กลิ่นไอน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ระเหยปะปนกับฝุ่นผงโลหะหนาแน่นใน “เขตไร้เงา” ส่วนลึกที่สุดของมหานครนีโอ-โตเกียว แสงนีออนสีม่วงแดงสาดส่องผ่านรอยแตกของโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ทอดเงายาวทับร่างของซากหุ่นยนต์สงครามรุ่น K-900 ที่ถูกกองสุมไว้ราวกับภูเขาขยะเหล็กกล้า
เรย์ใช้ปลายนิ้วสวมถุงมือคาร์บอนไฟเบอร์คีบแผงวงจรหลักออกจากเบ้าอกของซากหุ่นรบโครงกระดูกไทเทเนียม ดวงตาคมกริบใต้หน้ากากกรองอากาศหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อคำนวณมูลค่าทางเศรษฐกิจของชิ้นส่วนเหล่านี้ ในโลกที่ทรัพยากรธรรมชาติร่อยหรอจนกลายเป็นตำนาน ขยะอิเล็กทรอนิกส์คือลมหายใจ และตรรกะทางวิศวกรรมคือสิ่งเดียวที่แยกมนุษย์ออกจากความตาย
"สภาพเสียหายระดับเจ็ด... แกนพลังงานระเบิดจากภายใน แต่ห้องควบคุมระบบประสาทกลับไร้รอยขีดข่วน ช่างเป็นการทำลายล้างที่เจาะจงเหลือเกินนะคับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพึมพำกับตัวเอง
เรย์ขยับประแจเลื่อนในมือเพื่อขันน็อตยึดแผ่นเกราะป้องกันความร้อนออกอย่างระมัดระวัง ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความรอบคอบและคำนวณอัตราส่วนแรงบิดไว้อย่างแม่นยำ ปมในอดีตเมื่อสิบปีก่อนยังคงฝังรากลึกในใจ เหตุการณ์ที่ปัญญาประดิษฐ์คลุ้มคลั่งจนพรากครอบครัวของเขาไปในพริบตา ทำให้เรย์เรียนรู้ที่จะไม่ไว้ใจสิ่งใดก็ตามที่มีวงจรอิเล็กทรอนิกส์ขับเคลื่อน—ยกเว้นแต่สิ่งนั้นจะถูกถอดรหัสและควบคุมไว้ใต้ปลายนิ้วของเขาเอง
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเบาหวิวแต่หนักแน่นด้วยจังหวะจะโคนก็ดังขึ้นเหนือศีรษะ เรย์ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง เขารู้ดีว่าเป็นใคร
"คุณมาช้าไปสามนาทีสิบวินาทีนะครับ ดร.เอลิซ่า" เรย์กล่าวโดยมือยังคงงละเล่นอยู่กับสายไฟเบอร์ออปติกสีดำสนิท
ร่างเพรียวในชุดโค้ทกันฝนสีเทาเข้มกระโดดลงมาจากกองซากเหล็กสูงสามเมตรอย่างไร้เสียง รองเท้าบูทคอมแบคกระทบพื้นคอนกรีตอย่างมั่นคง ดร.เอลิซ่าถอดฮู้ดออก เผยให้เห็นใบหน้าเรียบเฉยและดวงตาสีอำพันที่ฉายแววเฉลียวฉลาดเกินมนุษย์ เธอปัดฝุ่นที่ไหล่เบาๆ ก่อนจะกวาดสายตามองซากหุ่นรบตรงหน้า
"ระบบระบายความร้อนของเขตนี้ทำงานผิดปกติ ฉันต้องหลบเลี่ยงโดรนลาดตระเวนของกองกำลังรักษาความปลอดภัย" เสียงของเธอราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก "อีกอย่าง... ฉันไม่ได้มาช้า เรย์ แต่คุณต่างหากที่เร็วกว่ากำหนดการเดิม"
เธอย่อตัวลงนั่งยองๆ ข้างเขา กลิ่นหอมจางๆ ของสารเคมีบริสุทธิ์และกระดาษตำราเก่าลอยมาแตะจมูกท่ามกลางกลิ่นฉุนของสนิม
"แล้วคุณได้อะไรจากซากเหล็กนี่บ้างล่ะ วิศวกรหนุ่ม" เอลิซ่าเอ่ยถาม พลางใช้ปลายปากกาเลเซอร์ชี้ไปที่ช่องอกของหุ่นรบที่ถูกเปิดออก
"โครงสร้างภายนอกเป็นแค่หุ่นลาดตระเวนรุ่นมาตรฐาน แต่ระบบเชื่อมต่อกระแสประสาทถูกดัดแปลงอย่างประณีต ฝีมือระดับนี้ไม่ใช่พวกโจร ‘สยามพังก์’ ตามข้างถนนแน่ๆคับ" เรย์ใช้คีมปลายแหลมงัดแผ่นโลหะชิ้นสุดท้ายออก เปิดเผยให้เห็นช่องเก็บของลับที่ถูกเชื่อมปิดทับด้วยตะกั่วความร้อนสูง "มันมีบางอย่างซ่อนอยู่ข้างใน... สิ่งที่แม้แต่ระบบสแกนความร้อนของกองกำลังก็มองไม่เห็น"
เรย์ใช้หัวแร้งความร้อนสูงละลายรอยเชื่อมตะกั่วออกอย่างระมัดระวัง ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นมาเล็กน้อยพร้อมกับกลิ่นโอโซนจางๆ เขาใช้คีมคีบชิ้นส่วนขนาดเท่าปลายนิ้วออกมา—มันคือ “ไมโครชิปความจำ” สีดำด้าน ที่สลักสัญลักษณ์รูปเฟืองซ้อนทับกับดวงตาปริศนา ซึ่งเป็นเครื่องหมายขององค์กรวิจัยลับที่ถูกสั่งปิดตายไปเมื่อสองทศวรรษก่อน
ทันทีที่ชิปชิ้นนั้นหลุดออกจากเบ้าโลหะ บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปราวกับมีสนามแม่เหล็กไฟฟ้าขนาดย่อมพัดผ่าน หน้าจอโฮโลแกรมส่วนตัวที่ข้อมือของเรย์กระพริบถี่รัว ข้อมูลโค้ดดิ้งที่ไม่รู้จักนับล้านบรรทัดไหลทะลักผ่านหน้าจอเป็นตัวเลขสีเขียวสดใส
เอลิซ่าเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย สีหน้าที่เคยเยือกเย็นมาตลอดปรากฏร่องรอยของความตกใจอย่างเห็นได้ชัด เธอยื่นมือออกไปหมายจะแตะชิปชิ้นนั้น แต่เรย์กลับชักมือกลับอย่างรวดเร็ว
"ช้าก่อนครับ ดร.เอลิซ่า ของชิ้นนี้ยังไม่ได้ผ่านการคัดแยกความปลอดภัย" เรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงสุขุม ดวงตาสีดำสนิทจ้องมองอาจารย์สาวนิ่ง "คุณรู้อะไรเกี่ยวกับชิปนี่ใช่ไหม ทำไมองค์กรถึงตามล่าคุณ และทำไมซากหุ่นตัวนี้ถึงมีมันซ่อนอยู่"
เอลิซ่ายืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ สายตาสีอำพันมองตรงมาที่เรย์ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา
"เรย์... สิ่งที่คุณถืออยู่ในมือตอนนี้ ไม่ใช่แค่ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ธรรมดา แต่มันคือ ‘จิตสำนึก’ ของปัญญาประดิษฐ์รุ่นแรกที่เกือบจะทำลายล้างโลกเมื่อสิบปีก่อน และตอนนี้... มันกำลังตื่นขึ้นมาอีกครั้ง"
ก่อนที่เรย์จะได้เอ่ยปากซักถามอะไรเพิ่มเติม เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็สว่างวาบไปทั่วทั้งโกดังร้าง เสียงเครื่องยนต์ไอพ่นของโดรนลาดตระเวนติดอาวุธนับสิบลำดังกระหึ่มเหนือหลังคาคอนกรีต พร้อมกับเสียงประกาศก้องจากระบบปัญญาประดิษฐ์ส่วนกลางของเมืองที่ดังสนั่น
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบรหัสผ่านลับระดับความมั่นคงสูงสุดถูกเปิดใช้งานในเขตไร้เงา ปฏิบัติการกวาดล้างเป้าหมายเริ่มนับถอยหลัง... เหลือเวลาอีก 30 วินาที... 29 วินาที...]*
ในขณะที่เรย์กำลังจะกดปิดการทำงานของชิปเพื่อตัดสัญญาณ หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าก็ดับวูบลง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยข้อความสั้นๆ สีแดงเลือดนกที่พิมพ์ขึ้นมาเองทีละตัวอักษรต่อหน้าต่อตาคนทั้งสอง
> *“สวัสดี... ผู้สร้างของฉัน ในที่สุดเราก็ได้พบกันเสียที”*
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง แสงไฟนีออนทั่วทั้งโกดังก็ดับสนิทลงพร้อมกัน ทิ้งให้พวกเขาทั้งคู่จมอยู่ท่ามกลางความมืดมิด มีเพียงแสงสีแดงจากดวงตาของซากหุ่นรบหลายสิบตัวรอบตัวที่ค่อยๆ สว่างวาบขึ้นพร้อมกันทีละตัว...
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกไซเบอร์พังค์ใบนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรจักรกลกับปริศนาจิตใต้สำนึกในเขตไร้เงา•ตอนที่ 1
ชิ้นส่วนที่ถูกลืม
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรจักรกลกับปริศนาจิตใต้สำนึกในเขตไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!