กาสรกระบี่หวนคืน มหาประลัยล้างเก้าทวีป•ตอนที่ 2

เคล็ดวิชากระบี่จันทร์เพ็ญ

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
"หุบปาก!" เสียงคำรามหนึ่งประโยคสั่นสะเทือนปฐพี กลิ่นอายโลหิตที่แผ่พุ่งจากเงาดาบมหึมาสีเลือดเมื่อครู่ ถูกแรงกดดันไร้รูปร่างสายหนึ่งบดขยี้จนแหลกสลายกลายเป็นละอองหมอกในพริบตา หลี่มู่เฉินยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าไป๋ชิงหลัน ร่างกายของเขายังคงสวมใส่ชุดยุทธ์เก่าคร่ำคร่า ทว่ายามนี้แผ่นหลังที่เคยดูสามัญกลับสูงตระหง่านราวกับค้ำจุนฟ้าดิน ไป๋ชิงหลันเบิกตากว้างเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งสะท้อนเงาร่างของบุรุษผู้นั้น นางสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงอันน่าสะพรึงกลัว คลื่นลมปราณรอบตัวหลี่มู่เฉินไม่ได้รัתไหลออกมาอย่างไร้ระเบียบ หากแต่หมุนวนประสานเป็นเกลียวคลื่นลึกลับ ราวกับมหาสมุทรอันไร้ก้นบึ้งที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหล ความทรงจำนับหมื่นปีที่เคยถูกผนึกไว้ด้วยทัณฑ์สวรรค์ ไหลทะลักเข้าสู่ห้วงจิตสำนึกของหลี่มู่เฉินดั่งกระแสน้ำป่าไหลหลาก เคล็ดวิชากระบี่จันทร์เพ็ญโบราณ วิถีกระบี่ที่หลอมรวมฟ้าดินและจิตวิญญาณเข้าเป็นหนึ่งเดียว บัดนี้กระจ่างชัดอยู่ในดวงตาคู่นั้นแล้ว "มู่เฉิน... พลังเมื่อครู่นี้..." ไป๋ชิงหลันเอ่ยเสียงแผ่วเบา ความกังวลฉายชัดในแววตา ถึงนางจะเชื่อมั่นในตัวเขาสักเพียงใด แต่ศัตรูที่ตามล่าพวกเขากลับมาเร็วเกินไป และทรงพลังเกินกว่าที่ขอบเขตพลังในปัจจุบันจะรับมือไหว "ชิงหลัน วางใจเถอะ" หลี่มู่เฉินหันกลับมาส่งยิ้มบางๆ ให้คราหนึ่ง รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเยือกเย็นและความมั่นใจอันไร้ขีดจำกัด ราวกับว่าต่อให้เบื้องหน้าคือทัณฑ์สวรรค์เก้าชั้นฟ้า เขาก็ยังสามารถใช้มือเปล่าแหวกมันออกได้ "หนี้เลือดเมื่อชาติก่อน ข้ายังมิได้คิดบัญชี พวกมันก็รีบส่งหัวมาให้ถึงที่เอง... ช่างโง่เขลานัก" ตูม! พื้นดินเบื้องล่างสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เงาร่างหลายสายพุ่งทะยานแหวกมิติลงมาล้อมรอบบริเวณหน้าผา ปราณกระบี่และจิตสังหารอันรุนแรงแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วสารทิศ ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งนิกายกระบี่โลหิต 'หลงเทียนเจี้ยน' ก้าวเท้าเหยียบอากาศลงมา ใบหน้าชราภาพเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมและรอยยิ้มเย้ยหยัน "ฮ่าๆๆ หลี่มู่เฉิน! เจ้าสุนัขจนตรอก นึกไม่ถึงเลยว่าพวกเราจะตามรอยเจ้ามาพบเร็วกระมัง? สองร้อยปีก่อนเจ้าอาศัยค่ายกลโบราณหลบหนีไปได้ แต่วันนี้... ต่อให้เจ้ามีปีกบินได้ ก็ไม่มีทางรอดเงื้อมมือข้าไปได้หรอก!" หลงเทียนเจี้ยนกวาดสายตามองคนทั้งสองด้วยแววตารังเกียจราวกับมองมดปลวก พร้อมทั้งชักกระบี่สีโลหิตเล่มมหึมาออกมา ประกายแสงสีเลือดสะท้อนกับแสงจันทร์จนดูน่าสยดสยอง รอบกายของหลงเทียนเจี้ยนยังมีผู้อาวุโสระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณอีกแปดคนรายล้อม ทุกคนต่างปลดปล่อยพลังกดดันระดับสูงออกมาเพื่อบดขยี้จิตวิญญาณของเป้าหมายให้แหลกสลาย ทว่า หลี่มู่เฉินกลับไม่แม้แต่จะชายตามองผู้อาวุโสเหล่านั้น เขายังคงยืนเอามือไขว้หลัง ดวงตาดำขลับทอประกายล้ำลึกราวกับดวงดาราบนฟากฟ้า "หลงเทียนเจี้ยน... สุนัขรับใช้ตัวนี้นับวันยิ่งเหิมเกริม กล้าใช้สายตาต่ำช้าเช่นนี้มองภรรยาของข้า รนหาที่ตายแท้ๆ" เสียงของหลี่มู่เฉินราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับทำให้บรรยากาศโดยรอบลดอุณหภูมิลดลงจนกลายเป็นน้ำแข็งในพริบตา "สามหอง!" หลงเทียนเจี้ยนแค่นเสียงคำรามด้วยความเดือดดาล "ใกล้จะตายอยู่รอมร่อ ยังปากดีนัก! เหล่าผู้อาวุโส สังหารมันเสีย เอาหัวมันมาสังเวยกระบี่โลหิต!" สิ้นคำสั่ง ผู้อาวุโสทั้งแปดคนก็พุ่งทะยานเข้าใส่พร้อมกัน ปราณกระบี่สีเลือดนับพันสายประสานกันเป็นตาข่ายเพชฌฆาต พุ่งตรงเข้าหมายจะตัดร่างของหลี่มู่เฉินและไป๋ชิงหลันให้ขาดเป็นชิ้นๆ ในกระบวนท่าเดียว ไป๋ชิงหลันขยับกายเตรียมชักกระบี่คู่กาย แต่มือหนาข้างหนึ่งกลับเอื้อมมาแตะที่ไหล่นนางเบาๆ "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะ" หลี่มู่เฉินก้าวเท้าออกไปข้างหนึ่งอย่างเชื่องช้า แต่วินาทีนั้นเอง... สรรพเสียงทั่วทั้งบริเวณกลับเงียบงัดลงอย่างกะทันหัน เมฆหมอกบนท้องฟ้าแยกตัวออกจากกันด้วยแรงกดดันอันไร้ลักษณ์ ร่างกายของเขากลายเป็นจุดศูนย์กลางของพลังปราณมหาศาลที่กำลังระเบิดออก นิ้วชี้และนิ้วกลางมือขวาประกบเข้าหากันเป็นดั่งคมกระบี่! นี่ไม่ใช่กระบี่ธรรมดา... แต่มันคือ 'เคล็ดวิชากระบี่จันทร์เพ็ญ' ที่แท้จริง! "หนึ่งกระบี่... ตัดภพชาติ" ฮัม—! เสียงกระบี่กังวานใสราศีกังสดาลสะท้อนก้องกังวานไปทั่วฟ้าดิน แสงจันทร์ยามค่ำคืนราวกับถูกดึงดูดให้มารวมกันที่ปลายนิ้วของหลี่มู่เฉิน เกิดเป็นลำแสงสีเงินยวงบริสุทธิ์สายหนึ่ง พาดผ่านผืนฟ้ากว้างยาวนับพันลี้ ฉับพลัน! ตาข่ายปราณกระบี่สีเลือดที่โถมเข้ามา ปะทะเข้ากับลำแสงสีเงินนั้นราวกับน้ำแข็งเจอความร้อน มันสลายกลายเป็นความว่างเปล่าอย่างไร้ร่องรอย ผู้อาวุโสทั้งแปดคนที่พุ่งเข้ามาแข็งค้างกลางอากาศ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด พวกเขาพยายามจะถอยหนี แต่ทว่า... ร่างกายกลับขยับไม่ได้แม้แต่น้อย ราวกับเวลาและพื้นที่รอบตัวถูกตรึงเอาไว้ด้วยกฎเกณฑ์บางอย่างที่เหนือกว่า ฉึก! ฉึก! ฉึก! ฉึก!... เสียงเนื้อและกระดูกถูกตัดผ่านดังประสานกันเป็นเสียงเดียวอย่างแผ่วเบา ผู้อาวุโสระดับหลอมรวมวิญญาณทั้งแปดคน ร่างกายหยุดนิ่งค้างกลางอากาศ ก่อนที่ศีรษะของแต่ละคนจะค่อยๆ เคลื่อนหลุดออกจากบ่า เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกมาราวกับน้ำพุ ย้อมผืนป่าเบื้องล่างให้กลายเป็นสีแดงฉานในพริบตาเดียว! กระบี่เดียว... สังหารแปดเซียนผู้ยิ่งใหญ่! หลงเทียนเจี้ยนที่ยืนอยู่ด้านหลังสุด ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาเบิกกว้างจนแทบถลอกจากเบ้า ร่างกายสั่นเทิ้มราวกับลูกนกตกในพายุ โจมตีเดียว... เพียงกระบวนท่าเดียวที่มองแทบไม่ทัน สหายร่วมเป็นร่วมตายและลูกน้องมือฉกาจของเขา ถูกปลิดชีพอย่างไร้หนทางต่อสู้ สัตว์ประหลาด! นี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ! "เจ้า... เจ้าใช้เคล็ดวิชาอันใดกัน..." หลงเทียนเจี้ยนถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว ปราณกระบี่ในมือสั่นสะท้านจนแทบประคองไว้ไม่อยู่ ความฮึกเหิมเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาประชิดตัว หลี่มู่เฉินก้าวเดินเข้าไปหาทีละก้าว เสียงฝีเท้าของเขาดังก้องในโสตประสาทของหลงเทียนเจี้ยนราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย ทุกก้าวที่เดินผ่าน อากาศรอบตัวจะบิดเบี้ยวเป็นรอยร้าว "ข้าเคยบอกแล้วว่า..." หลี่มู่เฉินหยุดยืนห่างจากหลงเทียนเจี้ยนเพียงสามก้าว ดวงตาดำขลับคู่นั้นจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความเยือกเย็นไร้ก้นบึ้ง "หนี้เลือด... ต้องชดใช้ด้วยเลือด" หลงเทียนเจี้ยนหน้าถอดสี รีบคำรามลั่น รวบรวมพลังปราณทั้งหมดที่มีระเบิดออกเป็นเกราะป้องกันสีเลือดหนาทึบ พร้อมกับเงื้อกระบี่ฟันเข้าใส่กลางหน้าผากของหลี่มู่เฉินด้วยเฮือกสุดท้ายแห่งความสิ้นหวัง "ตายซะ—!" เปรี้ยง! คมกระบี่สีเลือดฟันเข้าที่หว่างคิ้วของหลี่มู่เฉินอย่างจัง... ทว่า กลับไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน! ผิวหนังของหลี่มู่เฉินกลับสะท้อนประกายแสงสีทองจางๆ บดขยี้กระบี่ระดับนภานั้นจนแหลกละเอียดเป็นผุยผงคามือ! หลงเทียนเจี้ยนอ้าปากค้าง สมองขาวโพลนด้วยความตื่นตระหนกขีดสุด แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยคำใดออกมา หลี่มู่เฉินก็ยกมือขึ้นช้าๆ แล้วใช้นิ้วมือเพียงนิ้วเดียวจิ้มทะลวงผ่านหน้าอกของหลงเทียนเจี้ยนไปอย่างง่ายดายราวกับแทะเต้าหู้! "อึก..." หลงเทียนเจี้ยนก้มมองรูกลวงที่หน้าอกของตนเอง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อมั่นในสิ่งที่เห็น ก่อนที่สติสัมปชัญญะทั้งหมดจะดับวูบลง และร่วงหล่นกระแทกพื้นเบื้องล่างอย่างไร้ลมหายใจ ความเงียบสงบกลับคืนสู่หุบเขาอีกครั้ง มีเพียงสายลมยามราตรีที่พัดผ่านกลิ่นคาวเลือดจางๆ ไป ไป๋ชิงหลันเดินเข้ามาใกล้ สัมผัสได้ถึงพลังปราณในร่างกายของหลี่มู่เฉินที่เริ่มแปรปรวนเล็กน้อย นางเอ่ยถามด้วยความห่วงใย "มู่เฉิน เจ้าฝืนใช้พลังมากเกินไปหรือไม่? อาการบาดเจ็บจากทัณฑ์สวรรค์..." หลี่มู่เฉินส่ายหน้าเล็กน้อย รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้ายามที่เขามองนาง ทว่า ในวินาทีต่อมา สีหน้าของเขากลับเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นอย่างกะทันหัน ดวงตาหันขวับไปมองยังทิศทางขอบฟ้าเบื้องไกล ที่ขอบฟ้าอันไกลโพ้น... ห้วงมิติเกิดรอยร้าวสีดำทมิฬขนาดมหึมา ปราณมารอันชั่วร้ายและเก่าแก่นับล้านปีแผ่พุ่งออกมาปกคลุมทั่วทั้งนภา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากส่วนลึกของความมืดมิด "ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นการกลับชาติมาเกิดที่น่าสนุกเสียจริง หลี่มู่เฉิน เจ้าคิดว่าการฆ่าสุนัขพวกนี้จะทำให้เจ้ารอดพ้นจากเงื้อมมือของ 'แดนบูรพามาร' ได้อย่างนั้นหรือ?" เงาร่างลึกลับสามร่างก้าวเดินออกมาจากรอยร้าวแห่งมิติ ผู้ที่อยู่ตรงกลางสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากกระดูกอสูรโบราณ และสิ่งที่ทำให้หลี่มู่เฉินและไป๋ชิงหลันต้องสะั่นสะท้านคือ ปราณพลังที่แผ่ออกมาจากร่างทั้งสาม... อยู่ในขอบเขตที่เหนือกว่าขอบเขตเซียนแท้จริงเสียอีก! หลี่มู่เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาส2ประกายความเหี้ยมเกรียมขึ้นมาทันที "ในที่สุด... พวกสุนัขตัวใหญ่วันนี้ก็โผล่หัวออกมาจนได้สินะ" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่วิถีกระบี่อันไร้ขอบเขตไปกับหลี่มู่เฉินและไป๋ชิงหลันในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาสรกระบี่หวนคืน มหาประลัยล้างเก้าทวีป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%