"ซ่อนเร้นสิครับ... รออะไรอยู่ล่ะ หรือคิดจะยืนเป็นเป้านิ่งให้คนข้างนอกเขามาเห็นสภาพเราตอนนี้?"
เสียงกระซิบที่ลอดผ่านไรฟันของศิลานั้นแหบพร่าและร้อนผ่าว สวนทางกับนิสัยเจ้าระเบียบที่มักจะคุมทุกสถานการณ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในเสี้ยววินาทีที่เสียงไขกุญแจดังกระทบโสตประสาท ร่างสูงโปรดของสถาปนิกหนุ่มไม่ได้วิ่งหนีด้วยความตื่นตระหนก แต่กลับคว้าข้อมือเรียวของรินรดาแล้วออกแรงดึงสุดกำลังจนแผ่นหลังบางกระแทกเข้ากับอกแกร่งอย่างจัง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมกับความเย็นจากเครื่องปรับอากาศตีรวนเข้าจมูก ขณะที่มือใหญ่อีกข้างเอื้อมไปปิดสวิตช์ไฟหลักของห้องประชุมใหญ่ในพริบตา ความมืดสนิทเข้าโอบ
"อุ๊ย!"
รินรดาอุทานออกมาได้แค่นั้นเมื่อฝ่ามือหนาอีกข้างเอื้อมมาปิดปากเธอไว้สนิท ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดอยู่ข้างกกหูทำให้ขนลุกซู่ ความใกล้ชิดชนิดที่เนื้อแนบเนื้อทำให้หัวใจที่เต้นรัวอยู่แล้วแทบจะทะลุออกมานอกอก เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาพร้อมกับเสียงพูดคุยของทีมวิศวกรฝ่าย
"แปลกแฮะ ทำไมไฟดับ หรือว่าเบรกเกอร์ทริปอีกแล้ววะเนี่ย" เสียงทุ้มของหัวหน้าฝ่ายโครงสร้างดังขึ้นใกล้ประตูทางเข้าแค่เอื้อม
ในความมืดที่สลัวราง มีเพียงแสงไฟนีออนจากตึกฝั่งตรงข้ามที่ลอดผ่านม่านมู่ลี่เข้ามาเป็นเส้นบางๆ รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่ในอ้อมแขนของศิลา ปลายนิ้วเรียวที่ปิดปากเธออยู่ไม่ได้สร้างความรำคาญเท่ากับสัมผัสจากท่อนแขนแข็งแรงที่โอบเอวเธอไว้แน่นเพื่อไม่ให้ขยับเขยื้อนจนเกิดเสียง
สายตาของเธอปรับเข้ากับความมืดได้ดีพอที่จะเห็นสันจมูกโด่งเป็นคมและดวงตาคู่คมของศิลาที่มองตรงมาในระยะประชิด เขากำลังกัดกรามแน่น ประกายความตึงเครียดฉายชัดในแววตาคู่นั้น แต่มันไม่ใช่ความตื่นกลัว... มันคือความระมัดระวังขั้นสุด
*ผู้ชายคนนี้... ปกติจะเหวี่ยง จะตึงใส่เธอตลอดเวลา แต่ทำไมเวลาคับขันถึงได้นิ่งและพึ่งพาได้ขนาดนี้ล่ะ?*
ความคิดนั้นวิ่งวนอยู่ในหัวของอินทีเรียดีไซเนอร์สาว ขณะที่มือของเธอกำเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วจิกผ่านเนื้อผ้าจนยับยู่ยี่เพื่อระบายความตื่นเต้น
ผ่านไปเกือบสองนาทีที่ยาวนานราวกับสองชั่วโมง เสียงฝีเท้าและเสียงบ่นงึมงำของทีมวิศวกรก็เดินลับหายไปทางโซนห้องพักรับรอง พร้อมกับเสียงปิดประตูดัง *ปัง*
ทว่า... ศิลากลับยังไม่ยอมปล่อยมือ
เขายังคงยืนนิ่งอยู่ในท่าเดิม ลมหายใจของทั้งคู่ผสานเป็นจังหวะเดียวกันในความเงียบ รินรดารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นแผ่ซ่านมาจากแผงอกกว้างที่แนบชิด
"เขา... ไปกันแล้วนะคุณศิลา" รินรดาเอ่ยเสียงเบาหวิว ละล่ำละลัก เมื่อเขายอมเลื่อนมือออกจากริมฝีปากของเธอ แต่มือที่โอบเอวเธอกลับกระชับแน่นขึ้นกว่าเดิม
"รู้ครับ..." ศิลาตอบเสียงพร่า ดวงตาคู่คมยังคงจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอในความสลัว "แต่ถ้าปล่อยตอนนี้ คุณก็จะถามคำถามงี่เง่าที่ทำลายบรรยากาศอีก"
"นี่! ฉันไม่ได้งี่เง่านะ! แล้วใครกันล่ะที่ลากฉันมาหลบมุมนี้จนเกือบหายใจไม่ออก!" รินรดาแหวใส่เบาๆ พยายามดันแผงอกเขาออก แต่แรงของผู้หญิงหรือจะสู้สถาปนิกหนุ่มที่ออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างเขาได้
ศิลาถอนหายใจยาว แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยกำแพงหนาเมื่อยามอยู่ในที่สว่าง บัดนี้กลับอ่อนแสงลงอย่างน่าประหลาด เขาไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจาเชือดเฉือนเหมือนทุกครั้ง ปลายนิ้วเรียวยาวของสถาปนิกหนุ่มค่อยๆ ยกขึ้น แตะเบาๆ ที่เส้นผมซึ่งหลุดลุ่ยลงมาคลอเคลียข้างแก้มของเธออย่างแผ่วเบa
สัมผัสนั้นเบาราวกับปีกผีเสื้อ แต่มันกลับทำให้รินรดารู้สึกเหมือนโดนกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วร่าง เธอชะงักค้าง กั้นหายใจโดยอัตโนมัติ สมองที่เคยประมวลผลเรื่องแบบแปลนและสีสันพังทลายลงในเสี้ยววินาที
"คุณ... เป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย" เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว
"ผมไม่ได้เป็นอะไร..." ศิลาตอบเสียงเรียบ แต่สายตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความหมายบางอย่างที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา เขาลดมือลง แต่ยังคงยืนประชิดตัวเธอไม่ยอมถอยห่าง "แค่กำลังคิดว่า... บางทีคุณอาจจะไม่ได้น่ารำคาญอย่างที่ผมคิดไว้ตอนแรก"
"นี่ชมหรือด่าคะเนี่ย?"
"คิดเอาเองสิครับ" ศิลาตอบด้วยมุมปากที่กระตุกขึ้นน้อยๆ เป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง รอยยิ้มที่ไม่ใช่รอยยิ้มเยาะหยันแบบที่เขาชอบใช้เวลาเถียงกับเธอในที่ประชุม แต่เป็นรอยยิ้มที่ผ่อนคลายและจริงใจอย่างประหลาด
รินรดานิ่งอึ้ง หัวใจเต้นผิดจังหวะ เธอมองสำรวจใบหน้าของเขาในความมืด มุมมองที่เปลี่ยนไปทำให้เธอเริ่มมองเห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ใต้ความเนี๊ยบ ขอบตาที่คล้ำนิดๆ บ่งบอกว่าผู้ชายที่สมบูรณ์แบบคนนี้อดนอนติดต่อกันมาหลายคืนเพื่อแก้แบบแปลนโครงการนี้ให้สมบูรณ์แบบตามมาตรฐานที่เขากำหนดไว้ ความเย่อหยิ่งและปากร้ายที่เธอเคยเกลียดชัง บัดนี้กลับคล้ายเป็นเพียงเกราะป้องกันตัวที่เขาใช้สวมใส่เพื่อซ่อนความอ่อนไหวและความกดดันมหาศาล
"คุณทำงานหนักเกินไปแล้วนะศิลา..." รินรดาเผลอหลุดปากพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใยโดยไม่ทันตั้งตัว
ศิลาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างขึ้นนิดหนึ่งคล้ายไม่คาดคิดว่าจะได้ยินคำพูดนี้จากปากคนที่มักจะหาเรื่องทะเลาะกับเขาได้ทุกวัน
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความอึดอัดกลายเป็นความเงียบงันที่อบอุ่นและเปราะบาง รินรดาเพิ่งรู้ตัวว่าเธอพูดอะไรออกไป ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาท่ามกลางความมืด เธอกำลังจะอ้าปากแก้ตัวและผลักเขาออกเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย
ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของเธอจะได้ขยับพูดอะไร
*แกร๊ก...*
เสียงเปิดสวิตช์ไฟหน้าห้องทำงานดังขึ้น แสงไฟนีออนสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาจนทั้งคู่ต้องหยีตาลงพร้อมกัน ร่างของบุคคลที่สามก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ
"อ้าว! คุณศิลา คุณรินรดา! มาทำอะไรกันในห้องมืดๆ นี้ครับเนี่ย? แล้วทำไมไม่เปิดไฟ?"
ทั้งศิลาและรินรดาผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟช็อต รินรดารีบยกมือขึ้นทัดผมที่ยุ่งเหยิงแก้เขิน ส่วนศิลาก็ปรับสีหน้ากลับมาเป็นสถาปนิกหนุ่มผู้เยือกเย็นและไร้ความรู้สึกคนเดิมในเวลาไม่ถึงเสี้ยววินาที เขากระแอมเบาๆ หนึ่งครั้งก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับผู้มาใหม่
แต่ก่อนที่ศิลาจะทันได้เอ่ยปากตอบคำถาม สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นอยู่บนโต๊ะทำงานใกล้ตัว ซึ่งเป็นเอกสารลับเกี่ยวกับงบประมาณการก่อสร้างที่ควรจะถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี แต่กลับมีลายมือแปลกปลอมจดบันทึกราคาวัสดุที่ถูกบวกส่วนต่างเอาไว้อย่างน่าสงสัย
ศิลาหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู แววตาที่เคยผ่อนคลายเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบและคมกริบดุจใบมีดโกนทันที ร่างสูงหันขวับกลับมามองรินรดาสลับกับบุคคลที่สามที่ยืนอยู่หน้าประตูดด้วยสายตาที่ทำให้บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงจนติดลบ
"ดูท่าทาง... เราคงไม่ได้แค่หลบไฟดับกันเฉยๆซะแล้วล่ะครับ" ศิลาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก "เพราะดูเหมือนว่า... จะมีหนูตัวใหญ่เข้ามาขุดคุ้ยโปรเจกต์ของผมลับหลังซะแล้ว"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
พิมพ์เขียวรักฉบับแก้ไขในใจสถาปนิกปากร้าย•ตอนที่ 9
เมื่อความนิ่งไม่ใช่ความเย็นชา
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับแก้ไขในใจสถาปนิกปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!