กาสรกระบี่หวนคืน มหาประลัยล้างเก้าทวีป•ตอนที่ 3

เสียงหัวเราะเยาะที่ต้องแลกด้วยเลือด

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
"วิถีกระบี่ของสำนักเมฆาคารวะ... น่าผิดหวังถึงเพียงนี้เชียวหรือ?" เสียงทุ้มต่ำกังวานราวกับเสียงกระบี่กระทบกัน ทว่าแฝงไว้ด้วยความเย้ยหยันอันล้ำลึกดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของลานฝึกยุทธ์หินนิลกาฬ ร่างของศิษย์สายตรงผู้หนึ่งกำลังนอนคู้ตัวสำรอกโลหิตสีดำคล้ำออกมาคำโต ดวงตาเบิกโพ้าง ภายในแววตาสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ยามที่เงาร่างโปร่งในชุดคลุมสีขาวสะอาดสะอ้านก้าวผ่านร่างของเขาไปอย่างไร้ซุ่มเสียง หลี่มู่เฉินไม่ได้แม้แต่จะชายตามองคู่ต่อสู้ที่พ่ายแพ้ มือเรียวยาวดุจหยกขาวไขว้ไว้เบื้องหลัง ลมปราณรอบกายสงบนิ่งดุจผิวน้ำในบึงลึก แต่ทว่าแรงกดดันอันไร้รูปกลับแผ่ซ่านกดทับบ่าของบรรดาผู้อาวุโสและศิษย์สายตรงนับร้อยที่รายล้อมอยู่โดยรอบ จนแทบไม่มีใครกล้าหายใจแรง รอบบริเวณนั้นเต็มไปด้วยสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมาด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด เหตุการณ์เมื่อหนึ่งเค่อก่อนยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความนึกคิด ศิษย์สายตรงขั้นหลอมรวมลมปราณระดับเก้าผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็นอัจฉริยะในรอบร้อยปีของสำนัก กลับไม่สามารถรับกระบวนท่าเดียวของหลี่มู่เฉินได้! ไม่ส... ต้องกล่าวว่า เขาแม้แต่จะชักกระบี่ยังไม่ทันด้วยซ้ำ ยามเมื่อนิ้วเรียวดุจหยกชี้สะบัดออกไปในอากาศ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ก็ทะลวงผ่านจุดชีพจรทั่วร่าง ส่งผลให้ลมปราณของอีกฝ่ายแตกซ่านในพริบตา "เจ้า... เจ้าสารเลว หลี่มู่เฉิน! กล้าดีอย่างไรจึงลงมือกับศิษย์ร่วมสำนักถึงเพียงนี้!" เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวแผדก้องทำลายความเงียบงัน ฟู่เทียนหยุน ศิษย์พี่ใหญ่แห่งยอดเขาหลัก ผู้ครองตำแหน่งอันดับหนึ่งในทำเนียบศิษย์สายตรง ก้าวออกมาจากแถวด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำด้วยโทสะ เพลิงปราณสีชาดพวยพุ่งออกจากร่างราวกับเปลวอัคคีที่พร้อมแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล หลี่มู่เฉินเพียงปรายตามองเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มขึ้นบางเบา รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเหยียดหยันและสมเพชเวทนา ยิ่งขับเน้นให้ใบหน้าอันหล่อเหลาราวกับเทพเซียนสลักมีความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งแกะสลัก "ศิษย์ร่วมสำนัก?" หลี่มู่เฉินทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ทว่าบาดลึกถึงจิตวิญญาณ "ยามที่พวกมันรุมล้อมรังแกศิษย์น้องสายรองที่ไม่มีแม้แต่พลังป้องกัน เหตุใดพวกเจ้าจึงไม่เอ่ยคำว่าศิษย์ร่วมสำนัก? ยามที่พวกมันเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและแย่งชิงสมุนไพรวิญญาณของผู้อื่น เหตุใดพวกเจ้าจึงนิ่งดูดาย? วันนี้ข้าเพียงแค่สั่งสอนพวกมันให้รู้จักคำว่า 'สำรวม' แทนอาจารย์ผู้ล่วงลับของพวกเจ้า... นับว่าข้าเมตตามากแล้ว" "สามห่าว! อวดดีเกินไปแล้ว!" ฟู่เทียนหยุนแผดเสียงคำรามลั่น กระบี่เหล็กนิลกาฬหนักแปดสิบชั่งในมือถูกชักออกจากฝักอย่างรวดเร็ว แสงประกายสีแดงฉานแผ่พุ่งวาบพร้อมกับเสียงคำรามของพยัคฆ์เพลิง วิชา 'กระบี่อัคคีผลาญนภา' ซึ่งเป็นเคล็ดวิชาลับประจำสำนักถูกแผ่ซ่านออกมารอบทิศทาง อุณหภูมิภายในลานฝึกพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน อากาศบิดเบี้ยวจนเกิดเป็นคลื่นความร้อนระอุ รอบข้างส่งเสียงอุทานด้วยความตกใจ บรรดาผู้อาวุโสที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ต่างพากันขมวดคิ้ว แม้จะรู้ว่าฟู่เทียนหยุนใช้อารมณ์นำเหตุผล แต่ไม่มีใครคิดจะยื่นมือเข้าขัดขวาง เนื่องจากเบื้องหลังของฟู่เทียนหยุนคือผู้อาวุโสใหญ่ผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งของสำนัก การที่หลี่มู่เฉินผู้ซึ่งเพิ่งฟื้นคืนพลังและมีสถานะเป็นเพียงศิษย์ไร้ตัวตนกล้าอาจหาญท้าทายอำนาจเช่นนี้ ย่อมสมควรถูกสั่งสอนให้หลาบจำด้วยเช่นกัน ไป๋ชิงหลันซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่ใต้ร่มเงาของต้นหลิวโบราณไม่ไกลนัก นางมิได้ขยับเขยื้อนกายแม้แต่น้อย อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ต้องสายลมพัดพลิ้วไหวราวกับเทพธิดาจำศีล ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นจับจ้องไปยังแผ่นหลังของชายหนุ่มด้วยแววตาลุ่มลึกไร้ก้นบึ้ง ในใจนางย่อมรู้ดีว่า สามหาวหรืออวดดี... หาใช่คำที่ใช้กับหลี่มู่เฉินไม่ เพราะสำหรับมหาเทพกระบี่ผู้เคยเหยียบย่ำเก้าสวรรค์ การกระทำเหล่านี้เทียบเท่ากับการปัดฝุ่นบนอาภรณ์เท่านั้น *ชิ้ง!* ประกายกระบี่สีชาดพุ่งตรงเข้ามาดุจสายฟ้าฟาด ฟู่เทียนหยุนใช้ออกด้วยพลังทั้งหมดที่มี หมายจะปลิดชีพอีกฝ่ายในกระบวนท่าเดียวเพื่อกู้หน้าคืนมา พลังปราณระดับหลอมรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์ระเบิดออกจนพื้นหินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม หลี่มู่เฉินยืนนิ่งสนิท ราวกับถูกตรึงไว้กับที่ ปลายเท้าไม่ขยับแม้แต่เพียงครึ่งนิ้ว จนกระทั่งคมกระบี่อยู่ห่างจากหว่างคิ้วเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น นั่นคือวินาทีที่ดวงตาคู่คู่นั้นทอประกายคมกริบดุจแสงจันทร์ในคืนวันเพ็ญ! "ช้าเกินไป..." เสียงกระซิบแผ่วเบาดั่งเสียงถอนหายใจของมัจจุราช หลี่มู่เฉินไม่แม้แต่จะหยิบกระบี่ไม้ไผ่ข้างกาย นิ้วมือข้างขวาถูกรวบเป็นดัชนี ชี้ออกไปข้างหน้าอย่างเรียบง่าย ทว่าภายในพริบตานั้น กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินรอบบริเวณราวกับหยุดชะงัก ลมปราณนับพันสายที่แผดเผาเมื่อครู่พลันดับวูบราวกับเทียนไขถูกสายลมพัดผ่าน *เปรี้ยง!* เสียงระเบิดดังกึกก้องสะท้านฟ้าดิน ฟู่เทียนหยุนรู้สึกราวกับกระบี่ในมือชนเข้ากับภูเขาเหล็กอันมหึมา แรงสะท้อนอันมหาศาลย้อนกลับมานับร้อยเท่า กระบี่เหล็กนิลกาฬในมือหักสะบั้นออกเป็นสองท่อนในพริบตา ร่างของเขากระเด็นลอยละลิ่วราวกับว่าวขาดสายป่าน กระอักโลหิตสดๆ ออกมาคำโตกลางอากาศ ก่อนจะร่วงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ความเงียบงันราวกับป่าช้าเข้าปกคลุมลานฝึกยุทธ์อีกครั้ง ทุกผู้คนต่างอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างจนแทบถล่นออกมานอกเบ้า พวกเขาไม่อาจเชื่อในสิ่งที่เห็น ศิษย์พี่ใหญ่ผู้ไร้พ่ายแห่งยอดเขาหลัก... กลับพ่ายแพ้ภายในกระบวนท่าเดียว โดยที่คู่ต่อสู้ยังไม่ได้ชักกระบี่ออกมาด้วยซ้ำ! หลี่มู่เฉินค่อยๆ ลดมือลง ปรายตามองร่างที่นอนหมดสติจมกองเลือดอยู่เบื้องล่างด้วยแววตาเย็นชาไร้ความรู้สึก เขากวาดสายตามองไปยังเหล่าผู้อาวุโสและศิษย์นับร้อยที่ยืนแข็งทื่อเป็นหิน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่ก้องกังวานไปทั่วทุกสารทิศ "หากวันหน้ายังมีผู้ใดกล้าใช้คำว่า 'ศิษย์ร่วมสำนัก' มาข่มขู่ข้าเพื่อปกป้องความอยุติธรรม... จุดจบของมัน จะไม่ใช่แค่การกระอักโลหิต" คำกล่าวประกาศิตนั้นดังก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของทุกคน จนเกิดเสียงกลืนน้ำลายดังเอือกใหญ่ ไม่มีใครกล้าสบตาเขาแม้แต่คนเดียว ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยปลอดโปร่งกลับมืดครึ้มลงอย่างฉับพลัน เมฆสีดำทะมอนเคลื่อนตัวมารวมกันอย่างรวดเร็วดุจคลื่นใต้น้ำ สายฟ้าสีทองคำเส้นยักษ์ผ่าเปรี้ยงลงมากลางลานฝึก ห่างจากจุดที่หลี่มู่เฉินยืนอยู่เพียงสิบก้าว แรงกดดันระดับมหาเทพที่ทรงพลังจนทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือนแผ่พุ่งลงมาจากฟากฟ้า พร้อมกันนั้น เสียงหัวเราะแหบพร่าอันทรงพลังเสียงหนึ่งก็ดังสะท้านสะเทือนก้องกังวานมาจากหมู่เมฆเบื้องบน ราวกับเสียงคำรามของมังกรโบราณ "ฮ่าๆๆๆ... ช่างน่าสนใจยิ่งนัก! ไม่นึกเลยว่าสำนักเล็กๆ แห่งนี้ จะมีมังกรซ่อนตัวอยู่ด้วย!" สิ้นเสียงหัวเราะ เงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายดาราจักรก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ยืนเหยียบอยู่บนความว่างเปล่าอย่างไร้ที่ติ ปราณกระบี่อันคมกล้าแผ่ซ่านออกมาจากร่างของชายชราผู้นั้นจนผู้คนรอบข้างรู้สึกราวกับผิวหนังถูกกรีดด้วยใบมีด หลี่มู่เฉินเงยหน้าขึ้นมอง ชายหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาปรากฏร่องรอยของความประหลาดใจเป็นครั้งแรก -- ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่วิถีกระบี่อันไร้ขอบเขตไปกับหลี่มู่เฉินและไป๋ชิงหลันในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาสรกระบี่หวนคืน มหาประลัยล้างเก้าทวีป นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%