"รอยยิ้มนั้น... มันช่างบาดตาบาดใจเสียเหลือเกิน"
เสียงกระซิบแหบพร่าเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักหนาที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง คณาธิปยืนนิ่งอยู่หลังเสาหินอ่อนทรงโรมันขนาดใหญ่ภายในห้องโถงจัดเลี้ยงหรูหรา แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลนับร้อยดวงสะท้อนลงบนเรือนร่างสูงสง่าในชุดสูทตัดเย็บประณีต แต่วินาทีนี้ หัวใจของมหาเศรษฐีหนุ่มกลับเย็นเฉียบราวกับถูกแช่แข็งด้วยน้ำแข็งขั้วโลก
สายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีจดจ้องไปยังร่างบางในชุดราตรีผ้าไหมสีมรกตเข้ารูป ซึ่งกำลังยืนพูดคุยอย่างคล่องแคล่วและสง่างามอยู่กับกลุ่มนักลงทุนระดับประเทศ ลีลาในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เคยเอาแต่นั่งรอเขาอยู่หลังประตูห้องนอนที่ว่างเปล่าเมื่อสามปีก่อนอีกต่อไปแล้ว เธอกลายเป็น "เวิร์กกิ้งวูแมน" ผู้เปี่ยมด้วยเสน่ห์อันเย้ายวนและอำนาจดึงดูดที่ทรงพลังจนใครก็ไม่อาจละสายตา
ความทรงจำเมื่อสามปีก่อนย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจของเขาอย่างไม่ปรานี... ภาพวันที่เขาเคยตวัดปลายปากกาเซ็นชื่อลงบนใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย ภาพคำพูดดูถูกเหยียดหยามที่เขาเคยพ่นใส่หน้าเธอเพื่อให้เธอเดินออกไปจากชีวิตของเขาโดยเร็วที่สุด โดยไม่เคยรู้เลยว่า ในเวลานั้น ลีลากำลังแบกรับความลับบางอย่างไว้... ความลับที่หากเขารู้ในวันนั้น ทุกอย่างคงไม่พังทลายลงมาเช่นนี้
คณาธิปกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมาตลอดสามปีประเดประดังเข้ามาพร้อมกับแรงดึงดูดทางเพศที่ยังคงรุนแรงไม่เสื่อมคลาย ทุกย่างก้าวที่ลีลาขยับตัว ทุกรอยยิ้มที่เธอมอบให้ชายอื่น มันแผดเผาความเย่อหยิ่งทระนงตนของเขาจนมอดไหม้เป็นจุล เขาอยากเดินเข้าไปกระชากแขนเรียวนั้นแล้วดึงเธอกลับมาสู่อ้อมอก ลบเลือนภาพของชายอื่นที่รายล้อมเธอออกไปให้หมดสิ้น แต่เขาก็รู้ดีว่า... ในยามนี้ เขาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะยืนอยู่ตรงหน้าเธอด้วยซ้ำ
"คุณธัปครับ ทางประธานบริหารจากเยอรมนีต้องการทักทายคุณสักครู่ครับ" เลขาส่วนตัวกระซิบเตือนด้วยเสียงแผ่วเบa
คณาธิปสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังปั่นป่วนอยู่ในอก เขาพยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าสู่โลกแห่งธุรกิจที่ไร้หัวใจ ทว่าภาพรอยยิ้มอันเฉิดฉายของอดีตภรรยากลับฝังแน่นอยู่ในโสตประสาท ราวกับรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหายไปจากใบหย่าใบนั้น
ตัดภาพมายังมุมสงบอีกด้านหนึ่งของคฤหาสน์ตระกูลใหญ่ บรรยากาศอบอุ่นและบริสุทธิ์งดงามราวกับอยู่คนละโลกกับความวุ่นวายในงานเลี้ยง
บนเตียงนอนนุ่มฟูสีขาวสะอาดตา ร่างบอบบางของลีลากำลังนั่งยองๆ อยู่เบื้องหน้าเด็กชายฝาแฝดวัยสามขวบเศษ ทั้ง "ต้นกล้า" และ "ต้นน้ำ" กำลังส่งเสียงหัวเราะคิกคักด้วยความชอบใจ เมื่อมารดาคนสวยกำลังช่วยสวมชุดนอนลายการ์ตูนตัวโปรดให้
"คุณแม่ครับ วันนี้คุณแม่สวยที่สุดในโลกเลยครับ เหมือนเจ้าหญิงในนิทานที่ต้นกล้าเคยอ่านเลย" เด็กชายต้นกล้าเอ่ยปากชมด้วยน้ำเสียงใสแจ๋ว ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับถอดแบบมาจากบิดาไม่มีเพี้ยน
ลีลาอมยิ้มบางๆ ดวงตาคู่สวยฉายแววรักใคร่และเอ็นดูจนแทบละลาย เธอยื่นมือเรียวไปปัดปอยผมที่ปรกลงมาบังหน้าผากมนของลูกชายเบาๆ ก่อนจะกดจมูกโด่งรั้นลงบนแก้มยุ้ยนิ่มของทั้งสองคนฟอดใหญ่
"ปากหวานกันจริงๆ เลยนะครับลูกชายทั้งสองคนของแม่ แบบนี้แม่จะไปไหนรอดล่ะครับเนี่ย" ลีลาหัวเราะเสียงใส ความเหนื่อยล้าจากการทำงานและสงครามประสาทในงานเลี้ยงเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเมื่อได้สัมผัสความอบอุ่นจากดวงใจทั้งสองดวงนี้
"ถ้าคุณแม่ไม่ไปไหน... แล้วคุณพ่อจะมาหาเราไหมครับ?" เด็กชายต้นน้ำ เอ่ยถามขึ้นด้วยความซื่อประสาเด็ก ดวงตาคู่โตมองมารดาอย่างรอคอยคำตอบ
คำถามเพียงประโยคเดียวจากปากลูกน้อย ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของลีลาชะงักค้างไปชั่วขณะ หัวใจของอดีตภรรยาผู้แข็งแกร่งกระตุกวูบไหวอย่างรุนแรง เธอรีบซ่อนประกายความเจ็บปวดในแววตาไว้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะดึงร่างป้อมทั้งสองเข้ามาโอบกอดไว้แนบอก แน่นเสียจนเด็กๆ รับรู้ได้ถึงความสั่นเทาเล็กๆ ในกายแม่
"คุณพ่อ... ท่านมีงานยุ่งมากครับลูก ต้นกล้ากับต้นน้ำมีแค่คุณแม่ก็พอแล้วนี่ครับ สัญญาว่าจะเป็นเด็กดีของแม่ใช่ไหมครับ?" ลีลากระซิบตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าในใจจะเจ็บแปลบขึ้นมาทุกครั้งที่ต้องเอ่ยถึงผู้ชายใจร้ายคนนั้น
"ครับ! ต้นกล้าจะเป็นเด็กดีครับ จะคอยปกป้องคุณแม่เอง!" เด็กชายทั้งสองประสานเสียงตอบรับอย่างแข็งขัน พร้อมกับยกแขนป้อมๆ ขึ้นกอดตอบมารดาแน่น ราวกับต้องการถ่ายทอดพลังใจทั้งหมดที่มีให้เธอ
ลีลากดจูบลงบนกลุ่มผมนุ่มของลูกชายทั้งสองด้วยความรักล้นปรี่ สายใยรักอันบริสุทธิ์นี้คือเกราะคุ้มกันอันแข็งแกร่งที่สุดที่ทำให้เธอไม่หวาดกลัวต่อสิ่งใดบนโลกใบนี้อีกต่อไป ต่อให้คณาธิปจะกลับมาปรากฏตัวต่อหน้าเธออีกครั้งด้วยแววตาสำนึกผิดสักเพียงใด เธอก็ไม่มีวันยอมให้เขาเข้ามาทำลายความสุขสงบที่เธอและลูกสร้างขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตาเด็ดขาด
ทว่า... ในขณะที่ลีลากำลังกล่อมลูกน้อยให้เคลิ้มหลับไปในอ้อมกอด เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ที่เชื่อมต่อกับระเบียงห้องพักแขกวีไอพีก็ดังขึ้นเบาๆ สองครั้ง
ก๊อก... ก๊อก...
ลีลาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ห้องนี้อยู่ชั้นบนสุดและมีความปลอดภัยสูงมาก แขกคนอื่นไม่มีทางขึ้นมาถึงโซนส่วนตัวนี้ได้ เธอดึงผ้าห่มคลุมให้ลูกชายทั้งสองคนอย่างแผ่วเบา ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ระเบียงช้าๆ เพื่อมองผ่านม่านโปร่งแสงออกไป
ร่างสูงสง่าของชายหนุ่มคนหนึ่งยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางความมืดสลัวของแสงจันทร์ ใบหน้าคมคายที่เธอคุ้นเคยดีและพยายามหนีมาตลอดสามปี บัดนี้กำลังยืนมองตรงเข้ามาผ่านกระจกใสด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและความร้าวรานอย่างถึงที่สุด
คณาธิปยกมือขึ้นเคาะกระจกอีกครั้ง พร้อมกับริมฝีปากหยักที่ขยับเปล่งเสียงผ่านบานกระจกแผ่วเบา แต่ลีลากลับอ่านริมฝีปากนั้นออกได้อย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ
*“พี่ขอโทษ... ลีลา... พี่เจอพยานหลักฐานชิ้นสุดท้ายแล้ว... และความจริงทั้งหมด... มันกำลังจะปรากฏในมือพี่ตอนนี้”*
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะครับ
กรงทรมานของอดีตสามี•ตอนที่ 2
รอยแผลเป็นบนใบหย่า
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงทรมานของอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
