กลิ่นอายความเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศภายในห้องรับรองพิเศษสนามบินนานาชาติ ไม่ได้ทำให้ความตึงเครียดในหัวใจของลีลาลดลงเลยแม้แต่น้อย นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำสนิทเคาะเบาๆ ลงบนแฟ้มเอกสารหนังแท้ จังหวะสม่ำเสมอนั้นสะท้อนความมั่น and เด็ดเดี่ยวของผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเคยถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี
ห้าปี... ตัวเลขที่ยาวนานพอจะเปลี่ยนเด็กสาวผู้เปราะบางให้อิ่มเอมด้วยอำนาจและเกราะป้องกันอันแข็งแกร่ง นามแฝงและตำแหน่งประธานบริหารภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกของเธอกลายเป็นโล่คุ้ม ภัยชั้นดี ทว่าสิ่งที่ทรงพลังที่สุดในชีวิตเวลานี้ ไม่ใช่ตัวเลขในบัญชีธนาคารหรือหุ้นนับหมื่นล้าน
"คุณแม่ครับ ตรงนี้ของเล่นเยอะจังเลย"
เสียงใสแจ๋วที่ดังขึ้นทำลายความเงียบ ดึงสายตาคมกริบของลีลาให้หันกลับไปมอง สองร่างป้อมในชุดสูทเด็กตัดเย็บประณีตสไตล์มินิมอลกำลังวิ่งไล่จับกันอย่างสนุกสนาน เด็กชายฝาแฝดวัยสามขวบ—ธนL และธนM หรือที่เธอเรียกว่าต้นกล้ากับต้นน้ำ
ดวงตากลมโตเป็นประกายจดจ้องมองสิ่งของรอบตัว ใบหน้ารูปไข่ จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะริมฝีปากหยักลึกที่มักจะเม้มเข้าหากันยามใช้ความคิด—ทุกตารางนิ้วบนใบหน้าของเด็กทั้งสอง ถอดแบบมาจาก 'ใครคนนั้น' ผู้ชายที่เธอเคยสาบานว่าจะไม่มีวันหวนกลับไปให้อภัยอย่างแม่นยำ ราวกับพระเจ้าจงใจสร้างมาเพื่อตอกย้ำอดีตอันแสนเจ็บปวด
ลีลาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นไหวในทรวงอก เธอก้าวเข้าไปใกล้ลูกชายทั้งสอง คุกเข่าลงข้างหนึ่งเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับดวงน้อยๆ ทั้งคู่ ก่อนจะใช้มือเรียวจัดปกเสื้อให้ลูกชายคนโตอย่างอ่อนโยน
"ต้นกล้าครับ ต้นน้ำครับ อยู่ใกล้คุณแม่ไว้นะครับ ประเทศนี้... มีเรื่องราวที่เราต้องสะبางให้เรียบร้อย" สุ้มเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าแฝงไว้ด้วยความเด็ดขาดที่ถูกหล่อหลอมมาตลอดห้าปี
"ที่คุณแม่บอกว่าเราจะมาหา 'คุณพ่อ' ในความทรงจำเหรอครับ?" ต้นน้ำเอียงคอถามด้วยความไร้เดียงสา ดวงตากลมโตคู่นั้นกะพริบปริบๆ ความฉลาดเฉลียวที่ฉายชัดในแววตานั้น ช่างเหมือนคณาธิปในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน
หัวใจของลีลากระตุกวูบ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น ความเจ็บแปลบในอดีตพวยพุ่งขึ้นมาอีกระลอก ภาพวันที่เธออุ้มท้องอันบอบช้ำหนีตายจากเงื้อมมือของสามีผู้เย็นชาและไร้หัวใจ ภาพที่เขาเคยปัดป้องและมองเธอเป็นเพียงสิ่งประดับไร้ค่าในชีวิต ทว่าตอนนี้... เธอกลับมาแล้ว กลับมาในฐานะที่เหนือกว่าทุกประตู
"ไม่ใช่ครับลูก..." ลีลายิ้มบาง รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา มืออุ่นประคองแก้มยุ้ยทั้งสองข้างของลูกชายไว้อย่างทะนุถนอม ความรักความผูกพันอันบริสุทธิ์ของคนเป็นแม่คือเกราะป้องกันเดียวที่ทำให้เธอกล้าก้าวเท้าเหยียบแผ่นดินเกิดแห่งนี้อีกครั้ง "เราไม่ได้มาหาเขา... แต่เรามาเพื่อทวงคืนทุกอย่างที่ควรจะเป็นต่างหาก"
ในขณะเดียวกัน ห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตรในเขตพื้นที่ VIP ส่วนตัวของสนามบินเดียวกัน คณาธิป (ธัป) ในวัยสามสิบห้าปี กำลังยืนทอดสายตามองออกไปนอกกระจกใสบานใหญ่ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูป สะท้อนภาพลักษณ์ของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและเย็นชาจนน่ากลัว แววตาคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความว่างเปล่าที่ไม่มีวันเติมเต็ม ตลอดห้าปีที่ผ่านมา... ไม่มีวันไหนเลยที่เขาจะไม่ฝันถึงแผ่นหลังอันบอบบางที่เดินจากไปพร้อมกับรอยเลือดและคราบน้ำตา
ความเย่อหยิ่งทระนงตนเคยทำให้เขาทำลายสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตด้วยมือของตัวเอง และบทลงโทษสำหรับความโง่เขลานั้น คือการต้องมีชีวิตอยู่ท่ามกลางกองเงินกองทองที่ไร้ซึ่งความหมาย พร้อมกับภาพจำของภรรยาที่เขาเคยขับไลไสส่งอย่างไร้เยื่อใย
"ท่านประธานครับ เอกสารการประชุมกับคณะกรรมการบริหารพร้อมแล้วครับ" เลขานุการส่วนตัวก้มศีรษะรายงานด้วยความนอบน้อม
คณาธิปพยักหน้ารับอย่างไม่ใส่ใจ เขายกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาสويสราคาแพง ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินออกจากห้องรับรอง ทว่าจังหวะนั้นเอง สายตาคมกริบกลับเหลือบไปเห็นเงาร่างของเด็กชายฝาแฝดคู่หนึ่งกำลังวิ่งผ่านประตูห้องรับรองฝั่งตรงข้ามไปอย่างรวดเร็ว
หัวใจของมหาเศรษฐีหนุ่มกระตุกวาบอย่างรุนแรง ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านไปทั่วร่าง สัญชาตญาณบางอย่างฉุดรั้งฝีเท้าของเขาให้หยุดชะงักกะทันหัน ภาพของเด็กน้อยสองคนที่หน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับเขาในวัยเด็กราวกับแกะ ประทับเด่นชัดอยู่ในเสี้ยววินาทีนั้น...
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะครับ
กรงทรมานของอดีตสามี•ตอนที่ 1
เงาในอดีตที่หวนคืน
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงทรมานของอดีตสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
