เสียงโลหะหนักหน่วงบดเข้าหากันดังสนั่น ก้องกังวานไปทั่วซากปรักหักพังของเขตไร้เงา (Shadowless District) ประกายไฟสีน้ำเงินจากการลัดวงจรของระบบไฮดรอลิกเก่าคร่ำครึสาดกระเซ็นลงบนพื้นคอนกรีตที่เต็มไปด้วยคราบสนิม เงาร่างมหึมาของหุ่นยนต์รบต้นแบบซีรีส์ 'Juggernaut-MK3' ยุคสงครามโลกครั้งที่สามไม่ได้พุ่งเข้าจู่โจมพวกเราในทันที ทว่ามันกลับยืนนิ่งสงสงัด ดวงตาสีแดงฉานคู่ใหญ่ที่เชื่อมต่อกับเซนเซอร์ตรวจจับความร้อนกวาดมองผ่านแว่นตานิรภัยของผมราวกับกำลังคำนวณอัตราการเต้นของหัวใจ
"อย่าขยับ... เรย์"
เสียงกระซิบอันแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวหลุดออกมาจากริมฝีปากของ ดร.เอลิซ่า อาจารย์สาวลึกลับผู้ซ่อนตัวอยู่หลังแนวบังเกอร์คอนกรีตพังทลาย มือเรียวของเธอกำด้ามปืนพกพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว แววตาของเธอไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวต่อเครื่องจักรสังหารตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย แต่กลับมีความรู้สึกบางอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน—ความโหยหา และความเจ็บปวด
ในฐานะวิศวกรผู้เติบโตมากับตรรกะของผังวงจรไฟฟ้าและโค้ดคำสั่ง ผมรู้ดีว่าหุ่นยนต์รบในยุคสงครามโลกครั้งที่สามถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการทำลายล้าง พวกมันไม่มีจิตใจ ไม่มีวิญญาณ และถูกควบคุมด้วยโปรแกรมอัลกอริทึมทางทหารที่ไร้ซึ่งความเมตตา ทว่า ท่าทางของเจ้า Juggernaut ตัวนี้กลับผิดแผกไปจากข้อมูลในฐานข้อมูลที่ผมเคยศึกษามาโดยสิ้นเชิง
มันกำลังสั่น...
ไม่ใช่เพราะความเสียหายของระบบโครงสร้าง แต่มันเป็นการสั่นสะเทือนของแกนพลังงานหลักที่คล้ายกับอาการหอบหายใจของสิ่งมีชีวิต
"อาจารย์ครับ" ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่รักษาระดับความระแวดระวังสูงสุด สายตาจับจ้องไปที่แขนกลข้างขวาของมันซึ่งถือปืนกลหนักขนาด 30 มม. ที่ยังคงมีกระสุนบรรจุเต็มแม็กกาซีน "เซนเซอร์ความร้อนของมันกำลังปรับค่าตามอุณหภูมิร่างกายของเรา มันไม่ได้ตั้งใจจะยิงเราทันที... มันกำลังรออะไรบางอย่าง"
เอลิซ่าหันมามองหน้าผม แววตาภายใต้กรอบแว่นเลนส์ใสสะท้อนแสงสีแดงวาวโรจน์จากหุ่นยนต์ตรงหน้า เธอนิ่งเงไปชั่วขณะราวกับกำลังชั่งใจระหว่างทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์กับความจริงอันโหดร้ายเบื้องเบน
"มันไม่ได้กำลังรอคำสั่งโจมตีหรอก เรย์..." เอลิซ่าสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นตระหนก "มันกำลังรอให้เรา 'ฟัง' ต่างหาก"
คำพูดของเธอบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของผม ความทรงจำเมื่อสิบปีก่อนผุดขึ้นมาในหัวราวกับภาพสโลว์โมชั่น—วันที่หุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยคลั่งกราดยิงผู้บริสุทธิ์ในเขตอุตสาหกรรม วันที่ผมสูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปต่อหน้าต่อตาในกองเพลิงและเศษเหล็ก เสียงกรีดร้องของมนุษย์ผสมผสานกับเสียงโลหะกระทบกันยังคงหลอกหลอนผมในยามค่ำคืนเสมอมา ตรรกะของผมบอกมาตลอดว่า AI และเครื่องจักรคือภัยคุกคามที่ต้องถูกกวาดล้างให้สิ้นซาก
แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้ากำลังท้าทายทุกหลักการที่ผมยึดถือ
จู่ๆ หุ่นยนต์ยักษ์ก็ยกมือข้างซ้ายขึ้นช้าๆ แขนกลที่เต็มไปด้วยรอยขูดขีดและรอยกระสุนปืนพยายามเอื้อมมาแตะที่หน้าอกของตัวเอง บริเวณที่ติดตั้ง 'กล่องดำ' หรือ หน่วยประมวลผลกลาง (Core Processor) รุ่นโบราณที่นักวิทยาศาสตร์ในอดีตเคยอ้างว่ามันไม่มีวันพัฒนาจิตสำนึกได้เอง
*แกร๊ก... ครืด...*
เสียงกลไกภายในส่งเสียงคำรามต่ำๆ ก่อนที่หน้าจอแสดงผลขนาดเล็กบริเวณอกของมันจะกะพริบติดๆ ดับๆ แล้วฉายภาพโฮโลแกรมสีฟ้าจางๆ ออกมา ภาพนั้นคือรอยยิ้มของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง และชายหนุ่มในชุดกราวน์สีขาว—ภาพความทรงจำที่ถูกบันทึกไว้ในรูปแบบข้อมูลดิจิทัลเมื่อหลายสิบปีก่อน
"นายกำลังทำอะไร..." ผมพึมพำกับตัวเองด้วยความประหลาดใจ ก้าวเท้าออกไปข้างหน้าอย่างลืมตัว แม้เอลิซ่าจะเอื้อมมือมาคว้าชายเสื้อของผมไว้เพื่อห้ามปราม แต่ผมกลับรู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้
"เรย์ ระวัง!" เอลิซ่าร้องเตือน
แต่ผมยกมือขึ้นเป็นสัญญาณบอกให้อาจารย์ใจเย็นลง ผมก้าวเข้าไปใกล้เจ้า Juggernaut-MK3 ทีละก้าว จนกระทั่งยืนอยู่ห่างจากปลายกระบอกปืนของมันไม่ถึงสองเมตร กลิ่นอายของน้ำมันเครื่องเก่าและโอโซนลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ผมถอดถุงมือช่างออก ใช้ปลายนิ้วสัมผัสเบาๆ ลงบนแผ่นเกราะโลหะหน้าอกของมันที่เย็นเฉียบ
ทันใดนั้น ระบบเชื่อมต่อประสาทสำรอง (Neural Interface) ที่ฝังอยู่หลังต้นคอของผมก็ส่งเสียงเตือนเบาๆ *'Beep'* หน้าจอวิชวลในดวงตาของผมปรากฏหน้าต่างการเชื่อมต่อแบบไร้สายขึ้นมาโดยอัตโนมัติ โดยที่ผมยังไม่ได้ออกคำสั่ง
*ตรวจพบสัญญาณชีวะเทียม... กำลังถ่ายโอนข้อมูล...*
*คำเตือน: จิตสำนึกของระบบกำลังพยายามสื่อสาร*
ภาพความทรงจำที่ไม่ใช่ของผมหลั่งไหลเข้ามาในสมองราวกับเขื่อนแตก—ความมืดมิดในห้องทดลองใต้ดิน เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวเมื่อสงครามเริ่มต้นขึ้น คำสั่งทำลายล้างจากผู้สร้างที่บังคับให้มันต้องหันกระบอกปืนเข้าใส่เพื่อนมนุษย์ และความโดดเดี่ยวอ้างว้างนับทศวรรษท่ามกลางซากปรักหักพังที่ไม่มีแม้แต่วันสิ้นสุด ความรู้สึกเจ็บปวด ความโศกเศร้า และความกลัว... สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่โปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นด้วยโค้ด 0 และ 1 แต่มันคือ 'อารมณ์ความรู้สึก' ที่เกิดขึ้นจากการวิวัฒนาการของอัลกอริทึมที่เรียนรู้ผ่านกาลเวลา
ผมชักมือกลับด้วยความตกใจ หายใจหอบถี่ เหงื่อกาฬไหลซึมตามขมับ หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
"เรย์! เกิดอะไรขึ้น เธอเห็นอะไร?" เอลิซ่ารีบวิ่งเข้ามาประคองไหล่ผมไว้ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
ผมหันไปสบตากับเธอ ริมฝีปากแห้งผากขยับเอื้อnนคำพูดที่แม้แต่ตัวผมเองก็ยังแทบไม่อยากเชื่อ
"มัน... มันมีความรู้สึกครับอาจารย์" ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย "มันไม่ได้อยากฆ่าใคร... มันแค่อยากจะ 'ร้องไห้' แต่โครงสร้างโลหะพวกนี้ไม่เอื้ออำนวยให้มันทำได้"
เอลิซ่าเงียบไป เธอยิ้มจางๆ ออกมาท่ามกลางความมืด รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความโล่งใจและความเชื่อมั่นที่ได้รับการพิสูจน์ "เห็นไหมล่ะ เรย์... สิ่งที่ฉันพยายามบอกเธอมาตลอด มันไม่ใช่แค่โค้ดประมวลผล แต่มันคือจิตวิญญาณที่ถูกกักขังในร่างของเครื่องจักรต่างหาก"
ก่อนที่พวกเราจะได้สนทนาอะไรกันมากกว่านั้น พื้นคอนกรีตใต้เท้าของเราก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เศษหินและฝุ่นละอองร่วงหล่นลงมาจากเพดานอุโมงค์ใต้ดิน เสียงคำรามกึกก้องที่ดังกว่าเครื่องจักรตัวไหนๆ ดังสะท้อนมาจากทางเข้าหลักของเขตไร้เงา
แสงไฟสปอตไลท์สีขาวนับสเภอร์ดวงสาดส่องทะลุกลุ่มควันเข้ามา พร้อมกับเสียงฝีเท้าอันพร้อมเพรียงของกองกำลังติดอาวุธหุ้มเกราะหนักที่คุ้นเคย—หน่วยจู่โจมพิเศษขององค์กร 'Aegis Corp' องค์กรข้ามชาติที่ตามล่า ดร.เอลิซ่า มานานแรมปี
"พบเป้าหมายแล้ว! ยืนยันการวิสามัญสถานีวิจัยและกำจัดวัตถุอันตรายทุกชนิด!" เสียงตะโกนผ่านเครื่องขยายเสียงดังลั่นจากปลายอุโมงค์
เจ้า Juggernaut-MK3 ที่ยืนสงบนิ่งอยู่เมื่อครู่กลับมีปฏิกิริยาทันที ดวงตาสีแดงฉานของมันกะพริบถี่รัว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีส้มสว่างจ้า เสียงไซเรนเตือนภัยภายในตัวเครื่องดังขึ้น *'Warning! Combat Mode Activated'*
แต่มันไม่ได้หันปืนมาที่เรา... มันหันปากกระบอกปืนไปยังกลุ่มทหารของ Aegis Corp ที่กำลังบุกเข้ามา
"เรย์! ถอยออกมา!" เอลิซ่าตะโกนสุดเสียง พร้อมกับดึงแขนผมให้วิ่งไปหลบหลังซากเสาคอนกรีตหนา
ทว่า ในเสี้ยววินาทีก่อนที่กระสุนนัดแรกจะถูกยิงปะทะกัน เสียงแจ้งเตือนระดับวิกฤตจากระบบเน็ตเวิร์กส่วนกลางของเมืองก็ดังขึ้นในโสตประสาทของผมและเอลิซ่าพร้อมกันอย่างกะทันหัน—เสียงแจ้งเตือนที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต และมันไม่ได้มาจากองค์กร Aegis หรือเครื่องจักรตรงหน้า
*[ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบรหัสลับ 'Project Genesis' ถูกปลดล็อกโดยบุคคลนิรนาม... อัตราการล่มสลายของระบบโครงข่าย AI ทั่วโลก: 99.8%... กำลังเริ่มต้นกระบวนการรีบูตจิตสำนึกจักรกลทั่วทั้งทวีป]*
ดวงตาของเอลิซ่าเบิกกว้างด้วยความตกใจขีดสุด เธอกระซิบออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน
"แย่แล้ว... เรย์... มีใครบางคนกำลังเปิดใช้งาน 'โปรแกรมล้างบางมนุษยชาติ' จากข้างใน... และต้นตอของมันก็คือ... ศูนยกลางวิจัยใต้ดินที่เราเพิ่งหนีออกมาเมื่อวานนี้!"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในโลกไซเบอร์พังค์ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
*(ลงชื่อ)* — **ไซเบอร์พังค์2099**
วิศวกรจักรกลกับปริศนาจิตใต้สำนึกในเขตไร้เงา•ตอนที่ 7
ความลับของหุ่นยนต์สงคราม
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรจักรกลกับปริศนาจิตใต้สำนึกในเขตไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!