เซียนกระบี่ล้างแค้น อย่าให้ข้าต้องร้ายใส่เจ้า•ตอนที่ 11

ดาบไร้ลักษณ์ไร้ปรานี

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
ความมืดมิดในยามวิกาลของหอคัมภีร์วิญญาณสวรรค์มิได้เงียบงันอย่างที่ควรจะเป็น มันกลับอัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวของไอโลหิตที่ถูกขับออกมาจากร่างของผู้อาวุโสจ้าว รอยยิ้มที่บิดเบี้ยวบนใบหน้าเหี่ยวย่นนั้นไม่ได้บ่งบอกถึงความชราภาพ หากแต่เป็นความกระหายเลือดของปีศาจที่หลบซ่อนอยู่ภายใต้คราบของผู้อบุโสผู้ทรงคุณธรรมมาหลายสิบปี "ในเมื่อพวกเจ้าบังเอิญค้นพบความลับที่ข้าอุตส่าห์ซ่อนไว้... เช่นนั้น คืนนี้ หอคัมภีร์แห่งนี้ ก็คงต้องกลายเป็นสุสานฝังศพของอัจฉริยะทั้งสองคนเสียแล้วกระมัง" เสียงแหบพร่าดั่งเสียงของใบมีดที่กรีดผ่านแผ่นกระดูกดังขึ้น ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจนี้ หลินฟานกลับไม่แม้แต่จะกะพริบตา ร่างของเขายังคงยืนหยัดสง่างามดั่งภูเขาผาชันที่ไร้ซึ่งความหวั่นเกรง ดวงตาสนธยาคู่นั้นมองตรงไปยังผู้อาวุโสจ้าวด้วยความรู้สึกเวทนา ราวกับกำลังมองดูมดปลวกที่กำลังกระโดดโลดเต้นท้าทายพายุ ข้างกายเขา มู่หรงเซวี่ยกระชับกระบี่ในมือแน่น ไอเย็นยะเยือกสีขาวบริสุทธิ์แผ่ซ่านออกมาจากร่างระหงจนเกล็ดน้ำแข็งเริ่มก่อตัวขึ้นตามชั้นหนังสือโบราณ นางไม่เอ่ยคำใด แต่นัยน์ตาคู่สวยที่เยียบเย็นดั่งหิมะพันปีกลับฉายแววฆ่าฟันอย่างชัดเจน ความไว้วางใจที่นางมอบให้ชายหนุ่มผู้ยืนอยู่เบื้องหน้าทำให้จิตใจของนางไร้ซึ่งความลังเล "ผู้อาวุโสจ้าว ท่านทรยศต่อสำนักเพื่อแลกกับวิชามารโลหิตโลกันตร์สินะ" หลินฟานเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ราวกับสายลมพัดผ่านยอดไม้ "น่าเสียดาย... วิชาระดับต่ำต้อยเช่นนั้น นอกจากจะทำให้รากฐานปราณของท่านพังทลายแล้ว มันยังทำให้ท่านสำคัญตัวผิดคิดว่าตนเองเป็นผู้ล่า ทั้งที่แท้จริงแล้ว... ท่านเป็นเพียงเหยื่อที่เดินเข้าสู่ลานประหารด้วยขาของตนเอง" "สามหอง!" ผู้อาวุโสจ้าวคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ไอสีเลือดทะลักทะลายออกจากร่างจนเกิดเป็นพายุโลหิตขนาดย่อมพัดโหมกระหน่ำ หนังสือโบราณนับพันเล่มปลิวว่อนและแหลกสลายกลายเป็นผุยผงในชั่วพริบตา "เด็กน้อยปากสิ้นกลิ่นน้ำนม วันนี้ข้าจะควักเอาแก่นแท้ปราณของพวกเจ้ามาบดขยี้ให้แหลกคามือ!" สิ้นเสียง ผู้อาวุโสจ้าวก็หายวับไปจากจุดเดิม ความเร็วนั้นเหนือกว่าผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตหลอมรวมลมปราณทั่วไปหลายเท่าตัว พริบตาเดียว กรงเล็บสีเลือดที่อาบด้วยพิษร้ายก็พุ่งตรงเข้าสู่จุดตายกลางหน้าอกของหลินฟาน รวดเร็วและเหี้ยมเกรียมจนมองแทบไม่ทัน ทว่า... รอยยิ้มเย้ยหยันยังคงประดับอยู่บนมุมปากของหลินฟาน *เคร้ง!* ประกายไฟสีทองสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด มู่หรงเซวี่ยเคลื่อนไหวเร็วกว่าที่คาดการณ์ กระบี่เมฆาขาวของนางตวัดรับกรงเล็บโลหิตได้อย่างแม่นยำ แรงปะทะสะเทือนเลื่อนลั่นจนโครงสร้างของหอคัมภีร์สั่นสะเทือน ร่างของนางถอยหลังไปสามก้าวเพื่อสลายแรงกระแทก ขณะที่ผู้อาวุโสจ้าวต้องชะงักงันด้วยความตกตะลึง "นังเด็กนี่... ปราณเหมันต์บริสุทธิ์ของเจ้าช่างน่ารำคาญนัก!" ผู้อาวุโสจ้าวกัดฟันกรอด แววตาเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย "ผู้ที่รบกวนความสงบของสำนัก... สมควรตาย" มู่หรงเซวี่ยเอ่ยเสียงเย็นเยียบ นางก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างระหงถูกห่อหุ้มด้วยเกราะปราณน้ำแข็งระยิบระยับ เตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับผู้อาวุโสขั้นสูงด้วยความกล้าหาญ "เซวี่ยเอ๋อร์ ถอยไป" เสียงทุ้มนุ่มแต่มั่นคงดังขึ้นจากด้านหลัง มือหนาของหลินฟานเอื้อมไปแตะที่ไหล่บางเบาเบา พลังอุ่นซ่านสายหนึ่งไหลIผ่านเข้าสู่ร่างของนางเพื่อช่วยระบายแรงกดดันทั้งหมด มู่หรงเซวี่ยชะงักไปเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ยามเมื่อสัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่แฝงอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นของชายหนุ่ม นางเม้มริมฝีปากบางเบา ก่อนจะพยักหน้าอย่างยินยอมและถอยฉากออกไปอย่างเงียบเชียบ เพราะนางรู้ดีว่า... เมื่อหลินฟานตัดสินใจชักกระบี่ โลกใบนี้ย่อมไม่มีผู้ใดขวางทางเขาได้ หลินฟานก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ จังหวะก้าวของเขาราวกับสอดคล้องกับวิถีแห่งเต๋า ทุกย่างก้าวสร้างแรงกดดันมหาศาลกดทับลงบนจิตวิญญาณของผู้อาวุโสจ้าวโดยตรง "เจ้า... เจ้าเด็กนี่ มีเคล็ดวิชาอะไรกันแน่?" ผู้อาวุโสจ้าวผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ความหวาดกลัวที่ไร้ที่มาจู่ๆ ก็ก่อตัวขึ้นในใจของปรมาจารย์ผู้ผ่านโลกมานาน "ข้าไม่จำเป็นต้องบอกคนใกล้ตาย" หลินฟานกล่าวเบาๆ นิ้วเรียวยาวแตะลงที่ด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์ที่ข้างเอว เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส... มิติรอบกายก็คล้ายกับจะบิดเบี้ยว "วิชากระบี่วิญญาณสวรรค์... กระบวนท่าที่หนึ่ง, เมฆาสลายโลหิต!" ผู้อาวุโสจ้าวคำรามเฮือกสุดท้าย รวบรวมพลังปราณโลหิตทั้งหมดในร่างหลอมรวมเป็นดาบยักษ์สีเลือดพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่หลินฟานด้วยอานุภาพที่สามารถผ่าภูเขาได้ทั้งลูก ความเร็วนั้นฉีกกระชากห้วงอากาศจนเกิดเสียงคำรามดั่งสายฟ้าฟาด หลินฟานไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง ปลายตากวาดมองการโจมตีนั้นด้วยความเบื่อหน่าย เขายกมือขึ้นช้าๆ แล้วชักกระบี่ออกจากฝักเพียงครึ่งนิ้ว! *ฉับพลัน!* ประกายกระบี่สีครามเข้มสายหนึ่งพุ่งทะยานออกไปอย่างไร้ร่องรอย มันไม่มีเสียงคำรามกึกก้อง ไม่มีแรงลมพายุโหมกระหน่ำ มีเพียงความเงียบงัน... ความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในยุทธภพ ประกายกระบี่นั้นตัดผ่านดาบโลหิตยักษ์ราวกับตัดผ่านเต้าหู้ ดาบยักษ์สลายกลายเป็นละอองแสงสีแดงก่อนจะจางหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย และในเสี้ยววินาทีต่อมา ประกายกระบี่เส้นเดิมก็พาดผ่านลำคอของผู้อาวุโสจ้าวอย่างแม่นยำ เวลาคล้ายจะหยุดเดิน ผู้อาวุโสจ้าวยืนแข็งทื่อค้างอยู่ในท่าเดิม ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดริมฝีปากอ้าค้างพยายามจะเอ่ยคำพูดบางอย่างออกมา ทว่าไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาได้ รอยขีดสีแดงบางเฉียบปรากฏขึ้นที่ลำคอเหี่ยวย่น ก่อนที่ศีรษะขาวโพลนจะค่อยๆ เคลื่อนหลุดออกจากบ่าและร่วงหล่นลงสู่พื้นกระเบื้องเสียงดังตุบ! เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกมาจากลำคอไร้ศีรษะย้อมพื้นห้องสมุดให้กลายเป็นสีชาด ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง หลินฟานเก็บกระบี่เข้าฝักอย่างนิ่มนวล ท่าทางสงบนิ่งราวกับเมื่อครู่เขาเพียงแค่ปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าเท่านั้น มู่หรงเซวี่ยยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความทึ่ง แม้นางจะรู้ว่าหลินฟานแข็งแกร่ง แต่วิชาดาบที่ไร้ร่องรอยและเด็ดขาดถึงเพียงนี้ กลับเหนือความคาดหมายของนางไปไกลลิบ ทว่า... ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังกลับคืนมา เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงตะโกนก้องก็ดังแว่วมาจากด้านนอกหอคัมภีร์ "เกิดอะไรขึ้นที่นี่! ใครบังอาจสร้างความวุ่นวายในเขตหอคัมภีร์สำนักเมฆาขาว!" เสียงตวาดกร้าวของผู้อาวุโสฝ่ายวินัยดังลั่น พร้อมกับแสงคบเพลิงนับร้อยดวงที่สว่างวาบทอดยาวเข้ามาประชิดประตูหอคัมภีร์ในเวลาอันรวดเร็ว หลินฟานขมวดคิ้วเล็กน้อย หันไปมองที่ประตูทางเข้าที่กำลังถูกพังเข้ามาอย่างรุนแรง ขณะที่มู่หรงเซวี่ยก้าวเข้ามาประชิดตัวเขา แววตาสวยคมฉายแววเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เมื่อแสงคบเพลิงสาดส่องเข้ามาภายในหอคัมภีร์จนสว่างวาบ ผู้อาวุโสฝ่ายวินัยก้าวเข้ามาพร้อมกับศิษย์สายในนับสิบคน แต่ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตากลับไม่ใช่ศัตรูภายนอก หากแต่เป็นศพไร้ศีรษะของผู้อาวุโสจ้าว และยืนอยู่ข้างกันนั้นคือ... หลินฟานและมู่หรงเซวี่ยที่เนื้อตัวเปื้อนคราบเลือดเล็กน้อย ผู้อาวุโสฝ่ายวินัยเบิกตากว้าง จ้องมองศพของผู้อาวุโสจ้าวสลับกับร่างของหลินฟาน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยวสุดขีด ก่อนจะชี้หน้าหลินฟานแล้วตะโกนลั่นด้วยน้ำเสียงสั่นเทา "บังani! หลินฟาน... เจ้ากล้าดียังไงถึงลงมือสังหารผู้อาวุโสในสำนัก! จับตัวมันไว้!" (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "กระบี่ไร้ลักษณ์" เสมอมานะครับ)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ล้างแค้น อย่าให้ข้าต้องร้ายใส่เจ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%