“เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที รินรดา... มันไม่ได้ทำให้ความจริงที่ว่าคุณคือคนที่ทำลายโปรเจกต์จบของผมเมื่อห้าปีก่อนเปลี่ยนแปลงไปหรอกนะ”
เสียงทุ้มต่ำของศิลาดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วไซต์งานก่อสร้างโบราณสถานแห่งนี้ เขายืนตระหง่านอยู่เหนือหลุมลึกที่เพิ่งขุดพบโครงสร้างแปลกปลอม มือหนาที่เปื้อนฝุ่นดินกำแน่นจนขึ้นข้อ ในขณะที่ดวงตาคมกริบคู่นั้นยังคงจับจ้องไปที่ร่างเพรียวบางของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ก้ำกึ่งระหว่างความโกรธแค้นและสิ่งที่ลึกซึ้งกว่านั้น
รินรดาขยับแว่นสายตาพลางแค่นยิ้มที่มุมปาก เธอกอดอกแน่นพยายามซ่อนอาการสั่นเทาของฝ่ามือ “โปรเจกต์จบ? คุณยังเก็บเรื่องไร้สาระนั่นมาเป็นข้ออ้างในการตัดสินคนอื่นอีกหรือไง ศิลา? วันนั้นถ้าฉันไม่ค้าน... อาคารหอสมุดที่คุณออกแบบนั่นน่ะ มันก็แค่กรงขังไร้ชีวิตที่พังลงมาตั้งแต่วันเปิดตัวแล้ว!”
“กรงขังงั้นเหรอ?” ศิลาสาวเท้าเข้ามาหาจนระยะห่างเหลือเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมจางๆ บนตัวรินรดาปะทะกับกลิ่นไอชื้นของดินและเหล็กสนิมจนบรรยากาศยิ่งอึดอัด “คุณไม่ได้แค่ค้าน คุณทำลายผลงานที่ผมทุ่มเทมาตลอดสี่ปีด้วยการใส่ข้อมูลเท็จในรายงานโครงสร้างเพียงเพราะคุณอยากเอาชนะ... ความมักง่ายของคุณในวันนั้นต่างหากที่ทำให้ผมต้องกลายเป็นตัวตลกของคณะ”
“มักง่ายงั้นเหรอ!” รินรดาสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความทิฐิ เธอเงยหน้าเผชิญกับความสูงของเขาอย่างไม่เกรงกลัว “ถ้าคุณตั้งใจฟังสิ่งที่ฉันอธิบายตอนนั้นสักนิด คุณจะรู้ว่าฐานรากมันมีรอยร้าวตั้งแต่ก่อนคุณจะลงเสาเข็มต้นแรกเสียอีก ที่ฉันทำ... คือการดึงคุณกลับมาจากปากเหวต่างหาก!”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้งหลังจากประโยคนั้น ศิลาชะงักไปครู่หนึ่ง ภาพอดีตในห้องพรีเซนต์งานที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดผุดขึ้นมาในหัว ราวกับภาพฟิล์มเก่าที่ฉายซ้ำ รอยร้าวในโครงสร้างที่เธอเคยเตือน... เขาเคยคิดว่ามันคือความอิจฉา แต่ในวินาทีนี้ เมื่อเขาก้มลงมองเศษอิฐโบราณที่สลักลวดลายประหลาดใต้ดินตรงหน้า สิ่งที่รินรดาเคยพูดไว้เมื่อหลายปีก่อนกลับดูมีความเป็นไปได้มากกว่าที่เขาเคยจินตนาการ
“ถ้าสิ่งที่รอยร้าวในอดีตนั่นพูด... มันไม่ใช่แค่ความหัวรั้นของพวกเรา แต่เป็นคำเตือนถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นที่นี่จริงๆ ล่ะ?” ศิลาพึมพำ น้ำเสียงของเขาสงบลงแต่กลับทวีความเย็นเยียบในหัวใจ
รินรดาเม้มปากแน่น ความแข็งกร้าวในดวงตาเริ่มเปลี่ยนเป็นความกังวล เธอทรุดตัวลงนั่งยองๆ ข้างขอบหลุม ใช้ปลายนิ้วปัดฝุ่นออกจากลายสลักบนแผ่นหิน “นั่นไม่ใช่แค่อิฐธรรมดา ศิลา ดูนี่สิ... มันมีสัญลักษณ์ของการคำนวณทิศทางแสงที่สอดคล้องกับผังอาคารที่เรากำลังสร้างทับอยู่พอดี”
“คุณหมายความว่าไง?” ศิลาขยับเข้ามาใกล้ นั่งลงข้างๆ เธอในท่าที่ไหล่แทบจะชนกัน ความโกรธเคืองที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณของการเป็นสถาปนิกที่ต้องเผชิญกับปริศนาที่ใหญ่กว่าอีโก้ของตัวเอง
“หมายความว่าเราไม่ได้กำลังสร้างอาคารบนพื้นที่เปล่า... แต่เรากำลังสร้างทับ ‘บางอย่าง’ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำลายสมดุลของที่นี่” รินรดาหันมามองเขา สายตาทั้งสองประสานกันอย่างจัง ในจังหวะนั้นเอง เธอกลับเห็นความหวั่นไหวที่เขายังซ่อนไว้ได้ไม่มิดภายใต้หน้ากากชายหนุ่มผู้เย็นชา
ศิลาไม่ได้ถอยหนี เขากลับโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินใบหน้าของเธอ “ถ้าเรื่องนั้นเป็นความจริง... สิ่งที่เราเคยทะเลาะกันมาตลอดห้าปีก็แทบไม่มีความหมายเลยใช่ไหมครับ รินรดา?”
“มันไม่เคยมีความหมายหรอก ถ้าคุณยังเอาแต่กอดทิฐิไว้แน่นแบบนี้” เธอตอบเสียงสั่น พลางหลุบสายตาลงต่ำ
ทันใดนั้น เสียงบางอย่างดัง ‘คลิก’ ขึ้นใต้ฝ่าเท้าของศิลา แรงสั่นสะเทือนเบาๆ กระจายไปทั่วบริเวณจนดินที่พูนอยู่รอบข้างถล่มลงมา ทั้งคู่เสียหลักล้มลงไปในหลุมลึกอย่างไม่อาจตั้งตัว มือของศิลาคว้าเอวบางของรินรดาไว้แน่นโดยสัญชาตญาณก่อนที่ทั้งคู่จะกระแทกพื้นดินด้านล่าง
ความมืดมิดเข้าครอบงำชั่วขณะ มีเพียงแสงจากไฟฉายที่กลิ้งหล่นอยู่ข้างกายส่องกระทบให้เห็นแผ่นหินขนาดใหญ่ที่เริ่มขยับตัวด้วยกลไกโบราณที่หลับใหลมานานนับร้อยปี และสิ่งที่ปรากฏอยู่หลังแผ่นหินนั้น... คือพิมพ์เขียวเล่มเก่าที่ถูกจารึกด้วยตัวอักษรที่ดูคุ้นตายิ่งกว่าสิ่งใด
“ศิลา... นั่นมันลายมือคุณไม่ใช่เหรอ?” รินรดาอุทาน เสียงสั่นด้วยความตกใจ ขณะที่เธอมองเห็นลายเส้นการออกแบบที่คุ้นตาบนแผ่นหินเก่าแก่ที่ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะถูกเขียนขึ้นโดยคนในยุคสมัยนี้
ศิลาขมวดคิ้วแน่น หัวใจเขาเต้นรัวแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก เมื่อเขาเอื้อมมือไปแตะรอยสลักนั้น แสงสีฟ้าจางๆ ก็สว่างวาบขึ้นราวกับกำลังตอบรับการสัมผัสของเขา พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงปากหลุมด้านบน
“ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอกันในสภาพที่น่าสมเพชขนาดนี้... หลานชาย” เสียงชายชราผู้ทรงอำนาจดังขึ้นจากเบื้องบน ทำเอาศิลาและรินรดาต้องแหงนหน้ามองไปพร้อมกันด้วยความตื่นตะลึง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับรอยร้าวและเศษเสี้ยวความรู้สึกในใจของพวกเขาจนจบตอนนี้ครับ ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
พิมพ์เขียวรักฉบับแก้ไขในใจสถาปนิกปากร้าย•ตอนที่ 5
รอยร้าวในอดีต
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับแก้ไขในใจสถาปนิกปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!