"สมุดบัญชีเล่มนี้... สามีเอามาจากที่ใดหรือเจ้าคะ เหตุใดตัวเลขผลผลิตถ่านไม้ในเขตภูเขาตะวันตกจึงขัดแย้งกับตัวเลขการเบิกจ่ายเสบียงของกองพลน้อยที่สามถึงเจ็ดร้อยชั่งเล่า"
เสียงหวานใสที่เอ่ยขึ้นอย่างเรียบเรื่อย ราวกับกำลังปรารภถึงดินฟ้าอากาศ ทว่ากลับทำให้อุณหภูมิภายในห้องทำงานคับแคบของหน่วยคอมมูนหมู่บ้านซานหลินลดฮวบลงจนแทบกลายเป็นน้ำแข็ง หานจื้อหย่งชะงักมือที่กำลังถือปากกาหมึกซึมลง ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีตวัดมองสตรีตรงหน้าทันที
หลินเฟยหรานในยามนี้ไม่ได้สวมชุดผ้าฝ้ายหยาบสีทึบทึบเช่นหญิงชาวนาทั่วไป นางสวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายทอเนื้อละเอียดสีครามเข้มคอจีน ขลิบขอบด้วยลายปักดอกเหมยสีขาวนวลอย่างประณีต เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บอย่างเรียบร้อยด้วยปิ่นไม้จันทน์แกะสลักรูปดอกบัว ท่าทีของนางสง่างามราวกับพระชายาเอกแห่งตำหนักบูรพาที่กำลังตรวจตรางานในท้องพระโรง หาใช่ภรรยาชาวไร่ชาวนาในยุคทศวรรษที่เจ็ดไม่ ความเยือกเย็นและแววตาดั่งรู้เท่าทันทุกสรรพสิ่งคู่นั้น ทำให้หานจื้อหย่งรู้สึกเหมือนกำลังถูกต้อนจนมุมโดยกุนซือผู้ช่ำชองสนามรบ ทั้งที่นางเป็นเพียงภรรยาที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอและไร้เดียงสามาตลอด
"เจ้าไปเอาสมุดบัญชีลับนี้มาจากที่ใด เฟยหราน" หานจื้อหย่งเอ่ยเสียงต่ำ สันกรามของชายหนุ่มขบเข้าหากันจนนูนเด่น ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบสีเขียวขี้ม้าก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน กลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับสัตว์ป่าที่ถูกล้ำอาณาเขต
ทว่าหลินเฟยหรานหาได้สะดุ้งสะเทือนไม่ นางเพียงแต่เงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มบางเบาที่ระบายอยู่บนริมฝีปากคู่นั้นช่างงดงามราวกับภาพวาดพู่กันจีน แต่กลับซ่อนเร้นคมมีดไว้นับพันเล่ม
"สามีกล่าวอันใดกัน สมุดบัญชีเล่มนี้ก็วางอยู่บนโต๊ะทำงานของท่าน ใต้กองเอกสารรายงานผลผลิตประจำฤดูเก็บเกี่ยวอย่างไรเล่าเจ้าคะ" นางตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าดวงตากลับทอประกายลẫกซึ้ง "เพียงแต่... ข้าไม่คาดคิดว่าทหารหาญผู้กล้าหาญที่ผ่านศึกสงครามมาโชกโชนอย่างท่าน จะมีความบกพร่องในการคำนวณตัวเลขทางบัญชีที่สะเพร่าถึงเพียงนี้ หรือว่า... ตัวเลขเจ็ดร้อยชั่งที่หายไปนั้น จะไม่ได้ถูกนำไปใช้เพื่อการเกษตรของคอมมูน... แต่ถูกส่งไปยัง 'ที่อื่น' กันแน่เจ้าคะ"
คำว่า 'ที่อื่น' ของนางลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ ทว่ากลับหนักอึ้งราวกับภูเขาไท่ซานกดทับลงบนบ่าของหานจื้อหย่ง ชายหนุ่มหรี่ตาลงพินิจพิเคราะห์ภรรยาของตนอย่างลึกซึ้งเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ฟื้นไข้ฟื้นคืนสติมา หลินเฟยหรานผู้นี้ก็เปลี่ยนไปราวกับคนละคน ความรู้ความสามารถของนาง ชั้นเชิงในการใช้คำพูด และสติปัญญาที่เหนือล้ำกว่าสตรีทั่วไปในยุคสมัยนี้ ทำให้ความระแวงสงสัยที่เขาพยายามกด
เก็บไว้เริ่มปะทุขึ้นดั่งไฟใต้ฟาง
หานจื้อหย่งก้มตัวลงใช้มือทั้งสองข้างยันขอบโต๊ะไม้เก่าๆ กักร่างบางให้นั่งติดอยู่กับเก้าอี้ ใบหน้าคมคายโน้มเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มขาวนวล ทว่าแววตาของเขากลับเยียบเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก
"เจ้าเป็นใครกันแน่... หลินเฟยหราน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยคาดคั้น ชิดริมฝีปากจนแทบกระซิบ "ภรรยาของข้าไม่เคยมีความรู้เรื่องบัญชีการทหาร ไม่เคยอ่านออกเขียนได้แตกฉานถึงขั้นมองทะลุกลยุทธ์การขนส่งเสบียงของกองทัพ แต่วันนี้... เจ้ากลับยืนอยู่ตรงหน้าข้า พร้อมกับชี้ให้เห็นจุดบอดในรายงานลับสุดยอดของพรรคการเมือง"
หลินเฟยหรานหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะดั่งระฆังแก้วกังวานใส ทว่าไร้ซึ่งความหวาดกลัว นางเอื้อมมือเรียวบางขึ้นสัมผัสปกเสื้อเครื่องแบบสีเขียวขี้ม้าของเขาอย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วเรียวยาวไล้ผ่านกระดุมทองเหลืองทีละเม็ดอย่างเชื่องช้าและจงใจยั่วยวน ทว่าดวงตากลับคมกริบดั่งกระบี่
"ข้าก็คือภรรยาของท่านอย่างไรเล่าเจ้าคะท่านพี่..." นางเอ่ยเสียงหวานหยาดเยิ้ม ทว่าแฝงความนัยอันล้ำลึก "ส่วนข้าจะเป็นใครนั้นไม่สำคัญ... สำคัญอยู่ที่ว่า ตัวตนที่แท้จริงของท่าน... เป็นเพียงแค่ทหารผ่านศึกผู้ซื่อสัตย์ต่อคอมมูน หรือเป็น 'หมากตัวสำคัญ' ของใครบางคนในเมืองหลวงกันแน่เจ้าคะ"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานทันที บรรยากาศตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง หานจื้อหย่งชะงักงัน หัวใจของแม่ทัพผู้ไม่เคยหวั่นไหวต่อศัตรูในสนามรบ กลับเต้นรัวระรัวด้วยความตื่นตระหนกและหวาดหวั่นเป็นครั้งแรก สตรีผู้นี้... ล่วงรู้ความลับดำมืดที่เขาพยายามปกปิดมาตลอดได้อย่างไร
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างเร่งร้อน ตามด้วยเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของสหายร่วมรบที่ยืนอยู่ด้านนอก
"ผู้กองหาน! ด่วนที่สุดครับ! มีโทรเลขด่วนพิเศษจากสำนักงานพรรคประจำมณฑล ส่งตรงถึงมือท่านโดยเฉพาะ!"
หานจื้อหย่งผละตัวออกจากร่างบางทันที สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในพริบตา เขาสบตากับหลินเฟยหรานวูบหนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวเดินไปกระชากประตูเปิดออก ทหารสื่อสารหน้าตาตื่นตระหนกยื่นกระดาษโทรเลขแผ่นเล็กที่ถอดรหัสเสร็จเรียบร้อยส่งให้ มือหนารับมาคลี่อ่านด้วยความรวดเร็ว
เพียงกวาดสายตาอ่านข้อความบรรทัดแรก สีหน้าของหานจื้อหย่งก็ถอดสีจนซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ
ในโทรเลขลับฉบับนั้นระบุสั้นๆ แต่เฉียบขาดราวกับประกาศิตแห่งความตาย—
*[คำสั่งด่วน: ตรวจพบสายลับกองกำลังปฏิวัติเก่าแฝงตัวอยู่ในหมู่บ้านซานหลิน ให้ท่านทำการ 'ควบคุมตัว' บุคคลต้องสงสัยทันทีโดยไม่ต้องรออนุมัติ และผู้ต้องสงสัยรายแรก... คือภรรยาของท่านเอง]*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องไปในห้วงมิติเวลาอันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ
กุนซือวังหลวงในยุคแปรผัน: บัลลังก์อำนาจแห่งทุ่งหญ้าคอมมูน•ตอนที่ 6
เมื่อความลับถูกซ่อนใต้รอยยิ้ม
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือวังหลวงในยุคแปรผัน: บัลลังก์อำนาจแห่งทุ่งหญ้าคอมมูน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!