"เรื่องใหญ่ที่ไซต์งานหมายความว่ายังไงครับ!"
เสียงทุ้มต่ำของศิลาตวาดกร้าวผ่านโทรศัพท์มือถือในมือ ขณะที่ขายาวก้าวฉับๆ ออกจากห้องประชุมใหญ่ของบริษัทโดยไม่แม้แต่จะชายตามองผู้ช่วยที่วิ่งตามแทบไม่ทัน รินรดาซึ่งเดินสวนออกมาพอดีเพราะเพิ่งเคลียร์แบบแปลนกับทางวิศวกรถึงกับต้องเบี่ยงตัวหลบแรงลมที่อีกฝ่ายพัดผ่าน เธอขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหมั่นไส้ทันทีที่เห็นแผ่นหลังกว้างนั้นทำท่าทางราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย
ให้ตายเถอะ ผู้ชายอะไร... หน้าตาดีระดับปกนิตยสารสถาปัตยกรรม แต่เรื่องมากและขี้โวยวายยิ่งกว่าผู้รับเหมาเจอฝนตก
"คุณศิลาครับ ใจเย็นก่อน ร่างแบบแปลนส่วนโครงสร้างปีกตะวันตกมีปัญหาเรื่องการรับน้ำหนักครับ ทางผู้รับเหมาหน้างานแจ้งว่าถ้าไม่รีบแก้ตอนนี้ เสาหลักต้นนั้นอาจจะ..." เสียงปลายสายขาดหายไปครู่หนึ่งพร้อมกับเสียงลมกรือใหญ่
"ผมจะไปถึงที่นั่นภายในสิบห้านาทีนี้ เคลียร์พื้นที่แล้วห้ามใครขยับอะไรทั้งสิ้น!"
ศ and r... ศิลาตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใย เขาก้าวฉับๆ ไปจนถึงลิฟต์โดยสาร ทว่าจังหวะที่นิ้วเรียวยาวกำลังจะกดปุ่มลูกศรลง ร่างเพรียวบางในชุดสูทเข้ารูปสีเอิร์ธโทนของรินรดาก็แทรกตัวเข้ามาขวางหน้าไว้เสียก่อน กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ ปะปนกับกลิ่นกาแฟคั่วเข้มลอยแตะจมูก ปลุกประสาทสัมผัสที่ตึงเครียดของเขาให้พุ่งพล่านขึ้นไปอีก
"หลบหน่อยครับ รินรดา ผมรีบ" ศิลาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดุจใบมีดโกนจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง
"รีบไปพังงานของฉันน่ะสิไม่ว่า" รินรดากอดอก เชิดหน้าขึ้นท้าทาย ดวงตากลมโตฉายแววพยศ "ฉันได้ข่าวเรื่องเสาปีกตะวันตกแล้วนะคุณศิลา และบอกไว้ก่อนเลยว่า ถ้าโครงสร้างที่คุณคำนวณมามันไปบดบังทัศนียภาพหน้าต่างกระจกบานโค้งที่ฉันอุตส่าห์ดีไซน์ไว้เพื่อรับแสงธรรมชาติล่ะก็ ฉันนี่แหละจะรื้อทิ้งด้วยตัวเอง"
"คุณนี่มัน... มองโลกด้วยตื้นเขินสิ้นดี!" ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าประชิดตัวเธอจนรินรดาต้องเผลอถอยหลังไปชนผนังกระจกเย็นเฉียบของตึกระฟ้า "งานสถาปัตยกรรมไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงามตามที่คุณเสพติดหรอกนะครับ มันคือความปลอดภัยและฟังก์ชันที่ต้องมาก่อนเสมอ ถ้าโครงสร้างมันรับน้ำหนักไม่ได้ ต่อให้หน้าต่างโค้งบานนั้นจะสวยหยาดฟ้าดินสวรรค์แค่ไหน คนที่นั่งข้างในก็หัวแบะตายห่าอยู่ดี!"
คำพูดที่เจือด้วยความหงุดหงิดและถ้อยคำรุนแรงทำให้รินรดานิ่งงัดไปชั่วขณะ เธอไม่ได้กลัวดวงตาคมปลาบที่จ้องเขม็งมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าว หากแต่เธอกำลังโกรธที่เขามองว่ารสนิยมและความใส่ใจในรายละเอียดของเเป็นเรื่องไร้สาระ
"ปากร้ายชะมัด..." รินรดาพึมพำเสียงเบา ทว่าแววตากลับวาวโรจน์ เธอยื่นมือเรียวขึ้นไปดันแผงอกกว้างของเขาให้ออกห่าง แม้เนื้อผ้าสูทราคาแพงจะหนานุ่ม แต่เธอกลับสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวรากับกลองเพลของอีกฝ่าย "จำไว้เลยนะคุณศิลา คุณไม่มีสิทธิ์มาดูถูกงานของฉัน แค่เพราะคุณชอบอะไรที่มันแข็งกระด้าง ไร้ชีวิตชีวา เหมือนกับรสนิยมการดื่มกาแฟของคุณนั่นแหละ!"
"กาแฟ?" ศิลาเลิกคิ้วสูง น้ำเสียงเย้ยหยัน "เกี่ยวอะไรกับกาแฟตอนนี้"
"เกี่ยวสิคะ!" รินรดาเผลอใช้สรรพนามที่หลุดรอดจากความโมโห "แก้วที่คุณถืออยู่ทุกเช้า... เอสเพรสโซ่ช็อตเดียวเข้มๆ ขมปี๋ ไร้ซึ่งนม ไร้ซึ่งความละมุนละไม มันก็ฟ้องอยู่แล้วว่าตัวตนข้างในของคุณมันแห้งแล้งขนาดไหน สถาปนิกผู้เย่อหยิ่ง!"
ศิลานิ่งงันไป เขาก้มมองแก้วกระดาษสีดำในมือข้างที่ว่างอยู่ กาแฟคั่วเข้มรสชาติขมจัดที่เขาต้องพึ่งพามันเพื่อดึงสติตัวเองให้ผ่านพ้นแต่ละวัน ทว่าพอมันถูกยิบยกขึ้นมาพูดโดยผู้หญิงปากจัดตรงหน้า กลับกลายเป็นอาวุธที่ใช้แทงใจดำเขาเสียอย่างนั้น
"คุณไม่รู้อะไรเลย รินรดา" ศิลาโน้มใบหน้าลงต่ำจนปลายจมูกแทบจะชนกับปลายจมูกรั้นของเธอ กลิ่นหอมหวานจากตัวเธอกำลังตีรวนกับกลิ่นฉุนของคาเฟอีนในสมองเขา "ที่ผมต้องดื่มเอสเพรสโซ่ขมๆ แบบนั้น ก็เพราะชีวิตผมมันต้องเจอความหวานเลี่ยน... อย่างเช่นรสนิยมการแต่งห้องสีพาสเทลไร้แก่นสารของคุณ คอยตามล้างตามเช็ดอยู่ทุกวันไงครับ!"
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เสียงลิฟต์ที่เคลื่อนตัวมาถึงชั้นนี้ดังขึ้นเบาๆ แต่ไม่มีใครสนใจ เสียงหัวใจของทั้งคู่เต้นดังแข่งกันในระยะประชิด เคมีที่อัดแน่นด้วยความโกรธ ความดื้อรั้น และแรงดึงดูดประหลาดกำลังหลอมรวมความเกลียดชังให้กลายเป็นบางสิ่งที่ร้อนแรงยิ่งกว่าไฟ
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ใบหน้าสวยเห่อร้อนขึ้นมาอย่างกะทันหัน ไม่ใช่เพราะความเขินอาย แต่เพราะเธอไม่เคยจนมุมด้วยคำพูดของชายหนุ่มคนนี้มาก่อน ดวงตาสีเข้มของศิลายามนี้ไม่ได้มีแต่ความเยชาชา แต่มันกำลังสั่นไหวด้วยอารมณ์บางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบาย
"ถ้าอย่างนั้น..." รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามรักษาฟอร์มความมั่นไว้ให้ถึงที่สุด แม้ขาสองข้างจะเริ่มสั่น "ลองชิมกาแฟของฉันดูหน่อยไหมล่ะคะ... เผื่อคุณจะได้รู้ว่ารสชาติที่แท้จริงของความสุขมันเป็นยังไง ไม่ใช่มีดีแค่ความขมขื่นเหมือนหน้าตาของคุณ!"
เธอยกแก้วกาแฟลาเต้เย็นหวานน้อยของเธอขึ้นมาจ่อริมฝีปากเขา ท่าทางท้าทายนั้นทำให้ศิลารู้สึกราวกับถูกยั่วยุด้วยความหวานอันตราย สถาปนิกหนุ่มก้มมองหลอดดูดสีดำสลับกับเรียวปากสีพีชอิ่มน้ำของหญิงสาวอย่างลืมตัว
ทว่า... ก่อนที่ศิลาจะได้ตอบโต้อะไร ประตูลิฟต์สีเงินวาวก็เปิดออกกว้าง พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวพรวดพราดออกมาด้วยใบหน้าซีดเผือด
"คุณศิลาครับ! คุณรินรดาครับ! แย่แล้วครับ..." ผู้ช่วยหนุ่มหอบหายใจโยนเอกสารแผ่นหนึ่งใส่หน้าอกศิลา "เสาปีกตะวันตกไม่ได้มีปัญหาเรื่องรับน้ำหนักอย่างเดียวครับ... แต่คนงานเพิ่งขุดเจอ 'บางสิ่ง' ใต้ฐานรากโครงสร้างโบราณยุคอาณานิคมที่ไม่มีอยู่ในพิมพ์เขียวเดิมครับ!"
ศิลาชะงัก รินรดาเบิกตากว้าง ทั้งคู่หันขวับไปมองหน้ากันทันที ความรู้สึกเร่าร้อนเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เมื่อตระหนักว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ดินกำลังจะเปลี่ยนทุกอย่างไปตลอดกาล...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมในตอนนี้นะครับ
พิมพ์เขียวรักฉบับแก้ไขในใจสถาปนิกปากร้าย•ตอนที่ 4
กาแฟคนละรส
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับแก้ไขในใจสถาปนิกปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!