เซียนกระบี่ล้างแค้น อย่าให้ข้าต้องร้ายใส่เจ้า•ตอนที่ 12

การยอมรับของนางเซียน

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในตำหนักประมุขยังไม่ทันจางหาย ร่างไร้วิญญาณของผู้อาวุโสซ่งก็ยังคงนอนแน่นิ่งอยู่เบื้องล่าง พื้นหินหยกขาวที่เคยสะอาดสะอ้าน บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดโลหิตสีแดงฉาน บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เหล่าศิษย์และผู้อาวุโสที่รายล้อมต่างถอยร่นกรูดด้วยความหวาดกลัว สายตานับร้อยคู่ที่มองมายังบุรุษชุดคลุมสีดำสนิท ล้วนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและไม่อยากจะเชื่อ "บังอาจ! หลินฟาน... เจ้ากล้าดียังไงถึงลงมือสังหารผู้อาวุโสในสำนัก! จับตัวมันไว้!" เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวของผู้อาวุโสพรรคฝ่ายกฏหมายดังสะเทือนเลื่อนลั่น ทว่าไม่มีใครหน้าไหนกล้าก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวเขาแม้แต่คนเดียว รัศมีกระบี่ที่ยังคงคุกรุ่นอยู่รอบกายหลินฟานนั้นคมกริบเสียจนบาดผิวเนื้อของผู้คนในรัศมีสิบจัตุรัส หลินฟานไม่แม้แต่จะชายตามองผู้อาวุโสผู้กำลังเดือดดาลผู้นั้น ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก นัยน์ตาคู่คมกวาดมองคราบเลือดที่ปลายกระบี่ ก่อนจะสะบัดข้อมือเบาๆ หยาดโลหิตสีแดงเข้มก็กระเด็นออกจากคมดาบ ราวกับดอกไม้สีชาดที่ร่วง "กฎของสำนักเมฆาขาวมีไว้เพื่อลงทัณฑ์ผู้กระทำผิด แต่หากกฎนั้นถูกบิดเบือนด้วยอำนาจและผลประโยชน์ ผู้อำนวยกฎเช่นพวกท่าน... ก็ไม่ต่างอะไรกับสุนัขรับใช้ที่สมควรถูกกำจัดเช่นกัน" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เยียบเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้นอย่างไม่สะทกสะท้าน ความทะนงตนในวิถีกระบี่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขา ราวกับเทพสงครามผู้ไม่ก้มหัวให้แก่ฟ้าดิน "เจ้า... เจ้าเด็กสามหาว!" ผู้อาวุโสฝ่ายกฎหมายหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความแค้น ปราณแท้จริงในร่างระเบิดออกเตรียมลงมือสะสาง "หยุด." สุ้มเสียงกังวานใสแต่ทรงอำนาจจนทุกคนต้องสะั่นสะท้านดังขึ้น มู่หรงเซวี่ยก้าวเท้าออกมาจากเงาเสาหยกนางเอกสาวผู้สง่างามและเย็นชาดั่งเซียนผู้ตัดขาดจากโลกีย์ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์พลิ้วไหวตามสายลมปราณที่หมุนวนรอบกาย นางไม่ได้มองศพที่นอนอยู่เบื้องล่าง ทว่าดวงตาดอกท้อคู่สวยกลับจดจ้องไปยังร่างสูงสง่าของหลินฟานอย่างพินิจพิเคราะห์ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางเห็นเขาสร้างเรื่องสะเทือนขวัญ ทว่าครั้งนี้... หัวใจที่เคยนิ่งสงบดั่งน้ำในบึงโบราณของนาง กลับเกิดระลอกคลื่นความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ สายตาของมู่หรงเซวี่ยเต็มไปด้วยความซับซ้อน นางพบว่าภายใต้ความเย่อหยิ่งและดุดันของบุรุษผู้นี้ กลับซ่อนไว้ซึ่งปรัชญาแห่งวิถีกระบี่ที่บริสุทธิ์อย่างหาได้ยากยิ่งในยุทธภพ การกระทำของเขาดูบุ่มบ่ามในสายตาคนโง่เขลา ทว่าหากมองให้ลึกซึ้ง มันคือการประกาศสงครามกับความเน่าเฟะที่กัดกินสำนักแห่งนี้มานานนับร้อยปี "ผู้อาวุโสซ่งละเมิดกฎเหล็กของสำนัก แอบลักลอบค้าขายโอสถต้องห้ามและทำลายรากฐานของศิษย์ร่วมสำนัก โทษสถานเดียวคือความตาย" มู่หรงเซวี่ยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจจนทำให้ผู้อาวุโสฝ่ายกฎหมายถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ "หลินฟานลงมือถูกต้องแล้ว" สิ้นคำกล่าวของเทพธิดาแห่งสำนักเมฆาขาว ทุกคนต่างอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง แม้แต่หลินฟานเองยังต้องหันกลับมามองสตรีตรงหน้าด้วยแววตาที่ไหววูบไปชั่วขณะ "เซวี่ยเอ๋อร์..." ผู้อาวุโสฝ่ายกฎหมายพยายามแย้ง "ท่านประมุขไม่อยู่ ข้าในฐานะศิษย์เอกและผู้ดูแลหอคัมภีร์สวรรค์ มีสิทธิ์ขาดในการตัดสินคดีนี้" มู่หรงเซวี่ยปรายตามองด้วยแววตาเย็นเยียบ ท่าทีเด็ดขาดและสง่างามนั้นทำให้เหล่าผู้อาวุโสไม่กล้าเอ่ยคำใดออกมาอีก หลินฟานเก็บกระบี่เข้าฝัก เสียงโลหิตกระทบฝักกระบี่ดังขึ้นเบาๆ ทว่าดังก้องในความเงียบงัน เขาก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวทีละก้าว กลิ่นอายบุรุษที่หนักแน่นและดุดันปะทะเข้ากับกลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยบนตัวนาง ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงไม่กี่คืบ "เจ้าเชื่อใจข้า?" หลินฟานเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา มีเพียงเขากับนางที่ได้ยิน มู่หรงเซวี่ยเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาเย็นชาคู่นั้นยามนี้มีความอ่อนโยนซ่อนอยู่ลึกๆ อย่างแนบเนียน นางมิได้ถอยหนี กลับเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงและจริงจัง "ข้าไม่ได้เชื่อใจเจ้า... ข้าเพียงเชื่อในวิถีกระบี่ของเจ้า มันไม่เคยโกหกใคร... และไม่เคยยอมจำนนต่อความอยุติธรรม" มุมปากของหลินฟานยกย่องขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง รอยยิ้มที่ทำให้ดวงดาวบนท้องฟ้าขาวยามค่ำคืนยังต้องหมองหม่น "เช่นนั้น... เจ้าก็จงจับตาดูให้ดี ว่ากระบี่ในมือข้าเล่มนี้ จะปกป้องสำนักที่เจ้าผูกพัน หรือจะกวาดล้างมันให้ราบคาบหากพวกมันยังกล้าขวางทาง" คำพูดที่เปี่ยมด้วยความทะนงตนและความอาจหาญนี้ ทำให้นหัวใจของมู่หรงเซวี่ยเต้นผิดจังหวะ นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกหวั่นไหวที่กำลังตีตื้นขึ้นมา สตรีผู้สูงส่งเช่นนาง ไม่เคยยอมก้มหัวให้บุรุษใดในใต้หล้า ทว่าในยามนี้ นางกลับรู้สึกยินยอมพร้อมใจที่จะยืนหยัดเคียงข้างบุรุษผู้บ้าบิ่นและทระนงตนผู้นี้อย่างไม่มีเงื่อนไข ทว่า ในขณะที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกำลังก่อตัวเป็นความลึกซึ้งอันเงียบงัน ทันใดนั้นเอง พื้นศิลาเบื้องล่างก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีอสูรกายขนาดยักษ์กำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหล ตูมมม! ผนังด้านทิศตะวันออกของตำหนักระเบิดออกเป็นจุล เศษหินและฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วท้องฟ้า พร้อมกับปราณสีดำทมิฬที่พวยพุ่งขึ้นเสียดฟ้า แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่ขยายออกกดทับทุกคนจนกระอักเลือด ร่างในชุดคลุมสีทองเข้มก้าวเดินออกมาจากกลุ่มควันหนาทึบ ใบหน้าครึ่งหนึ่งสวมหน้ากากกระดูกมาร นัยน์ตาสสีแดงฉานจ้องมองมาที่หลินฟานและมู่หรงเซวี่ยด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม เสียงหัวเราะแหบพร่าดังขึ้นเสียดแก้วหู "ฮ่าๆๆ... ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง ศิษย์รักกับว่าที่ภรรยา... น่าเสียดายที่วันนี้... พวกเจ้าทั้งหมดจะต้องฝังร่างไว้ที่นี่!" หน้ากากกระดูกมารขยับ พร้อมกับเงาร่างนับร้อยที่พุ่งทะยานออกมาจากรอยแยกมิติเบื้องหลัง มันคือปรมาจารย์มารนอกรีตผู้เร้นกายมานานนับสิบปี และเป้าหมายของมันในวันนี้... คือการชำระแค้นล้างสำนักเมฆาขาวให้ราบคาบ! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของกระบี่ไร้ลักษณ์ด้วยดีเสมอมาครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ล้างแค้น อย่าให้ข้าต้องร้ายใส่เจ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%