พิมพ์เขียวรักฉบับแก้ไขในใจสถาปนิกปากร้าย•ตอนที่ 10

การสำรวจใจผ่านแบบแปลน

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
"ถ้าคุณยังยืนกรานจะวางตู้หนังสือบิ้วต์อินทับแนวท่อเมนหลักของระบบปรับอากาศตรงนี้ ร่างแบบโปรเจกต์นี้ก็เอาไปฉีกทิ้งถังขยะได้เลยครับคุณรินรดา เพราะผมคงไม่มีหน้าไปอธิบายให้วิศวกรระบบฟังว่าทำไมสถาปนิกถึงยอมปล่อยให้ความสวยงามอย่างไร้สมองมาทำลายโครงสร้างอาคารทั้งหลัง" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดจงใจกระแทกกระทั้นลงบนแปลนกระดาษไขขนาดใหญ่ที่กางอยู่บนโต๊ะประชุมตัวยาว แสงไฟนีออนสีขาวนวลจากโคมไฟเหนือศีรษะสาดส่องลงมาสะท้อนสันกรามคมกริบและแววตาที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นของศิลา สถาปนิกหนุ่มผู้ไม่เคยยอมประนีประนอมให้กับความผิดพลาดแม้แต่มิลลิเมตรเดียว รินรดาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เธอไม่ได้แสดงท่าทีหวาดหวั่นต่อสายตาคุกคามคู่นั้นแม้แต่น้อย มือเรียวบางภายใต้เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอก วางปากกาเน้นข้อความลงบนโต๊ะด้วยจังหวะที่หนักแน่นพอๆ กับความตั้งใจของเธอ "ถ้าคุณศิลาจะกรุณาเงยหน้าจากกระดาษแผ่นนั้นแล้วใช้สมองส่วนหน้าคิดสักนิด ไม่ใช่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาคำนวณแต่ตัวเลขความเค้นของคานเหล็ก คุณก็จะเห็นว่าฉันเว้นระยะเซอร์วิสไว้เรียบร้อยแล้วหกสิบเซนติเมตร ซึ่งมันมากกว่ามาตรฐานความปลอดภัยขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดเสียด้วยซ้ำ!" อินทีเรียดีไซเนอร์สาวตอกกลับทันควัน นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย "มาตรฐานขั้นต่ำมันใช้ไม่ได้กับงานของผมครับ" ศิลาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อสูทลำลองก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะฝั่งตรงข้ามจนระยะห่างลดลงอย่างรวดเร็ว "งานของผมต้องไร้ที่ติ และท่อแอร์ของคุณมันกำลังทำลายสุนทรียภาพของผนังโค้งที่ผมใช้เวลาออกแบบมาสามเดือนเต็ม รินรดา... คุณกำลังเอาความมั่นใจแบบผิดๆ มาทำลายงานสถาปัตยกรรมชิ้นเอกของผม" "อ๋อเหรอคะ... อุ้ม หมายถึง... เอ่อ..." รินรดาชะงักไปนิดเมื่อเผลอหลุดเสียงประชดประชันที่เกือบจะหลุดมาตรIฐานเดิมๆ ออกไป แต่เธอก็รีบดึงสติกลับมาแล้วเชิดหน้าขึ้นสู้ "งานสถาปัตยกรรมชิ้นเอกของคุณจะไม่มีวันเกิดขึ้นได้เลย ถ้าไม่มีงานตกแต่งภายในที่ช่วยชีวิตโครงสร้างดิบๆ เถื่อนๆ ของคุณให้มันดูเป็นมนุษย์ขึ้นมาหน่อย!" ห้องประชุมเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ คลออยู่เบื้องหลัง บรรยากาศรอบตัวของคนทั้งคู่ไม่ได้อบอวลด้วยความโกรธเกรี้ยวเหมือนอย่างเคย แต่มันกลับถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดอีกรูปแบบหนึ่ง—ความตึงเครียดที่เกิดจากการเข้าใกล้กันเกินไปจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ศิลาไม่ได้ถอยหลังหนี เขากลับโน้มตัวลงต่ำ มือหนาทั้งสองข้างวางทาบลงบนขอบโต๊ะ กักร่างเพรียวของหญิงสาวให้อยู่ในอาณาเขตของเขา แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำยากจะคาดเดา ดวงตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างถือดี ไล่เรื่อยขึ้นมายังดวงตากลมโตที่เริ่มไหวระริกแต่วางฟอร์มดื้อรั้น "ทำไมล่ะริน..." เสียงของศิลาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความเยียบเย็นก่อนหน้านี้ละลายหายไปเหลือเพียงความแหบพร่าที่จู่โจมหัวใจคนฟังอย่างไร้การป้องกัน "ทำไมเราถึงต้องทะเลาะกันทุกครั้งที่ต้องทำงานร่วมกันด้วย ทั้งที่... ในอดีตเราเคย..." "หยุดพูดเรื่องนั้นนะศิลา" รินรดาตัดบททันควัน หัวใจของเธอกระหน่ำเต้นรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน กำแพงความเย็นชาที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาตลอดหลายปีเพื่อปกป้องตัวเองกำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรงเพียงแค่ปลายนายสัมผัสจากสายตาคู่นั้น "เรื่องมันผ่านมานานแล้ว และตอนนี้เราก็แค่มืออาชีพที่กำลังเคลียร์งานให้มันจบๆ ไป" "มืออาชีพเหรอ?" ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับสะท้อนความเจ็บปวดบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุด "ถ้าคุณคิดว่าเราเป็นแค่มืออาชีพจริงๆ ทำไมมือของคุณถึงได้สั่นตอนที่เถียงกับผมเรื่องแปลนนี้ล่ะรินรดา" คำพูดนั้นราวกับคีมเหล็กที่บีបอัดหัวใจของหญิงสาวให้แหลกละเอียด รินรดาก้มมองมือตัวเองที่เผลอจิกชายเสื้อแน่นโดยไม่รู้ตัว เธอกลืนน้ำเหนียวๆ ลงคออย่างยากลำบาก ความดื้อรั้นทิฐิที่มีมาตลอดพังทลายลงในพริบตาเมื่อกำแพงในใจที่ก่อไว้เริ่มมีรอยร้าวลึกจากการพูดคุยที่จริงจังขึ้นเรื่อยๆ "เพราะฉันเกลียด..." น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาลงจนเกือบกลายเป็นกระซิบ "ฉันเกลียดที่คุณยังจำรายละเอียดทุกอย่างได้... เกลียดที่คุณยังมองทะลุเข้ามาในความตั้งใจของฉันได้เสมอ... และที่สำคัญที่สุด... ฉันเกลียดที่ตัวเองไม่เคยลืมแบบแปลนแรกที่เราเคยฝันด้วยกันได้เลยสักวันเดียว" ศิลาชะงักไป ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างรวดเร็ว เขายืดตัวตรงขึ้นช้าๆ ปล่อยให้ระยะห่างระหว่างกันลดลงอีกก้าวโดยไม่รู้ตัว มือหนายื่นออกไปหมายจะสัมผัสกลุ่มผมนุ่มที่คุ้นเคยเพื่อปลอบประโยคความรู้สึกที่ซ่อนเร้น แต่ทว่า... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันทำลายบรรยากาศที่เปราะบางและร้อนระอุลงในเสี้ยววินาที ประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกอย่างรวดเร็วก่อนที่ทั้งสองจะได้ตั้งตัว ร่างสูงโปรดของปกรณ์ ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงและเป็นลูกพี่ลูกน้องของศิลาก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างโดยไม่ทันสังเกตบรรยากาศมาคุภายในห้อง "ศิลา ริน... อยู่กันครบพอดีเลย โครงการใหม่ที่หัวหินมีปัญหาด่วน ลูกค้ายืนยันว่าจะขอเปลี่ยนแบบแปลนโครงสร้างทั้งหมดภายในคืนนี้!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับแก้ไขในใจสถาปนิกปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%