เซียนกระบี่ล้างแค้น อย่าให้ข้าต้องร้ายใส่เจ้า•ตอนที่ 15

เล่ห์กลของมารร้าย

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
คราบเลือดบนพื้นศิลาสีนิลยังคงส่งกลิ่นคาวคลุ้ง เจือจางด้วยกลิ่นหอมเย็นของธูปหอมหมื่นลี้ที่ถูกจุดไว้กลบเกลื่อนความอัปยศภายในห้องโถงลับ ชั้นใต้ดินของตำหนักผู้อาวุโสใหญ่ "เจ้าคิดว่าความลับนี้จะปิดพ้นสายตาของสวรรค์ไปได้สักกี่น้ำกัน... ผู้อาวุโสลำดับที่สาม?" สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงบดขยี้ของห้วงกระบี่ ดังขึ้นทำลายความเงียบงัน หลินฟานยืนไขว่ห้างอยู่เบื้องหน้าเงาร่างที่กำลังสั่นเทิบท่ามกลางความมืดมิด ปลายกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือไม่ได้ถูกชักออกมาจากฝัก ทว่าจิตสังหารอันบริสุทธิ์กลับกดทับจนบรรยากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่น ผู้อาวุโสซ่งเหอ หน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ ร่างชราทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นศิลาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เขารู้ซึ้งแล้วว่าข่าวลือเกี่ยวกับความน่าสะพรึงกลัวของศิษย์สายตรงผู้นี้มิใช่เรื่องเกินจริงเลยแม้แต่น้อย "หลิน... หลินฟาน เจ้าอย่าได้บังอาจเกินไปนัก!" ซ่งเหอเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามรวบรวมลมปราณเพื่อต่อต้านแรงกดดัน "ที่นี่คือเขตหวงห้ามของสำนัก! เจ้ากล้าบุกรุกเข้ามาทำลายค่ายกลลับ ลบหลู่ผู้อาวุโสโทษทัณฑ์นี้ต่อให้เป็นเจ้าสำนักก็ปกป้องเจ้าไม่ได้!" หลินฟานแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาคู่คมกริบดุจพญาอินทรีทอดมองร่างที่กำลังดิ้นรนอย่างไร้ค่า "โทษทัณฑ์? สخโครกเช่นเจ้ายังกล้าเอ่ยถึงกฎสำนักอีกหรือ? แผนการที่เจ้าสมรู้ร่วมคิดกับมารนอกคอกแห่งหุบเขาสิ้นสูญ เพื่อลอบสังหารมู่หรงเซวี่ยในงานชุมนุมกระบี่ร้อยสำนัก... คิดว่าข้าอ่านไม่ออกหรือว่าเศษกระดาษแผ่นนั้นคืออะไร?" ปลายนิ้วเรียวยาวของหลินฟานดีดม้วนคัมภีร์หนังอสูรโลหิตตกลงเบื้องหน้าซ่งเหอ แผนผังค่ายกลสะกดวิญญาณและรายชื่อสายลับมารที่ถูกซ่อนไว้ในสำนักเมฆาขาวปรากฏชัดแจ้ง ไร้ซึ่งช่องให้ปฏิเสธ ซ่งเหอเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก คัมภีร์ลับนี้ถูกเก็บไว้ในแหวนมิติที่ลงอักขระป้องกันไว้อย่างแน่นหนา เหตุใดจึงมาอยู่กับหลินฟานได้? หรือว่า... ตั้งแต่ต้นจนจบ พวกมันตกอยู่ในหลุมพรางที่ถูกขุดรอไว้แล้ว? "เจ้า... เจ้าวางแผนไว้หมดแล้ว..." ซ่งเหอพึมพำด้วยความสิ้นหวัง "วิถีกระบี่... คือการมองทะลุความลวงทั้งหมดในโลกหล้า" หลินฟานก้าวเท้าเข้าไปใกล้ทีละก้าว เสียงฝีเท้ากระทบพื้นศิลาดังก้องกังวานราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย "ข้าเตือนพวกเจ้าหลายครั้งแล้วว่าอย่าได้ล้ำเส้น หากเป็นเรื่องอื่นข้าอาจหลับตาข้างหนึ่งปล่อยผ่าน แต่คนที่พวกเจ้าคิดจะแตะต้อง... คือคนที่ข้าสาบานว่าจะปกป้องด้วยชีวิต" ทันใดนั้นเอง มู่หรงเซวี่ยที่ยืนสงบนิ่งอยู่มุมมืดของห้องโถงก็ขยับตัว แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างหินกระทบเข้ากับใบงดงามราวกับเทพเซียน นางสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ ตัดกับกระบี่วารีสวรรค์ในมือที่เปล่งประกายแสงสีฟ้าครามเย็นเยียบ นางไม่กล่าวสิ่งใด สายตาคู่คมปลาบที่มองมายังซ่งเหอเต็มไปด้วยความผิดหวังและรัศมีสังหารที่หนาวเหน็บถึงขั้วกระดูก "ซ่งเหอ... ข้าเคารพเจ้าในฐานะผู้อาวุโสร่วมสำนักมาโดยตลอด" น้ำเสียงของมู่หรงเซวี่ยราบเรียบเยือกเย็น ทว่ากลับทรงพลังยิ่งกว่าเสียงคำรามของสายฟ้า "แต่สิ่งที่เจ้าทำ... คือการทรยศต่อจิตวิญญาณแห่งสำนักเมฆาขาว และเหยียบย่ำเลือดเนื้อของเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องที่พลชีพในสงครามมารเมื่อร้อยปีก่อน!" "ฮ่าๆๆๆ... นังเด็กโง่เขลา!" ซ่งเหอแผדเสียงหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความแค้นเคือง "เจ้าคิดว่าสำนักเมฆาขาวบริสุทธิ์นักหรือ? เจ้าคิดว่าเบื้องบนของสำนักนี้ไม่มีใครรู้เห็นเรื่องนี้เลยหรือไง? พวกเจ้ามันก็แค่หมากตัวหนึ่งในกระดานใหญ่... ในที่สุด... เจ้าก็กลับมาเสียทีนะ ‘สหายเก่า’ ผู้มาจากดินแดนเซียนเบื้องบน..." สิ้นเสียงหัวเราะระคนคราบน้ำตาของซ่งเหอ แววตาของชราภาพกลับแปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำน่าสะพรึงกลัว ร่างกายของเขาลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงสีดำสนิท—วิชาเผาผลาญวิญญาณสายมาร! พลังปราณระดับกำเนิดวิญญาณระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม เพดานถ้ำหินสั่นสะเทือน เศษหินร่วงหล่นกราวรูด ซ่งเหอพุ่งทะยานเข้าใส่หลินฟานด้วยความเร็วระดับสายฟ้าแลบ หมายจะลากอีกฝ่ายไปตายตกตามกันในวินาทีสุดท้าย มู่หรงเซวี่ยอุทานเบาๆ "หลินฟาน ระวัง!" ทว่า หลินฟานหาได้ขยับเขยื้อนไม่ เขายังคงยืนสงบนิ่งราวกับขุนเขาไท่ซาน แววตาไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงความเย้ยหยันที่ฉายชัดขึ้นวูบหนึ่ง "รนหาที่ตาย..." นิ้วมือขวาของหลินฟานสะบัดออกเบื้องหน้าอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังปัดหยาดน้ำค้างบนปลายใบไม้ ทว่าในเสี้ยววินัตินั้นเอง... อากาศรอบตัวกลับแข็งค้าง ดาบปราณไร้ลักษณ์นับพันสายพรั่งพรูออกจากปลายนิ้วราวกับดาราพั่งพรู ตัดผ่านเปลวเพลิงสีดำและร่างของซ่งเหอในพริบตาเดียว! *ฉับพลัน!* ทุกอย่างกลับคืนสู่ความเงียบงัน ร่างของซ่งเหอแข็งค้างกลางอากาศ ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง รอยกระบี่บางเฉียบปรากฏขึ้นกลางหน้าผาก ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะสลายกลายเป็นละอองธุลีสีดำปลิวหายไปกับสายลม ห้องโถงกลับมาสงบลงอีกครั้ง เหลือเพียงกลิ่นอายพลังเซียนอันบริสุทธิ์ที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวของหลินฟาน มู่หรงเซวี่ยผ่อนลมหายใจยาว นางก้าวเข้าไปหาชายหนุ่ม แววตาคู่สวยที่เคยเย็นชาบัดนี้ฉายแววความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด "เจ้า... บาดเจ็บตรงไหนหรือไม่?" หลินฟานหันกลับมาสบตากับนาง มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ความเย็นชาเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น เหลือไว้เพียงความอ่อนโยนที่มอบให้แก่นางผู้เดียว "ด้วยฝีมือมดปลวกแค่นี้... ยังไม่อาจทำให้ข้าหลั่งเลือดได้หรอก" ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดกำลังคลี่คลายลงนั้นเอง— *เปรี้ยงงงง!* ท้องนภายามราตรีเหนือสำนักเมฆาขาวพลันถูกฉีกกระชากด้วยสายฟ้าสีโลหิต เสียงคำรามกึกก้องสะท้านสะเทือนไปทั่วทั้งเก้าชั้นฟ้า สิบแปดดินแดน แรงกดดันระดับมหาเทพเซียนผู้ข้ามพ้นวัฏสงสารกดทับลงมาจากเบื้องบนจนเหล่าศิษย์ในสำนักต่างพากันคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว ไม่เพียงเท่านั้น... มิติเบื้องหน้าของทั้งสองคนค่อยๆ บิดเบี้ยวเป็นรอยแยกสีดำสนิท พร้อมกับเงาร่างของบุคคลผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากความว่างเปล่าอย่างเชื่องช้า น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจสะท้านฟ้าดินดังขึ้นลอยๆ เข้ามาในโสตประสาท "ไม่นึกเลยว่า... เจ้าจะยังรักษา’กระบี่เล่มนั้น’ไว้ได้... หลินฟาน เจ้าคิดว่าหนีพ้นจากเงื้อมมือของข้าในแดนเซียนเบื้องบนแล้ว จะไม่มีใครตามหาเจ้าพบงั้นหรือ?" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานไปในวิถีกระบี่อันไร้พ่ายนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ล้างแค้น อย่าให้ข้าต้องร้ายใส่เจ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%