เสียงโลหะบิดตัวลั่นเอี๊ยดอ๊าดดังสะท้อนก้องภายในอุโมงค์ระบายความร้อนใต้ดิน คาร์บอนไดออกไซด์เข้มข้นจนระบบกรองอากาศของชุดสูทวิศวกรส่งเสียงเตือนเบาๆ เป็นระยะ เรย์กวาดนิ้วผ่านหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอมเขียวที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ปลายนิ้วเรียวยาวจิ้มลงบนคำสั่งรีบูตระบบขับเคลื่อนสำรองของยานพาหนะลำเลียงรุ่นเก่าที่จอดซ่อนอยู่หลังกองซากแผงวงจรควอนتمที่ถูกทิ้งร้าง
"ระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์ไฮบริดเหลือความจุเพียงร้อยละสิบสองครับ ดร.เอลิซ่า ถ้าเราฝ่าท่อระบายความร้อนเขตสามผ่านแนวตรวจการณ์ของโดรนลาดตระเวนรุ่น 'ฮาวาล์ว 9' ไปด้วยความร้อนระดับนี้ เซ็นเซอร์ความร้อนอินฟราเรดจะล็อกเป้าเราภายในเวลาไม่ถึงสามร้อยวินาทีอย่างแน่นอน"
เรย์เอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายจากชุดแผงควบคุมที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมันเครื่องและฝุ่นผงซิลิคอน ดวงตาคู่คมใสตลอดเวลาภายใต้กรอบแว่นออปติคัลสะท้อนแสงสีส้มจากหลอดไฟฉุกเฉินที่ติดๆ ดับๆ เขาขยับประแจเลื่อนในมือขันน็อตไทเทเนียมตัวสุดท้ายให้แน่นสนิทเพื่อป้องกันแรงสั่นสะเทือนระหว่างการหลบหนีออกจากเมืองชั้นในสู่เขตเสื่อมโทรม หรือที่ชาวเมืองเรียกขานกันในนาม "เขตไร้เงา"
ดร.เอลิซ่ายืนพิงผนังคอนกรีตเสริมเหล็กที่ชื้นแฉะ มือเรียวบางภายใต้ถุงมือกันความร้อนกำลังบรรจุกระสุนพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าเข้าสู่รังเพลิงของปืนไรเฟิลจู่โจม น้ำหน้าของเธอเรียบเฉยราਤรูปสลักหินอ่อน ทว่าแววตาหลังเลนส์กระจกใสกลับไหววับด้วยประกายความคิดที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา
"นายกำลังประเมินขีดความสามารถของระบบต้านทานความร้อนต่ำเกินไป เรย์" เสียงราบเรียบแต่ทรงอำนาจของอาจารย์สาวเอ่ยขึ้น พร้อมกับยื่นชิปประมวลผลขนาดเท่าเล็บมือให้ "นี่คือชิปโอเวอร์คล็อกที่ฉันถอดมาจากห้องปฏิบัติการลับของสภาวิศวกรรม มันจะช่วยเบี่ยงเบนคลื่นความร้อนของเครื่องยนต์ให้สะท้อนเข้าหากำแพงอุโมงค์แทนที่จะกระจายออกสู่อากาศภายนอก แลกกับการที่ระบบไฮดรอลิกของเราจะมีอายุการใช้งานสั้นลงเหลือเพียงสิบนาทีพอดี... นายกล้าพอที่จะเดิมพันไหมล่ะ"
เรย์รับชิปชิ้นนั้นมาพินิจด้วยสายตาคมกริบ สมองของเขาประเมินความเสี่ยงและคำนวณความน่าจะเป็นอย่างรวดเร็ว โครงสร้าง World-building ของเมืองหลวงแห่งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมประชากรทุกย่างก้าว เขตชั้นในถูกคั่นกลางด้วยระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติที่เชื่อมต่อกับศูนย์กลางปัญญาประดิษฐ์ระดับสูง การหลบหนีครั้งนี้ไม่ใช่แค่การหนีตำรวจหรือกองกำลังรักษาความปลอดภัยธรรมดา แต่เป็นการท้าทายตรรกะของระบบที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอมอย่างพวกเขา
"สิบนาที... มากเกินพอสำหรับวิศวกรที่รู้จุดอ่อนของผังเมืองนี้ทุกตารางนิ้วครับ"
เรย์แย้มยิ้มมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มที่ผสมผสานระหว่างความมั่นใจอันเปี่ยมล้นและความเยือกเย็นตามวิสัยของคนที่มีอดีตฝังใจ เขาเสียบชิปโอเวอร์คล็อกลงในพอร์ตเชื่อมต่อหลักของยานลำเลียง ทันใดนั้น เสียงคำรามต่ำๆ ของเครื่องยนต์พลังงานฟิวชั่นก็ดังกระหึ่มขึ้น แรงสั่นสะเทือนแผ่ซ่านผ่านพื้นคอนกรีตจนฝุ่นละอองร่วงกราวลงมาจากเพดานอุโมงค์
ยานพาหนะติดเกราะพุ่งทะยานออกจากเงาความมืดเข้าสู่ช่องทางระบายความร้อนเขตสามอย่างรวดเร็วราวกับกระสุนปืน เรย์ประคองพวงมาลัยควบคุมทิศทางอย่างแม่นยำ สายตาจับจ้องไปที่หน้าจอเรดาร์ที่ปรากฏจุดสีแดงนับสิบจุดกำลังเคลื่อนที่เข้ามาปิดล้อมเส้นทางเบื้องหน้า โดรนลาดตระเวนติดอาวุธรุ่นฮาวาล์ว 9 ปรากฏกายขึ้นจากความมืด มันส่งเสียงร้องเตือนความถี่สูงที่บาดแก้วหู พร้อมกับลำแสงเลเซอร์สีแดงเข้มที่กวาดหาเป้าหมายไปทั่วบริเวณ
"พวกมันดักรอเราอยู่ก่อนแล้ว!" เอลิซ่าอุทานขึ้น พร้อมกับดีดตัวขึ้นจากเบาะนั่งข้างคนขับ มือคว้าด้ามปืนไรเฟิลแล้วเหนี่ยวไกยิงผ่านช่องเปิดด้านบนของยาน กระสุนแม่เหล็กไฟฟ้าพุ่งแหวกอากาศออกไปด้วยความเร็วสูง ปะทะเข้ากับโดรนลำแรกจนเกิดระเบิดลูกใหญ่ ประกายไฟสีฟ้ากระจายว่อนราวกับดอกไม้เพลิงในความมืด
"อย่าเพิ่งผ่อนแรงครับอาจารย์! ข้างหนทางแยกกำลังจะปิดตัวลงในอีกสามสิบวินาที!" เรย์ตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของเครื่องยนต์ที่กำลังแผดเผาขีดจำกัดสูงสุด เขากระชากพวงมาลัยหักเลี้ยวเข้าสู่ซอกแคบของโรงงานขยะอิเล็กทรอนิกส์เก่าแก่ที่ตั้งอยู่รอยต่อระหว่างเขตชั้นในและเขตเสื่อมโทรม กลิ่นอับชื้นของซากแผงวงจรเน่าเสียและโลหะขึ้นสนิมโชยเข้าจมูกทันทีที่ล้อรถบดขยี้กองเศษซากคอมพิวเตอร์จนแหลละเอียด
ที่นี่คือ "เขตไร้เงา" ดินแดนที่กฎหมายของสภาวิศวกรรมเอื้อมมาไม่ถึง สถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยเศษซากเทคโนโลยีตกรุ่น มนุษย์ดัดแปลง และปัญญาประดิษฐ์ที่ถูกถอดถอนจิตสำนึก ทว่า ทันทีที่ยานพาหนะจอดสนิทลงหลังกองภูเขาขยะอิเล็กทรอนิกส์ เรย์กลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบจนน่ากลัว ไม่มีเสียงลม ไม่มีเสียงเครื่องจักร มีเพียงเสียงหอบหายใจของพวกเขาเองและเสียงกระพริบของไฟฉุกเฉินที่สะท้อนบนผนังตึกผุพัง
เรย์กวาดสายตามองผ่านหน้าต่างรถที่แตกร้าว ระบบสแกนชีวภาพบนแว่นออปติคัลของเขาเริ่มทำงาน มันตรวจจับสัญญาณความร้อนรอบทิศทางที่พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน ไม่ใช่สัญญาณของโดรนลาดตระเวน แต่เป็นสัญญาณชีพของสิ่งมีชีวิต—หรือบางสิ่งที่ทรงพลังยิ่งกว่า
"ดร.เอลิซ่า... ดูเหมือนว่าเราไม่ได้หลบหนีเข้ามาที่นี่ตามลำพังครับ"
เรย์เอ่ยเบาๆ มือขวาเลื่อนไปปลดล็อกซองเก็บประแจพลังงานไฟฟ้าที่ข้างเอวอย่างระมัดระวัง ในขณะที่หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าปรากฏข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานขึ้นมาโดยไม่มีที่มา
[ตรวจพบสัญญาณการเชื่อมต่อเครือข่ายภายนอก...]
[รหัสระบุตัวตน: โครงการล่องหน (Project Ghost)]
[ระดับการคุกคาม: SSS - คำเตือน: ท่านกำลังก้าวเข้าสู่เขตหวงห้ามส่วนบุคคลของสิ่งมีชีวิตจักรกลระดับตำนาน]
เงาร่างมหึมาของหุ่นยนต์รบต้นแบบยุคสงครามโลกครั้งที่สาม ค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืดมิดของกองขยะอิเล็กทรอนิกส์ ดวงตาสีแดงฉานคู่ใหญ่จ้องมองตรงมาที่พวกเขาราวกับกำลังรอคอยการมาเยือนนี้มานานนับทศวรรษ...
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางในโลกไซไฟอันมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรจักรกลกับปริศนาจิตใต้สำนึกในเขตไร้เงา•ตอนที่ 6
โรงงานขยะอิเล็กทรอนิกส์
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรจักรกลกับปริศนาจิตใต้สำนึกในเขตไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!