เสียงกากบาทของช้อนสังกะสีที่กระทบกับก้นชามดินเผาแกร่งดัง “กริ๊ก... กริ๊ก...” ราวกับเสียงนาฬิกาเรือนโบราณที่กำลังนับถอยหลังสู่วาระสุดท้ายของความอดทน
หลินเฟยหรานปรายตามองอาหารมื้อแรกในดินแดนอันห่างไกล... ข้าวฟ่างหยาบกร้านที่ถูกต้มจนเละเป็นน้ำต้มผัก สีเหลืองหม่นหมองไร้ซึ่งความมันวาว ด้านข้างมีหัวไชเท้ารสชาติขื่นขมดองเค็มวางอยู่เพียงหยิบมือเดียว กลิ่นอับชื้นของยุ้งฉางและกลิ่นโคลนสาบควายลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอาหารจนน่าสะอิดสะเอียน สำหรับอดีตกุนซือหญิงผู้เคยลิ้มรสอาหารประณีตบรรจงเจ็ดตำรับแปดเปลาะในตำหนักวิหคสวรรค์ ที่นี่เปรียบเสมือนหลุมศพที่ไร้ซึ่งความเมตตา
"กินเสียสิ ถ้าไม่อยากตายผอมแห้งแรงน้อยคาคอกวัว"
เสียงห้าวทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความเยียบเย็นดังขึ้นจากมุมห้อง หานจื้อหย่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่สานตัวเตี้ย มือหนากร้านกำลังลับคมมีดสั้นเล่มเก่าด้วยหินลับมีด เสียงโลหะเสียดสีกับหินดังครืดคราดสอดประสานกับเสียงจิ้งหรีดนอกหน้าต่าง ใบหน้าคมคายไร้รวดลายความอ่อนโยน แววตาคมกริบดุจเหยี่ยวภูเขาชำเลืองมองนางด้วยความรู้สึกสมเพชแกมระแวง
"ผู้หญิงคนนี้... ใครกัน?"
คำถามนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในหัวของชาวบ้านและตัวเขาเอง ตั้งแต่นางก้าวเท้าเข้ามาในคอมมูนการเกษตรแห่งนี้ด้วยท่าทีเย่อหยิ่งราวกับองค์หญิงพลัดถิ่น แม้เสื้อผ้าภายนอกจะถูกเปลี่ยนเป็นชุดผ้าฝ้ายสีหม่นตามยุคสมัย แต่ท่วงท่าการเดิน การเชิดคางขึ้นเล็กน้อยยามไม่พอใจ และแววตาที่วิเคราะห์ผู้คนราวกับกำลังอ่านฎีกาถวายฮ่องเต้ ทำให้ไม่มีใครเชื่อว่านางเป็นเพียงหญิงสาวชาวบ้านธรรมดาที่สติฟั่นเฟือนจากการเดินทางไกล
"อาหารชั้นเลว ย่อมคู่ควรกับบรรยากาศที่ไร้ซึ่งอารยะ" หลินเฟยหรานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย นาบเรียวบางยกชามขึ้นจรดริมฝีปากอย่างไม่สะดุ้งสะเทือน นางไม่ได้แตะต้องมันแม้แต่คำเดียว เพียงแค่ใช้สายตากวาดมองความสกปรกมอมแมมรอบตัว เพื่อประเมินสถานการณ์
"ปากดีนัก ระวังวันพรุ่งนี้ตอนออกไปเกี่ยวข้าวกลางแดดจัด เจ้าจะไม่มีแรงแม้แต่จะกราบกรานขอเศษแป้งจากป้าชun" หานจื้อหย่งหยุดมือจากการลับมีด เงยหน้าขึ้นจ้องตานางตรงๆ บรรยากาศรอบตัวเขากดดันจนอากาศภายในห้องคับแคบลงถนัดตา สัญชาตญาณของอดีตทหารผ่านศึกบอกเขาว่า สตรีตรงหน้าซ่อนคมดาบไว้ใต้อาภรณ์มอซอ
ในสายตาของชาวบ้านคอมมูน หลินเฟยหรานคือ "ภาระ" คือตัวกินข้าวเปล่าที่ท่านอ๋อง... หรือสหายร่วมรบที่ผันตัวมาเป็นหัวหน้าคอมมูนในชาตินี้... ไปเก็บตกมาจากข้างทาง ยามที่นางเดินผ่านแปลงนาขั้นบันได เสียงซุบซิบนินทาและสายตารังเกียจเดียดฉันท์ก็พุ่งตรงมาดั่งลูกศรนับพันดอก บางคนถึงกับถ่มน้ำลายลงพื้นเพื่อขับไล่ความอัปมงคล
*สายตาดูแคลนเหล่านี้ช่างน่าขันนัก...* หลินเฟยหรานคิดในใจ มุมปากหยักยิ้มเยาะหยันอย่างเงียบเชียบ
ในราชสำนักนางเคยเหยียบย่ำขุนนางฉ้อฉลนับร้อยนับพันมาแล้ว การจะเอาชีวิตรอดจากสายตาเหยียดหยามของชาวบ้านไร้การศึกษาเหล่านี้ จะยากเย็นสักเพียงใดกันเชียว? สิ่งที่นางต้องทำไม่ใช่การร้องไห้อ้อนวอนขอความเห็นใจ แต่เป็นการใช้ "สมอง" และ "หมาก" ทุกตัวในกระดานนี้ เพื่อพลิกสถานะจากผู้ถูกเหยียบย่าม ขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดที่ทุกคนจะต้องก้มหัวให้
"ท่านกังวลเรื่องแรงงานของข้า หรือท่านกังวลว่า... ข้าจะรู้ความลับบางอย่างที่ท่านพยายามซ่อนไว้ใต้รอยยิ้มเยือกเย็นนั่นกันแน่ล่ะคะ ท่านหัวหน้าหาน" นางวางชามกระเบื้องบิ่นๆ ลงบนโต๊ะ เสียงกระทบดัง "ก๊อง" สะท้อนความท้าทายอย่างชัดเจน
หานจื้อหย่งหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างหนา เขาไม่ได้โต้ตอบในทันที แต่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินเข้ามาประชิดตัวนาง กลิ่นอายบุรุษเพศที่ทรงพลังและอันตรายแผ่ซ่านจนหลินเฟยหรานต้องกลั้นหายใจเล็กน้อย แม้ในใจจะตื่นตระหนก แต่นางยังคงเชิดหน้าสบตาเขาอย่างไร้ความหวาดกลัว
ทว่า ก่อนที่บทสนทนาเชือดเฉือนจะดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงทุบประตูกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงจากด้านนอกก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงตะโกนโกลาหลของป้าชุนที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
"หัวหน้าหานแย่แล้วเจ้าค่ะ! แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่ที่ยุ้งฉางหลวง... พินัยกรรมจัดสรรที่ดินและบัญชีเสบียงของคอมมูนถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย มีคนร้ายแอบเข้ามาตอนกลางคืน!"
หานจื้อหย่งชะงัก ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองที่ประตู ก่อนจะตวัดกลับมามองสตรีตรงหน้าด้วยความสงสัยระคนตกใจ ทว่าหลินเฟยหรานกลับเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา ราวกับนางรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าเหตุการณ์นี้จะต้องเกิดขึ้น
มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบผ้าเช็ดหน้าสีหม่นขึ้นมาซับริมฝีปากอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางความตื่นตระหนกของทุกคน นางเหลือบมองหน้าหานจื้อหย่งด้วยแววตาที่ลึกล้ำยากจะหยั่งถึง ก่อนจะเอ่ยกระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อดีตท่านอ๋องต้องขนลุกชัน "ดูเหมือนว่า... เกมกระดานแรกของพวกเราได้เริ่มต้นขึ้นแล้วนะคะ ท่านหัวหน้า..."
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องไปในห้วงมิติเวลาอันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ
กุนซือวังหลวงในยุคแปรผัน: บัลลังก์อำนาจแห่งทุ่งหญ้าคอมมูน•ตอนที่ 2
มื้ออาหารที่ไร้รสชาติ
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือวังหลวงในยุคแปรผัน: บัลลังก์อำนาจแห่งทุ่งหญ้าคอมมูน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!