รอยหมึกสีน้ำเงินเข้มบนกระดาษไขแผ่นนั้นถูกขีดฆ่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเนื้อกระดาษเริ่มเป็นขุย ทว่าสิ่งที่รินรดากำลังเพ่งมองไม่ใช่เส้นสายทางสถาปัตยกรรมของแปลนห้องชุดเพנט์เฮาส์ตรงหน้า แต่มันคือเงาสะท้อนของใครบางคนที่ฉาบอยู่บนกระจกเงาบานใหญ่ต่างหาก
"ถ้าคุณยังแก้ไลน์เฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้ด้วยมุมมองแบบเดิมๆ เกรงว่างานนี้คงต้องรื้อทำใหม่ตั้งแต่โครงสร้างคร่าวฝ้าเพดานอีกรอบนะครับ คุณรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเยียบเย็นเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นจากด้านหลัง โดยไม่ต้องหันไปมองเธอก็รู้ว่าเป็นศิลา สถาปนิกหนุ่มผู้มีรอยยิ้มประดับมุมปากน้อยครั้งเสียยิ่งกว่าฝนตกในฤดูแล้ง เขายืนอยู่ใกล้เสียจนกลิ่นหอมจางๆ ของเปปเปอร์มินต์และไอน้ำฝนจากด้านนอกลอยมาแตะจมูก
รินรดาตวัดสายตาขึ้นมองผ่านกระจกเงา ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันเล็กน้อยเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มปั่นป่วนอยู่ในอก ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่เธอไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดจนตัวสั่นเวลาโดนเขาค่อนขอด แต่มันกลับกลายเป็นความร้อนผ่าวแปลกๆ ที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหูแทน
"โครงสร้างคร่าวฝ้าเพดานอะไรกันคะคุณศิลา ดิฉันแค่วางสัดส่วนโซฟาให้รับกับทิศทางแสงยามบ่าย เพื่อให้พื้นที่มันดูมีชีวิตชีวาขึ้น ไม่ใช่แข็งทื่อไร้ความรู้สึกเหมือนงานบล็อกปูนเปลือยของคุณ" เธอสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเชือดเฉือนตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว แต่หัวใจกลับเต้นรัวผิดจังหวะจนน่ารำคาญ
ศิลาไม่ตอบในทันที เขาก้าวเข้ามาประชิดอีกเพียงครึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงที่มีเส้นเลือดปูดโปนตามแบบฉบับชายหนุ่มผู้ทำงานหนัก โน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนใบหน้าของเขาลอยเด่นอยู่เหนือไหล่เธอในกรอบกระจก สายตาคมกริบมองลอดผ่านเลนส์แว่นสายตาไล่เรียงไปตามปลายนิ้วเรียวที่กำลังถือดินสอ
"มีชีวิตชีวา... หรือคุณแค่มองหาข้ออ้างที่จะซ่อนบางอย่างไว้หลังงานดีไซน์กันแน่ครับ"
คำพูดราบเรียบแต่ทิ่มแทงใจดำทำเอารินรดาชะงัก ปลายนิ้วที่ถือดินสอเกร็งแน่นจนข้อต่องอขาว เธอหันขวับกลับไปหมายจะต่อปากต่อคำให้สาสม แต่ระยะห่างระหว่างใบหน้าที่ลดลงเหลือเพียงคืบทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึก ดวงตากลมโตสบเข้ากับนัยน์ตาสีนิลคู่คมที่มักจะซ่อนความรู้สึกไว้เบื้องหลังความสมบูรณ์แบบเสมอ และในวินาทีนั้นเอง เธอก็สังเกตเห็น... แววตาอ่อนโยนที่เขาพยายามซ่อนเร้นมาตลอด
มันคือความห่วงใยที่เจือความเจ็บปวดจางๆ และความเหนื่อยล้าจากการต้องยืนหยัดปกป้องทุกสิ่งทุกอย่างเพียงลำพัง
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความคิดในหัวตีรวนไปหมด ผู้ชายคนนี้คือคู่ปรับตัวฉกาจ คือสถาปนิกปากร้ายที่คอยขัดขาเธอในทุกโปรเจกต์ แต่ทำไม... ยามที่ปลายนิ้วอุ่นจัดของเขื่เอื้อมมาแตะเบาๆ ที่หลังมือเพื่อช่วยบังคับองศาการลากเส้นบนกระดาษ เธอกลับรู้สึกราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วร่าง
"มือสั่นนะครับ..." ศิลาเอ่ยกระซิบเบาๆ ชิดริมใบหู เสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อยจนชวนให้ใจสั่น "หรือว่า... งานนี้มันยากเกินกว่าที่คุณจะรับมือไหว"
"ฉันไม่ได้..." รินรดาอยากจะเถียงว่าเธอไม่ได้กลัวอะไรทั้งสิ้น แต่เสียงของเธอกลับหายไปในลำคอเมื่อศิลาไม่ได้ถอยห่างออกไป กลับกัน เขากลับใช้มืออีกข้างวางทาบลงบนขอบโต๊ะทำงาน เพื่อกักตัวเธอไว้ให้อยู่ในอ้อมแขนกลายๆ ผ่านบรรยากาศเงียบงันของห้องทำงานที่ถูกปกคลุมด้วยแสงไฟสีส้มสลัวยามเย็น
หัวใจของอินทีเรียดีไซเนอร์สาวเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความสงสัยที่สะสมมาหลายสัปดาห์เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง เธอมองสำรวจใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ความรู้สึกต่อต้านที่เคยมีมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงคำถามตัวโตที่ดังสะท้อนอยู่ในใจ...
*นี่เธอกำลังรู้สึกอะไรอยู่กันแน่... กับผู้ชายปากร้ายคนนี้?*
ก่อนที่รินรดาจะทันได้หาคำตอบให้กับความรู้สึกแปลกประหลาดที่กำลังกัดกินหัวใจ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ทำลายบรรยากาศชวนเคลิบเคลิ้มลงในเสี้ยววินาที
"คุณศิลาครับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่หน้าไซต์งานแล้วครับ คนงานบอกว่าโครงสร้างผนังรับแรงฝั่งทิศเหนือมีรอยร้าว!"
เสียงตะโกนร้อนรนของวิศวกรคุมงานดังแทรกเข้ามาพร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่รออนุญาต
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้กับผมด้วยหัวใจที่เต้นรัวไปพร้อมกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
พิมพ์เขียวรักฉบับแก้ไขในใจสถาปนิกปากร้าย•ตอนที่ 12
คำถามที่ไม่มีคำตอบ
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับแก้ไขในใจสถาปนิกปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!