“ถ้าคุณยังวาดเส้นที่ดูเหมือนลายมือเด็กหัดเขียนแบบนี้ลงบนพิมพ์เขียวของผมอีกครั้ง ผมจะถือว่าคุณกำลังทำลายสถาปัตยกรรมของผมด้วยเจตนาทุจริต รินรดา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของศิลากดต่ำจนเกือบจะเป็นเสียงคำราม เขาไม่ได้เงยหน้ามองคนตรงข้าม แต่นิ้วเรียวยาวที่ผ่านการจับดินสอเขียนแบบมานับหมื่นชั่วโมงกลับกดลงบนกระดาษไขตรงหน้าจนกระดาษเกือบขาด
รินรดาไม่สะทกสะท้าน เธอวางม้วนแบบแปลนลงบนโต๊ะไม้โอ๊คตัวใหญ่ในห้องทำงานที่เงียบสงัด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเธอโชยเข้าปะทะจมูกของคนเจ้าระเบียบจนเขาชะงักไปครู่หนึ่ง “มันไม่ใช่ลายมือเด็กหัดเขียน แต่มันคือการแก้ไขฟังก์ชันการใช้งานที่ ‘สมบูรณ์แบบ’ จนน่าอึดอัดของคุณต่างหาก ศิลา เลิกยึดติดกับทฤษฎีที่เอาไปใช้จริงไม่ได้สักที”
เธอโน้มตัวลงมาจนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดเหลือเพียงคืบ กลิ่นกายสะอาดสะอ้านของหญิงสาวบดบังรัศมีเย็นชาของศิลาจนมิด เขาเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว กะจะตอกกลับด้วยคำพูดที่เตรียมไว้ แต่ทันทีที่สายตาประสานกัน คำพูดเหล่านั้นก็กลายเป็นเพียงเสียงพึมพำในลำคอ
ดวงตาของรินรดาในยามนี้ไม่มีความก้าวร้าว มีเพียงความท้าทายที่ปนไปด้วยความอ่อนล้าที่ซ่อนไว้ลึกๆ
“มองอะไรคะ สถาปนิกผู้สูงส่ง” เธอถาม น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลแต่ยังแฝงความหยิ่งผยอง
ศิลาขยับเก้าอี้ถอยหลังจนล้อไม้ขูดกับพื้นห้องดังสนั่น เขาจงใจรักษาระยะห่างเพื่อดึงสติที่กำลังกระเจิดกระเจิงกลับมา “ผมมองหาเหตุผลที่ทำไมผมถึงยังยอมให้คุณเหยียบย่ำงานของผมอยู่ทุกวัน”
“เพราะคุณเถียงผมไม่ชนะไง” รินรดาแค่นหัวเราะ ก่อนจะคว้าปากกาบนโต๊ะมาหมุนเล่น “หรือจริงๆ แล้ว เพราะลึกๆ ในใจคุณก็รู้ว่าถ้าไม่มีคำแนะนำจากคนอย่างฉัน แบบร่างของคุณมันก็แค่โครงสร้างไร้ชีวิตที่ไม่มีใครอยากอยู่อาศัย”
ศิลาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาร่างของเขาบดบังแสงไฟสลัวในห้องทำงาน ทำให้เขากลายเป็นยักษ์ใหญ่ที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม รินรดาไม่ถอยหนี เธอหยัดกายขึ้นสู้สายตา ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
จังหวะหัวใจของศิลาเต้นรัวเหมือนกลองรบ เขาเกลียดความรู้สึกนี้ เกลียดที่ตัวเองไม่อาจละสายตาจากริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดได้ มันเป็นกับดักที่เขาสร้างขึ้นเองโดยไม่รู้ตัว
“งั้นลองดูสิว่า… ถ้าผมไม่ฟังคุณ แล้วตัดสินใจด้วยวิธีของผม ผลลัพธ์จะเป็นยังไง” ศิลาขยับเข้าไปใกล้จนปลายนิ้วของเขาแตะเข้าที่ขอบโต๊ะ กักขังเธอไว้ในวงแขน
รินรดาชะงัก ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัดเมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกจากร่างกายอีกฝ่าย “ศิลา… นี่คุณจะทำอะไร”
“ผมก็แค่จะพิสูจน์ว่า ‘กับดัก’ ที่คุณวางไว้ มันมีผลแค่ไหน”
เขาโน้มใบหน้าลงไปจนหน้าผากเกือบจะชนกัน กลิ่นหอมของเธอช่างรุนแรงจนน่าใจหาย สติสัมปชัญญะของสถาปนิกหนุ่มผู้นิ่งขรึมกำลังพังทลายลงทีละน้อย เขาเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาคู่สวยนั้น เห็นความหวั่นไหวที่เธอพยายามปกปิด
ศิลาเลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าเธอออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นทำให้รินรดาสะดุ้งเฮือก เธอไม่เคยเห็นแววตาแบบนี้จากเขามาก่อน มันไม่ใช่สายตาของคู่กัด แต่เป็นสายตาของผู้ล่าที่กำลังหลงทาง
“แบบแปลนพวกนี้…” เขาพึมพำ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นแหบพร่า “มันแก้อะไรไม่ได้แล้ว ถ้าหัวใจของคนออกแบบมันไม่ได้ตั้งใจจะสร้างเพื่อใครสักคน”
รินรดาเม้มปากแน่น หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความโกรธเคืองที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความปรารถนาที่ยากจะอธิบาย “ศิลา… อย่าพูดแบบนี้”
“ทำไมล่ะ รินรดา” เขาขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน “หรือว่าคุณเอง… ก็ติดกับดักนี้เหมือนกัน”
มือของรินรดาเอื้อมไปจับปกเสื้อของเขาโดยสัญชาตญาณ แรงดึงนั้นทำให้ช่องว่างระหว่างพวกเขาหายไปจนเกือบศูนย์ ในวินาทีที่ความอดทนของทั้งคู่กำลังจะถึงขีดจำกัด เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นที่หน้าประตู พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดที่ขัดจังหวะห้วงเวลาแห่งความตึงเครียดนั้น
“บอสครับ มีสายด่วนจากทางไซต์งาน… เฮ้ย!”
ลูกน้องคนสนิทของศิลาชะงักค้างอยู่ที่หน้าประตู เมื่อเห็นภาพที่คนทั้งสองยืนอยู่ใกล้กันจนเหมือนจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียว
ศิลาผละตัวออกอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเขากลับมาเรียบเฉยดังเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าแววตาที่ยังคงสั่นไหวและหน้าอกที่กระเพื่อมอย่างรุนแรงนั้นไม่อาจหลอกใครได้
รินรดารีบถอยกรูดไปอีกด้านของโต๊ะ พยายามจัดระเบียบเสื้อผ้าที่ยับย่นของตัวเองด้วยอาการลนลาน ศิลาหันกลับมามองลูกน้องที่ยืนเหวอด้วยสายตาดุดัน “ออกไปก่อน ผมจะตามไป”
เมื่อประตูปิดลง ความเงียบที่ทวีความอึดอัดกว่าเดิมก็กลับมาเยือน ศิลามองรินรดาที่ตอนนี้มองเขาด้วยสายตาที่ทั้งโกรธ ทั้งสับสน และบางอย่างที่เขาก็ไม่กล้าเรียกชื่อ
“พรุ่งนี้… เราค่อยมาคุยเรื่องแบบกันใหม่” ศิลาพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินหันหลังให้ โดยไม่กล้าหันกลับไปมองหญิงสาวที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้องอีกเลย
เขาเดินก้าวฉับๆ ออกไปนอกห้อง ทิ้งให้รินรดายืนอยู่กับร่องรอยของความหวั่นไหวที่เพิ่งเกิดขึ้น ท่ามกลางความมืดสลัวในห้องทำงาน ความจริงบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเขา... และดูเหมือนว่า กับดักที่เขาสร้างไว้ จะกลายเป็นสิ่งที่เขาไม่มีวันปีนกลับขึ้นมาได้อีกต่อไป
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้กับผมด้วยหัวใจที่เต้นรัวไปพร้อมกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
พิมพ์เขียวรักฉบับแก้ไขในใจสถาปนิกปากร้าย•ตอนที่ 11
กับดักของอารมณ์
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับแก้ไขในใจสถาปนิกปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!