เซียนกระบี่ล้างแค้น อย่าให้ข้าต้องร้ายใส่เจ้า•ตอนที่ 13

ประลองยุทธ์ท้าทายสวรรค์

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
รอยแยกมิติฉีกกระชากออกราวกับผืนผ้าเก่าคร่ำคร่า กลิ่นอายโลหิตและกลิ่นอายความตายแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วท้องนภาเหนือสำนักเมฆาขาว หน้ากากกระดูกมารที่ลอยเคว้งคว้างอยู่เบื้องบนส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนบาดแก้วหู มันขยับเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต ปล่อยเงาร่างนับร้อยพุ่งทะยานลงมาดั่งฝนห่าทมิฬ ปรมาจารย์มารนอกรีตผู้เร้นกายไปนานนับสิบปีปรากฏกายขึ้นพร้อมกัน เป้าหมายของพวกมันในวันนี้มีเพียงสิ่งเดียว... คือการล้างบางสำนักเมฆาขาวให้ราบคาบเป็นหน้ากลอง! เสียงระฆังเตือนภัยของสำนักดังสนั่นหวั่นไหว บรรดาศิษย์และผู้อาวุโสต่างหน้าถอดสี เมฆหมอกสีขาวที่เคยปกป้องคุ้มครองยอดเขาบัดนี้ถูกย้อมด้วยไอสีดำสนิท ท่ามกลางความโกลาหลและความตื่นตระหนกที่แผ่ขยายไปทั่ว หลินฟานกลับยืนสงบนิ่งอยู่บนลานประลองยุทธ์ประจำปี ร่างกายของเขายังคงแผ่ไอพลังปราณที่เยือกเย็นและมั่นคง ดวงตาคู่คมกวาดมองความโกลาหลเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกเวทนาแกmแกมดูแคลน มนุษย์เรามักดิ้นรนในสิ่งที่ไม่จีรัง แต่เมื่อภัยมาถึงตัวจึงได้ตระหนักถึงความอ่อนแอของตนเอง "ฮ่าๆๆๆ! สำนักเมฆาขาวผู้ผดุงคุณธรรม วันนี้คือวันตายของพวกเจ้า!" เสียงหัวเราะก้องกังวานด้วยความบ้าคลั่งดังมาจากเงาร่างเบื้องบน ผู้นำของเหล่ามารนอกรีตในคราบอาภรณ์สีเลือดก้าวเท้าเหยียบย่างลงมาบนลานประลอง แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณแผ่ซ่ายกดทับจนศิษย์หลายคนกระอักเลือด ทว่าหลินฟานกลับยืนหยัดอยู่ได้อย่างองอาจ เสื้อคลุมสีขาวของเขาโบกสะบัดตามแรงลมปราณที่หมุนวนรอบตัว มู่หรงเซวี่ย หรือเทพธิดาแห่งสำนักเมฆาขาว พุ่งกายลงมาจากตำหนักเหนือเมฆ ร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ตัดกับกระบี่เซียนในมือที่เปล่งแสงประกายเจิดจ้า นางปรากฏกายเคียงข้างหลินฟาน ใบหน้าที่มักจะเยชาและไร้ความรู้สึกบัดนี้ปรากฏร่องรอยความตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่สวยมองชายหนุ่มข้างกายแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงด้วยความห่วงใยที่ซ่อนเร้น "หลินฟาน... พวกมันไม่ใช่คู่ต่อสู้ระดับเดียวกับที่เจ้าเคยเจอ..." หลินฟานไม่แม้แต่จะหันไปมอง นางเอกสาวผู้สูงศักดิ์ เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นทั้งเย้ยหยันและทระงงตนในวิถีกระบี่อย่างถึงที่สุด "ความแข็งแกร่งที่แท้จริง ไม่ได้วัดกันที่จำนวนมดปลวกที่ไต่ขึ้นมาบนภูเขา... เซวี่ยเอ๋อร์ ถอยไปยืนดูข้าสั่งสอนพวกมันให้สาสม" คำว่า 'เซวี่ยเอ๋อร์' ที่หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่ม ทำให้หัวใจที่เยือกเย็นราวน้ำแข็งของมู่หรงเซวี่ยกระตุกวูบ ใบหน้างามขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัว นางเม้มริมฝีปากแน่น แม้จะขัดเคืองที่เขาเรียกชื่อสนิทสนมต่อหน้าผู้คนนับร้อย แຕ່หัวใจดวงน้อยกลับยอมจำนนและพรั่งพรูความเชื่อมั่นให้อย่างไร้เงื่อนไข นางพยักหน้ารับเบาๆ แล้วถอยร่นออกไปครึ่งก้าว ทว่าสายตายังคงจับจ้องแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยความห่วงหาอาทร "สามหันนัก!" หนึ่งในผู้นำมารนอกรีตแผדเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกเมินเฉย มันสะบัดมือเรียกกระบี่กระดูกมารเล่มมหึมาพุ่งตรงเข้าใส่หลินฟานด้วยความเร็วระดับสายฟ้าแลบ พลังปราณสีดำทมิฬฉีกกระชากอากาศจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว หลินฟานหรี่ตาลงเล็กน้อย รัศมีกระบี่รอบตัวระเบิดออกทันที! เขายังไม่แม้แต่จะชักกระบี่ออกจากฝัก เพียงแค่ใช้นิ้วมือข้างหนึ่งวาดผ่านอากาศอย่างเชื่องช้า แต่อัดแน่นด้วยสัจธรรมเต๋าอันล้ำลึก อักขระเวทรuศิลาโบราณปรากฏขึ้นกลางอากาศ ก่อตัวเป็นค่ายกลกระบี่ไร้ลักษณ์ที่หมุนวนอย่างรวดเร็ว *เปรี้ยง!* การปะทะกันระหว่างพลังปราณมารและวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ก่อให้เกิดคลื่นกระแทกกระจายออกเป็นวงกว้าง พื้นศิลาลานประลองแตกร้าวละเอียดเป็นผุยผง ผู้นำมารนอกรีตผู้มั่นใจในพลังของตนถึงกับหน้าถอดสีเมื่อพบว่าการโจมตีของตนถูกสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับหยดน้ำที่ตกลงบนกองไฟ "เป็นไปได้เช่นไร... เจ้าเด็กนี่... มันบรรลุถึงขั้นไหนกันแล้ว!" ผู้นำมารอุทานออกมาด้วยความตื่นตระหนก หลินฟานก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แรงกดดันมหาศาลจากตัวเขากดทับจนเหล่ามารนอกรีตที่อยู่รอบด้านต่างทรุดเข่าลงกับพื้นกระอักเลือดสดๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้นราวกับประกาศิตจากสวรรค์ "ในเมื่อพวกเจ้าเลือกที่จะเดินเข้ามาในสุสานแห่งนี้ด้วยตนเอง ข้าก็ไม่จำเป็นต้องไว้ไมตรี... ชักกระบี่ของพวกเจ้าออกมาซะ เพราะนี่จะเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตที่พวกเจ้าจะได้เห็นแสงสว่าง" ความเงียบสงบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ หลินฟานค่อยๆ เอื้อมมือไปกุมด้ามกระบี่โบราณที่เหน็บอยู่ข้างเอว นิ้วเรียวยาวสัมผัสกับโลหะเย็นเฉียบ ทันใดนั้นเอง... ท้องนฟ้าที่เคยถูกปกคลุมด้วยไอทมิฬก็พลันสงบลงอย่างประหลาด เสียงคำรามของฟ้าร้องดังสนั่นขึ้นจากใจกลางเมฆหมอกสีดำ ไม่ใช่เสียงของธรรมชาติ แต่เป็นเสียงทัณฑ์สวรรค์ที่ตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของกระบี่ในมือเขา และในวินาทีที่คมกระบี่เริ่มขยับเลื่อนออกจากฝักเพียงเศษเสี้ยว นิ้วมือของเขาก็หยุดชะงักลง พร้อมกับเงาร่างลึกลับอีกสายหนึ่งที่ก้าวออกมาจากมิติที่บิดเบี้ยวเบื้องหลังกลุ่มมารนอกรีต... เงาร่างที่ทำให้แม้แต่หลินฟานต้องหรี่ตาลงด้วยความประหลาดใจ! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของกระบี่ไร้ลักษณ์ด้วยดีเสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ล้างแค้น อย่าให้ข้าต้องร้ายใส่เจ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%