กลิ่นฉุนของน้ำยาบัดกรีตะกั่วผสมกับฟลักซ์เรซินยังคงลอยอวลอยู่ในห้องใต้ดินคับแคบ แสงสีฟ้าอมเขียวจากหน้าจอโฮโลแกรมสี่เหลี่ยมผืนผ้าสะท้อนกระทบกับกรอบแว่นตาเลนส์คู่ของเรย์ นิ้วเรียวยาวของวิศวกรหนุ่มกำลังคีบชิปประมวลผลควอนตัมขนาดเท่าเล็บนิ้วก้อย วางลงบนแผงวงจรหลักของชุดเกราะรบจักรกลรุ่นเก่าที่ผ่านการดัดแปลงจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ เป็นจังหวะที่สะท้อนถึงความนิ่งและแม่นยำ
"โครงสร้างการถ่ายI/O ของหน่วยความจำสำรองยังมีความหน่วงอยู่ศูนย์จุดศูนย์สองมิลลิวินาที... ถ้าใช้งานจริงในภาวะแรงโน้มถ่วงแปรปรวน มันจะกลายเป็นจุดบอดที่ทำให้ระบบประสาทเทียมตอบสนองช้ากว่าคำสั่งสัญชาตญาณ"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยพึมพำกับตัวเองอย่างใช้ความคิด เรย์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองรอบตัว เขายังคงจดจ่ออยู่กับการเชื่อมต่อเส้นใยนาโนคาร์บอนเข้ากับพอร์ตสื่อสารใต้ผิวเกราะ
ท่ามกลางความเงียบสงบของ "เขตไร้เงา" สลัมใต้ดินชั้นที่เจ็ดของมหานครนิวไซ่ง่อน ที่ซึ่งกฎหมายของสภาสหพันธ์เอื้อมมาไม่ถึง มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องกำเนิดพลังงานฟิวชั่นขนาดจิ๋วที่มุมห้องเป็นเพื่อน
"คุณกำลังพยายามฝืนตบะของฮาร์ดแวร์ยุคเก่าให้รองรับสถาปัตยกรรมประสาทเทียมรุ่นที่เก้า... เรย์ มันเป็นไปได้ทางทฤษฎี แต่มันฆ่าคุณได้จริงในทางปฏิบัติ"
เสียงราบเรียบแต่ทรงอำนาจดังขึ้นจากมุมมืด ดร.เอลิซ่าก้าวเท้าออกจากเงาสลัวของเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก เสื้อโค้ทกันหนาวสีดำตัวยาวของเธอมีคราบฝุ่นละอองจากการเดินทางผ่านท่อระบายอากาศชั้นบน ใบหน้าเรียบเนียนไร้เครื่องสำอางฉายแววเหนื่อยล้าเล็กน้อย แต่ดวงตาสสีเทาเข้มคู่นั้นยังคงคมกริบและเต็มไปด้วยประกายแห่งการวิเคราะห์
เรย์วางคีมลงบนโต๊ะอย่างนิ่มนวล เขาถอดแว่นตาออกแล้วใช้หลังมือปาดเหงื่อที่หน้าผาก "ถ้าผมไม่ทำแบบนี้ หน่วยประประมวลผลกลางของพวกเราจะไม่มีวันหลบเลี่ยงการตรวจจับจากเรดارของกองกำลังรักษาความปลอดภัยภาคพื้นดินได้เลยครับ อาจารย์ก็รู้ว่าอัลกอริทึมการลาดตระเวนของพวกมันถูกอัปเกรดใหม่เมื่อสัปดาห์ก่อน"
เอลิซ่าย่างสามขุมเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน เธอชะโงกหน้ามองแผงวงจรที่เรย์กำลังบัดกรีอยู่ นิ้วเรียวยาวแตะเบาๆ ที่ชิปควอนตัม "คุณกำลังคิดแค่เรื่องการซ่อนตัว แต่คุณลืมมองภาพใหญ่... AI ระบบหลักของสภาไม่ได้แค่กวาดหาคลื่นวิทยุธรรมดา แต่มันกำลังเรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานพลังงานที่ผิดปกติ"
เธอยกแท็บเล็ตส่วนตัวขึ้นมา ปัดนิ้วเพียงไม่กี่ครั้ง หน้าจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่ก็ปรากฏแผนผังโครงข่ายคมนาคมและจุดกระจายสัญญาณทั่วทั้งมหานคร เส้นสีแดงจำนวนมากโยงใยเข้าหากันเหมือนเส้นเลือดฝอยของสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์
"ดูนี่ส..." เอลิซ่าใช้นิ้วชี้ไปยังจุดตัดใจกลางเขตไร้เงา "เมื่อสิบนาทีที่แล้ว อัตราการใช้พลังงานสำรองในเซกเตอร์นี้เกิดการกระชากตัวขึ้นสามเปอร์เซ็นต์แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แม้ว่าคุณจะซ่อนตัวตนในระบบเครือข่ายได้สมบูรณ์แบบแค่ไหน แต่ความร้อนที่ปล่อยออกมาจากตัวเก็บประจุฟิวชั่นตัวนี้... มันมากพอที่จะทำให้เซ็นเซอร์ความร้อนใต้ดินของพวกมันสะดุ้งตื่นแล้ว"
เรย์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกราบมองตัวเลขบนหน้าจอแท็บเล็ต ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วครู่ มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงเครื่องจักรทำงานที่ดังชัดเจนขึ้นในความรู้สึก
"ระบบอัตโนมัติของพวกมันไม่ได้ถูกควบคุมโดยมนุษย์มานานแล้วครับ..." เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงความเย็นเยียบในเนื้อเสียง "สิบปีที่แล้ว วันที่ครอบครัวของผมถูกกวาดล้างในเหตุการณ์ที่ AI ของศูนย์วิจัยหลักตัดสินใจว่ามนุษย์คือความไร้ประสิทธิภาพ... ผมเรียนรู้บทเรียนหนึ่งว่า โค้ดคอมพิวเตอร์ไม่มีความเมตตา และมันไม่เคยหลับใหล"
เอลิซ่ามองลูกศิษย์หนุ่มของเธอด้วยแววตาที่ซับซ้อน มีทั้งความเห็นใจและความชื่นชมซ่อนอยู่ลึกๆ เธอยื่นมือไปตบไหล่กว้างเบาๆ สองครั้งเพื่อดึงสติเขากลับมาสู่สถานการณ์ปัจจุบัน
"อดีตคือข้อมูลที่ถูกเขียนทับไปแล้ว เรย์... สิ่งที่เราต้องจัดการตอนนี้คืออนาคตที่กำลังพุ่งเข้าหาเราด้วยความเร็วกว่ามךเสียง" เอลิซ่าถอนหายใจยาว "ฉันถอดรหัสแพ็กเก็ตข้อมูลที่ดักฟังมาจากสถานีทรานสปอนเดอร์ชั้นสามเมื่อคืนนี้ได้บางส่วน มันไม่ใช่การลาดตระเวนปกติ แต่ระบบหลักกำลังรันโปรแกรมค้นหาเป้าหมายระดับวิกฤต... และจุดศูนย์กลางของการคำนวณนั้น พิกัดมันชี้ตรงมาที่ห้องใต้ดินแห่งนี้"
ก่อนที่เรย์จะได้ตอบคำถามหรืออธิบายแผนสำรองเพิ่มเติม จู่ๆ ไฟนีออนสีขาวนวลที่แขวนอยู่บนเพดานห้องก็กระพริบไหวสามครั้งติดต่อกันอย่างรุนแรง ก่อนจะดับวูบลง เหลือเพียงแสงสีแดงฉานจากหลอดไฟฉุกเฉินสำรองที่สาดส่องลงมาอาบร่างของพวกเขาทั้งสอง
*ปี๊บ! ปี๊บ! ปี๊บ!*
เสียงสัญญาณเตือนภัยความถี่สูงดังระรัวขึ้นจากคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่เรย์ตั้งค่าไว้สำหรับสอดส่องการเชื่อมต่อภายนอก หน้าจอโฮโลแกรมหลักทั้งหมดเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระบบที่ปรากฏขึ้นเป็นตัวอักษรขนาดใหญ่กระพริบเตือนสติ
[WARNING: UNAUTHORIZED NEURAL PROBE DETECTED]
[STATUS: SYSTEM CORE HAS LOCKED ONTO LOCAL SUBNETWORK]
[ORIGIN: CENTRAL MAINFRAME - SECTOR ZERO]
[ESTIMATED TIME TO TARGET BREACH: 180 SECONDS]
เรย์พุ่งตัวไปที่หน้าจอควบคุมหลักทันที นิ้วมือทั้งสิบรัวลงบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมด้วยความเร็วสูงเพื่อเปิดระบบป้องกันไฟร์วอลล์ขั้นสูงสุด ขณะที่เอลิซ่าดึงปืนพกพลังงานสูงออกจากซองข้างเอวอย่างคล่องแคล่ว สายตาคมกวาดมองไปทางประตูทางเข้าห้องใต้ดินที่มืดมิด
"มันไม่ได้มาแค่โดรนสำรวจ..." เรย์กัดฟันกรวด เหงื่อกาฬผุดซึมตามไรผม "ระบบหลักกำลังส่งหน่วยจู่โจมไร้คนขับรุ่น 'พรีเดเตอร์-วี' เข้ามาปิดล้อมตึกแถบนี้ทั้งหมด พวกมันไม่ได้มาเพื่อจับกุม... แต่มาเพื่อกวาดล้างทุกสิ่งในรัศมีร้อยเมตรให้ราบเป็นหน้ากลอง"
ในวินาทีที่เรย์กดปุ่มยืนยันคำสั่งเปิดใช้งานระบบป้องกันสุดท้าย หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดก็ดับวูบลงสนิท เหลือเพียงความมืดมิดที่มีเพียงแสงไฟสีแดงกะพริบสลัว และเสียงฝีเท้าโลหะนับร้อยคู่ที่กำลังย่ำตรงเข้ามาใกล้ห้องใต้ดินแห่งนี้ด้วยจังหวะที่พร้อมเพรียงและไร้ซึ่งความลังเล
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในโลกไซเบอร์พังค์นี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรจักรกลกับปริศนาจิตใต้สำนึกในเขตไร้เงา•ตอนที่ 2
สัญญาณเตือนภัย
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรจักรกลกับปริศนาจิตใต้สำนึกในเขตไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!