ความกดดันระดับที่สามารถบดขยี้กระดูกของยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแท้จริงให้แหลกเป็น ธุลีไม่ได้มาจากกลุ่มมารนอกรีตเบื้องหน้า ทว่ามันแผ่ซ่านออกมาจากเงาร่างที่เพิ่งก้าวข้ามผ่านรอยแยกมิติเบื้องหลังพวกมันต่างหาก มิติรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นเกลียวคลื่นราวกับผืนผ้าใบที่ถูกฉีกกระชาก กลิ่นอายความตายและโลหิตคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ จนแม้แต่ยอดไม้ใบหญ้ายังเหี่ยวเฉาลงในพริบตา
“นั่นมัน... ผู้อาวุธโสลำดับสามแห่งนิกายโลหิตทมิฬ!” เสียงอุทานด้วยความตื่นตระหนกของศิษย์สำนักย่อยผู้หนึ่งดังขึ้น ก่อนที่ลมหายใจของเขาจะถูกตัดขาดด้วยแรงกดดันมหาศาลที่พุ่งเข้าใส่
หลินฟานมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบราวกับคมกระบี่คู่โต๊ะหยกกวาดมองไปยังร่างที่ปรากฏขึ้นใหม่ ชายชราผู้มีใบหน้าแห้งตอบราวกับซากศพ นัยน์ตาข้างหนึ่งเป็นสีขาวขุ่นไร้แววตา ส่วนอีกข้างเปล่งประกายสีเลือดวาวโรจน์ แขนเสื้อข้างซ้ายว่างเปล่าสะบัดตามแรงลมปราณที่หมุนวนรอบกายอย่างบ้าคลั่ง
“หลินฟาน... เจ้าเด็กเหลือขอผู้บังอาจสังหารศิษย์สายตรงของข้า วันนี้ต่อให้เจ้ามีวิชากระบี่เทวะมาจากสรวงสวรรค์ที่ใด ก็อย่าหวังว่าจะได้เดินออกไปจากหุบเขานี้ทั้งร่าง!” เสียงแหบพร่าราวกับกระดาษทรายเสียดสีกันดังลอดไรฟันของมารเฒ่า
หลินฟานแค่นเสียงเย็นชาออกมาคราหนึ่ง รัศมีกระบี่รอบกายไหวระริกจนอากาศรอบตัวเกิดเสียงกรีดร้องแหลมสูง เขายังคงรักษามือที่กุมด้ามกระบี่ไว้มั่น นิ้วมือเรียวยาวดั่งหยกขาวกดทับลงบนลายสลักโบราณ “หุบเขานี้กว้างใหญ่ไพศาลนัก แต่ข้าไม่เคยคิดจะเดินออกไป... ข้าเพียงแต่จะใช้ศพของพวกเจ้า ปูทางไปสู่ขอบเขตที่สูงขึ้นก็เท่านั้น”
วาจาเปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งทระนงนี้ ทำให้กลุ่มมารนอกรีตถึงกับใบหน้ากระตุกเกร็งด้วยความโกรธเกรี้ยว มารเฒ่าตบฝ่ามือลงบนอากาศหนึ่งครั้ง ปราณโลหิตสีดำทะมฬพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า รวมตัวกันเป็นรูปหัวกะาลมหึมาอ้าปากกว้างเตรียมกลืนกินสรรพสิ่ง
“รนหาที่ตาย!” มารเฒ่าคำรามลั่น ฝ่าโลหิตพุ่งกระโจนเข้าใส่หลินฟานดั่งอสนีบาตฟาดยอดยุทธ์
ในเสี้ยววินาทีความเป็นความตายนั้นเอง มู่หรงเซวี่ยที่ยืนนิ่งสงบดั่งเซียนผู้สูงส่งอยู่เบื้องหลังพลántขยับกาย ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ลอยละลิ่วขึ้นกลางอากาศราวกับเทพธิดากลางสายหมอก กระบี่น้ำแข็งในมือวาดเป็นวงโค้ง ปราณเหมันต์บริสุทธิ์แผ่ขยายออกเป็นเขตแดนน้ำแข็งพันลี้ สกัดกั้นคลื่นโลหิตสีดำเอาไว้ชั่วพริบตา นางหันมาสบตาหลินฟานเพียงเสี้ยววินาที แววตาคู่สวยนั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชา แต่มันกลับสื่อสารได้อย่างชัดเจน— *“ข้าจะคุ้มครองการทะลวงด่านให้ท่านเอง ท่านจงทำในสิ่งที่ต้องทำเถอะ”*
หลินฟานพยักหน้ารับช้าๆ หัวใจที่เคยด้านชาจากการถูกหักหลังในชาติก่อน กลับรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างประหลาด ความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสมรภูมิเลือดนี้ ทำให้วิถีกระบี่ของเขาไร้ซึ่งความลังเลใจใดๆ อีกต่อไป
“ดี... ถ้าเช่นนั้น ข้าจะแสดงให้พวกมันเห็นว่า การก้าวข้ามขีดจำกัดกายามันเป็นเช่นไร”
ตูม!
หลุมลึกขนาดใหญ่ระเบิดออกใต้ฝ่าเท้าของหลินฟาน พลังปราณสวรรค์และปฐพีทะลักเข้าสู่ร่างของเขาผ่านจุดชีพจรทั่วร่างราวกับเขื่อนแตก เสียงกระดูกลั่นเปรี๊ยะดังสนั่นหวั่นไหว กล้ามเนื้อทุกมัดและเส้นเอ็นทั่วร่างกำลังถูกฉีกกระชากแล้วสร้างขึ้นใหม่ด้วยพลังปราณบริสุทธิ์ที่เข้มข้นขึ้นเป็นทวีคูณ นี่คือความเจ็บปวดจากการทะลวงสู่ขอบเขตนักรบขั้นสูง—ขอบเขตที่มนุษย์ทั่วไปต้องใช้เวลาบำเพ็ญเพียรนับสิบปี แต่เขาเลือกที่จะใช้เวลาเพียงเสี้ยวลมหายใจท่ามกลางสมรภูมิเดือดเพื่อบีบเค้นศักยภาพสูงสุดออกมา!
“มันกำลังทะลวงด่าน! อย่าปล่อยให้มันสำเร็จ!” มารเฒ่าแผดเสียงร้องลั่นด้วยความตระหนก เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังที่กำลังตื่นขึ้นจากร่างของเด็กหนุ่ม มันน่ากลัวเกินกว่าจะปล่อยให้มีชีวิตรอดต่อไป
ฝ่ามือโลหิตนับร้อยสายพุ่งเข้าประชิดตัวหลินฟานพร้อมกัน แต่มู่หรงเซวี่ยกลับไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว กระบี่ในมือของนางแปรเปลี่ยนเป็นพายุหิมะโปรยปรายเข้าขัดขวาง ยอมรับกระแทกจากพลังฝีมือที่เหนือกว่าด้วยร่างกายตนเอง จนกระอักโลหิตสีแดงสดออกมาหยดหนึ่ง ร่างบางเซถอยหลังไปหลายก้าวแต่แววตายังคงแน่วแน่มั่นคง นางยอมตาย... ก็จะไม่ยอมให้ผู้ใดมารบกวนช่วงเวลาสำคัญของเขาเป็นอันขาด
“เซวี่ยเอ๋อร์...” หลินฟานคำรามในลำคอ ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีทองเจิดจ้า ไอสังหารพวยพุ่งทะยานทะลุชั้นเมฆหมอก
ทันใดนั้นเอง ท้องนฟ้าที่ปั่นป่วนก็พลันเงียบสงบลงอย่างน่ากลัว... เสียงทัณฑ์สวรรค์คำรามก้องกังวานในจิตใจของทุกคน ร่างของหลินฟานเปล่งประกายแสงสีทองอร่ามปกคลุมไปทั่วรัศมีร้อยลี้ แรงกดดันระดับขอบเขตนักรบขั้นสูงระเบิดออกกวาดล้างศัตรูนับสิบคนจนสลายกลายเป็นฝุ่นผงในพริบตา!
เขากำด้ามกระบี่ในมือแน่นขึ้นอีกครั้ง... และในวินาทีที่คมกระบี่สีนิลค่อยๆ ถูกชักออกจากฝักทีละน้อย เสียงคำรามของมิติที่ฉีกขาดก็ดังสนั่น พร้อมกับเงาร่างของบุคคลลึกลับผู้สวมหน้ากากทองคำขาวที่ก้าวออกมาจากรอยแยกเบื้องหลังมารเฒ่า พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นที่ทำให้หัวใจของหลินฟานต้องกระตุกวูบ
*“ในที่สุด... เจ้าก็กลับมาเสียทีนะ ‘สหายเก่า’ ผู้มาจากดินแดนเซียนเบื้องบน...”*
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กระบี่ไร้ลักษณ์" เสมอมาครับ
เซียนกระบี่ล้างแค้น อย่าให้ข้าต้องร้ายใส่เจ้า•ตอนที่ 14
ก้าวข้ามขีดจำกัดกายา
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ล้างแค้น อย่าให้ข้าต้องร้ายใส่เจ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!