กลิ่นกระดาษพิมพ์ใหม่และหมึกพิมพ์ราคาแพงคละคลุ้งอยู่ในห้องประชุมใหญ่ชั้นบนสุดของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ คณาธิปนั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีเนื้อดี สายตาคมกริบดั่งใบมีดกำลังกวาดมองเอกสารสัญญาฉบับล่าสุดที่ถูกเลื่อนมาตรงหน้า กระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่าถูกพลิกผ่านด้วยปลายนิ้วที่มั่นคง ทว่าสมาธิของเขากลับไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขมูลค่าหลายร้อยล้านบนหน้ากระดาษเหล่านั้นเลย
ภาพใบหน้าของหญิงสาวที่เคยอยู่ใต้รอนแรมแห่งความเย็นชาของเขาเมื่อหลายปีก่อน ยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิด ลีลาในยามนี้ไม่ใช่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ยอมให้เขาเหยียบย่ำหัวใจอีกต่อไปแล้ว เธอกลับมาในฐานะนักบริหารมือฉกาจ ผู้ถือไพ่เหนือกว่าในทุกเกมธุรกิจ และที่สำคัญ... เธอกำลังทำให้ความเย่อหยิ่งของเขาพังทลายลงทีละน้อยอย่างเลือดเย็น
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่เลขานุการส่วนตัวจะก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าลังเล
"ท่านประธานครับ... เรื่องเอกสารขออนุญาตปรับปรุงพื้นที่โครงการโซนเหนือ คุณลีลาส่งตัวแทนเข้ามาประสานงานเพิ่มเติมครับ แต่... เอ่อ..."
คณาธิปเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมดุหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความรำคาญใจ "แต่อะไรอีก หรือว่าผู้หญิงคนนั้นจะเล่นแง่เรื่องส่วนแบ่งการตลาดอีก"
"เปล่าครับท่าน... พอดีคุณลีลาไม่ได้ส่งผู้จัดการฝ่ายมา แต่เธอนำเอกสารชุดนี้มาส่งด้วยตัวเองครับ และตอนนี้..." เลขานุการกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "เธอรออยู่ที่ห้องรับรองพิเศษ พร้อมกับ... เด็กผู้ชายฝาแฝดสองคนครับ"
หัวใจของมหาเศรษฐีหนุ่มกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลังราวกับมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ พาดผ่าน เด็กผู้ชายฝาแฝดอย่างนั้นหรือ? ในหัวของเขานึกย้อนไปถึงช่วงเวลาสุดท้ายก่อนที่เธอจะหายตัวไปจากชีวิตของเขา ท้องของเธอยังแบนราบ... หรือแท้จริงแล้ว เขากำลังมองข้ามอะไรบางอย่างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตไป
"พาฉันไปที่นั่น" คณาธิปสั่งเสียงทุ้มต่ำ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สูทสีเข้มเข้ารูปขับเน้นรูปร่างสง่างามและทรงอำนาจ ก่อนจะก้าวยาวๆ ออกจากห้องทำงานไปทันที
บรรยากาศภายในห้องรับรองพิเศษเงียบสงบ แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านกระจกใสบานใหญ่กระทบเข้ากับร่างเพรียวระหงของลีลาที่กำลังนั่งไขว่ห้างอ่านนิตยสารธุรกิจอย่างใจเย็น บนตักของเธอมีกระเป๋าเอกสารหนังแท้ราคาแพงวางอยู่ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของคณาธิปทันทีที่ก้าวพ้นขอบประตู ไม่ใช่ตัวของอดีตภรรยา... หากแต่เป็นเด็กชายฝาแฝดอายุราวๆ สี่ขวบสองคนที่กำลังนั่งเล่นต่อเลโก้อยู่ที่มุมห้อง
เด็กชายทั้งสองคนมีใบหน้าถอดแบบมาจากพิมพ์เดียวกัน และที่สำคัญ... โครงหน้า จมูกโด่งเป็นสันคม และนัยน์ตาสีเข้มคู่นั้น มันเหมือนกับกระจกเงาที่สะท้อนภาพของตัวเขาเองในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน
โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุนชั่วขณะ คณาธิปยืนนิ่งค้างอยู่ที่หน้าประตู ลมหายใจสะดุดกักขณะที่สมองกำลังประมวลผลภาพตรงหน้าอย่างบ้าคลั่ง
"คุณลี..." เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างควบคุมไม่ได้
ลีลาวางนิตยสารในมือลงช้าๆ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตสามีด้วยแววตานิ่งสนิทไร้คลื่นอารมณ์ รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเธอช่างดูเย้ยหยันและทรงพลังเสียจนคณาธิปต้องขบกรามแน่น
"สวัสดีค่ะคุณคณาธิป" เสียงหวานใสแต่ทว่าราบเรียบเอ่ยทักทาย "ดิฉันมาส่งพิมพ์เขียวโครงการตามนัด หวังว่าคุณคงจะตรวจสอบมันอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วนะคะ เพราะทุกรายละเอียด... มันมีความหมายมาก"
คณาธิปไม่ได้สนใจคำพูดเรื่องธุรกิจของเธอ สายตาของเขาถูกดึงดูดให้ก้าวเดินเข้าไปหาเด็กชายฝาแฝดทั้งสองคนที่เงยหน้าขึ้นมองเขาเช่นกัน
เด็กชายคนหนึ่งที่มีไฝเล็กๆ บริเวณหางตาซ้าย—จุดเดียวกับเขาไม่มีผิดเพี้ยน—เอียงคอมองเขาด้วยแววตาเฉลียวฉลาด ก่อนจะหันไปสะกิดพี่น้องฝาแฝดของตัวเอง
"คุณลุงคนนี้หน้าตาคุ้นๆ จังเลยครับแม่ เหมือนในรูปถ่ายใบเก่าที่คุณแม่เก็บไว้ในลิ้นชักเลย" เสียงใสแจ๋วของเด็กชายดังขึ้น ทำเอาคณาธิปรู้สึกเหมือนถูกค้อนมหึมาทุบลงกลางศีรษะ
ความจริงที่ถูกปิดตายมานานหลายปีพรั่งพรูเข้ามาในหัวใจของชายหนุ่ม ดินแดนแห่งความเย่อหยิ่งที่เขาสร้างขึ้นพังทลายลงในพริบตา ภาพความเจ็บปวดในอดีตที่เขาเคยผลักไสเธอกลับย้อนมาลงทัณฑ์เขาอย่างสาสม เด็กสองคนนี้... เลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอง
คณาธิปคุกเข่าลงช้าๆ ต่อหน้าเด็กชายทั้งสอง มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยยื่นออกไปหมายจะสัมผัสแก้มเนียนนุ่มของเด็กน้อย ทว่าเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดของลีลากลับดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
"อย่าแตะต้องลูกของฉันด้วยมือคู่นั้นค่ะ... คณาธิป"
ชายหนุ่มชะงักมือค้างกลางอากาศ เขาเงยหน้าขึ้นมองสตรีผู้เป็นอดีตภรรยา ดวงตาคมเข้มแดงก่ำด้วยความรู้สึกหลากหลายที่อัดแน่นจนล้นปรี่ ทั้งความผิดบาป ความตื้นตัน และความโหยหาที่กัดกินหัวใจ
"ลี..." คณาธิปเค้นเสียงเรียกชื่อเธอออกมาได้เพียงเท่านั้น ขณะที่สายตาของเขากวาดมองใบหน้าของเด็กชายฝาแฝดสลับกับใบหน้าของอดีตภรรยา
ลีลากวาดเอกสารพิมพ์เขียวบนโต๊ะเก็บใส่กระเป๋าอย่างใจเย็น เธอปรายตามองอดีตสามีด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและเอמהด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่กรีดลึกลงไปในความรู้สึก
"พิมพ์เขียวที่คุณถืออยู่ในมือ... คือสิ่งที่ถูกออกแบบมาอย่างสมบูรณ์แบบแล้วค่ะคุณคณาธิป แต่น่าเสียดายนะคะ... ที่คุณไม่มีวันมีสิทธิ์แก้ไขอะไรในนั้นได้อีกแล้ว"
เธอก้มลงจูงมือเด็กชายฝาแฝดทั้งสองคนให้ลุกขึ้นยืน พร้อมกับส่งยิ้มบางเบาที่งดงามแต่ทรงพลังที่สุดให้เขา ก่อนจะก้าวเดินผ่านร่างของมหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลไปอย่างไม่ลังเล
คณาธิปยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้นพรมราคาแพง หัวใจของเขาราวกับถูกบีบอัดจนแตกสลายเป็น The End ของความเย่อหยิ่งทั้งปวง ภาพของเด็กชายฝาแฝดที่เดินลับหายไปจากห้องทิ้งให้เขาจมอยู่กับความจริงอันโหดร้าย ทว่าในขณะเดียวกัน บนโต๊ะทำงานเบื้องหน้า เอกสารลับฉบับหนึ่งที่เด็กชายทำตกไว้ระหว่างหยิบเลโก้—เอกสารยืนยันผลการตรวจความสัมพันธ์ทางสายเลือดที่ระบุชื่อของเขาไว้อย่างชัดเจน—ก็เลื่อนหลุดออกมาจากแฟ้ม และสะดุดตาเขาเข้าพิดดี
...นี่ไม่ใช่แค่เกมธุรกิจ แต่มันคือเกมแห่งการชดใช้ที่เขายังไม่ได้เริ่มต้นเล่นด้วยซ้ำนะครับ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะครับ
กรงทรมานของอดีตสามี•ตอนที่ 3
พิมพ์เขียวที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงทรมานของอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
