชื่อนางเต็มยศด้วยน้ำเสียงต่ำลึก กดดัน และอันตราย "การกระทำของคุณในวันนี้... การไปเจรจากับผู้จัดการสหกรณ์เก่าเพื่อแลกเปลี่ยนเศษเหล็กกับเมล็ดพันธุ์ผักป่า และการคำนวณบัญชีที่แยบยลจนหัวหน้าฝ่ายผลิตต้องยอมจำนน นั่นไม่ใช่สิ่งที่หญิงสาวชาวนาธรรมดาจะทำได้" เฟยหรานไม่สะทกสะท้าน นางก้าวเข้าไปประชิดเขาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนเกือบชิด บีบให้บุรุษร่างสูงต้องผละสายตาลงมามองนางอย่างเสียไม่ได้ นางเอื้อมมือเรียวไปแตะที่กระดุมเสื้อโค้ดสีเขียวขี้ม้าของเขาแผ่วเบາ ราวกับกำลังจัดระเบียบเครื่องแต่งกายให้เสนาบดีคู่บัลลังก์ ทว่ากิริยานั้นเปี่ยมด้วยชั้นเชิงและแรงดึงดูดอันตราย "หากหม่อมฉัน... มิใช่สตรีธรรมดาเล่าเพคะ?" นางกระซิบลอดไรฟัน เสียงหวานกังวานทว่าเย็นเยียบราดรดหัวใจของเขา "ท่านจะหวาดกลัว... หรือจะสยบแทบเท้าหม่อมฉันกันแน่?" หานจื้อหย่งชะงักงัน ลมหายใจอุ่นร้อนของนางปะทะเข้ากับปลายคางเขา หัวใจที่เคยด้านชาจากการผ่านศึกสงครามมานับไม่ถ้วนกลับกระตุกวูบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดแล่นริ้วขึ้นมาในอก ราวกับภาพเงาของสตรีผู้หนึ่งในความทรงจำอันเลือนรางกำลังซ้อนทับกับหญิงตรงหน้า—สตรีผู้เคยถือพู่กันวางกลยุทธ์พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินเคียงข้างเขาบนบัลลังก์มังกร เขายกมือขึ้นหมายจะคว้าข้อมือนางไว้เพื่อหยุดความอาจหาญนี้ ทว่าเฟยหรานไวกว่า นางถอยหลังหนึ่งก้าวพร้อมกับรอยยิ้มเย้ายวนที่หายวับไป เหลือเพียงสายตานักการเมืองผู้เฉียบคม "พายุหิมะลูกแรกกำลังจะมาถึงในอีกสามวันค่ะสหายหาน" นางผายมือไปยังสมุดบัญชีบนโต๊ะ "คลังเสบียงของคอมมูนมีปริมาณแป้งสาลีและมันสำปะหลังไม่พอหล่อเลี้ยงคนงานถึงสิ้นเดือน หากเรายังรอคอยการจัดสรรจากส่วนกลางแบบไร้ทิศทาง คนครึ่งหนึ่งในหมู่บ้านนี้คงต้องล้มตายด้วยความหนาวเหน็บและอดอยาก กลยุทธ์การจัดสรรเสบียงที่หม่อมฉันกำลังทำอยู่... คือการเปลี่ยน 'วิกฤต' ให้เป็น 'อำนาจต่อรอง'" หานจื้อหย่งหรี่ตาลง มองสมุดบัญชีเล่มนั้นด้วยความทึ่งและความระแวดระวังระคนกัน ตัวเลขที่นางจดบันทึกไว้ไม่ได้มีเพียงรายรับรายจ่าย แต่มีแผนผังการกระจายสินค้า เส้นทางลำเลียงลับ และจุดอ่อนของหัวหน้าฝ่ายการเมืองประจำคอมมูนผู้ฉ้อฉลรายนั้นอย่างละเอียดลออ "คุณคิดจะทำอะไรกับตาเฒ่าเฉิน..." เขาเอ่ยถาม เสียงแหบพร่าลงเล็กน้อย "เขาโกงกินเสบียงสำรองของรัฐมานานเท่าไหร่ ท่านย่อมรู้ดีกว่าใครมิใช่หรือคะ?" เฟยหรานยกถ้วยน้ำชาอุ่นๆ ขึ้นจิบ ชายตามองเขาด้วยหางตาอย่างเย้ายวน "หากเราต้องการมีชีวิตรอดอย่างสุขสบายในยุคสมัยที่แปรผันนี้... เราจำเป็นต้องมี 'คลังเสบียงส่วนตัว' ที่มั่นคง และอำนาจที่แม้แต่พรรคคอมมิวนิสต์ท้องถิ่นก็ยังต้องเกรงใจ" นางวางถ้วยแฃกลงบนโต๊ะเสียงกระทบกันเบาๆ ดังก้องกังวานในความเงียบ "และก้าวแรก... คือการยึดกุมกระเพาะอาหารของทุกคนในคอมมูนแห่งนี้ไว้ในกำมือของหม่อมฉัน" บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันchผับพลัน ความกดดันระหว่างคนทั้งสองพุ่งทะยานถึงขีดสุด หานจื้อหย่งจ้องมองสตรีตรงหน้าด้วยแววตาที่ซับซ้อน—มีความปรารถนา ความระแวง และความหลงใหลระคนกันจนแยกไม่ออก มือใหญ่ของเขากำหมัดแน่นข้างลำตัว พยายามต้านทานแรงดึงดูดอันร้ายกาจจากนาง ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงตะโกนแหบแห้งของเด็กส่งจดหมายประจำคอมมูนที่ดังลอดเข้ามา "สหายหาน! มีจดหมายด่วนจากเมืองหลวง! ประทับตราลับสุดยอด ส่งตรงถึงมือผู้ตรวจการหานโดยเฉพาะขอรับ!" หานจื้อหย่งขมวดคิ้ว เขาสบตาเฟยหรานแวบหนึ่ง ก่อนจะสาวเท้าไปกระชากเปิดประตูออก ร่างของเด็กส่งจดหมายยืนหอบหายใจโยนซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะที่ปิดผนึกด้วยครั่งสีแดงสดมาให้เขา มือหนารับซองเอกสารนั้นไว้ สัญชาตญาณทหารผ่านศึกเตือนภัยทันทีว่านี่ไม่ใช่จดหมายธรรมดา เมื่อเขาพลิกซองขึ้นดูตราประทับ นัยน์ตาสีเข้มก็หดแคบลงทันที มันคือตราสัญลักษณ์ของ 'คณะกรรมการกลางพิเศษ' — หน่วยงานลับที่ทำหน้าที่กวาดล้างศัตรูทางการเมืองระดับสูง และชื่อผู้ส่งที่มุมซอง... คืออดีตคู่หมั้นของเขาจากตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง ผู้ซึ่งคาดไม่ถึงว่าจะตามกลิ่นอายมาถึงดินแดนทุ่งหญ้าอันห่างไกลนี้! เฟยหรานที่ยืนอยู่เบื้องหลัง หรี่ตามองรอยครั่งสีแดงบนซองเอกสารนั้น รอยยิ้มบนมุมปากของนางเลือนหายไปในพริบตา เหลือเพียงแววตาเยียบเย็นดุจน้ำแข็งพันปี นางเอ่ยขึ้นเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหานจื้อหย่งต้องสะท้านเฮือก "ดูท่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญจากอดีตชาติของท่าน คงจะมาทวงคืนบัลลังก์เร็วกว่าที่คาดคิดเสียแล้วกระมังคะ..." ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องไปในห้วงมิติเวลาอันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือวังหลวงในยุคแปรผัน: บัลลังก์อำนาจแห่งทุ่งหญ้าคอมมูน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%