เซียนกระบี่ล้างแค้น อย่าให้ข้าต้องร้ายใส่เจ้า•ตอนที่ 19

ทัณฑ์สวรรค์ที่ห่อหุ้ม

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
เมฆทมิฬหนาทึบบนท้องนภาบดบังแสงดาวจนมืดมิด แรงกดดันจากมหาทัณฑ์สวรรค์กดทับลงมาจนผืนปืนใหญ่เบื้องล่างแตกสลายเป็นจุล อากาศรอบกายบิดเบี้ยวจนเกิดเสียงกรีดร้องแหลมสูงราวกับมิติแตกสลาย "เจ้าบ้า..." น้ำเสียงเย็นชาที่มักสงบนิ่งดั่งบึงน้ำโบราณของมู่หรงเซวี่ย กลับสั่นเครือเล็กน้อยยามที่นางเอ่ยออกมา ปลายกระบี่สวรรค์ในมือเปล่งประกายแสงสีเงินยวดระยิบระยับ ขับเน้นใบหน้าอันงดงามล่มเมืองให้ดูขาวซีดลงถนัดตา ทว่าในแววตากลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะแหลกสลายไปพร้อมกับบุรุษเบื้องหน้า หลินฟานไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง นางยังคงยืนตระหง่านดั่งขุนเขาค้ำฟ้า มือขวาจับด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีย์จ้องมองไปยังเหล่าเงาร่างนับร้อยที่รายล้อมเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง พวกมันคือยอดฝีมือจากแดนลับแลที่ฉวยโอกาสในยามที่เขากำลังจะเผชิญทัณฑ์สวรรค์เพื่อลอบสังหาร "ถอยไป" น้ำเสียงของหลินฟานราบเรียบ ไร้ซึ่งความลังเล ทว่ากลับทรงพลังจนสะเทือนแก้วหูของผู้คน "นี่คือทัณฑ์สวรรค์ของข้า... พวกมันไม่มีสิทธิ์เข้ามาร่วมแจม" "ข้าไม่ได้มาเพื่อขอร้องให้ท่านปกป้อง" มู่หรงเซวี่ยก้าวขึ้นมาขนาบข้างอย่างแนบชิด กลิ่นกายหอมเย็นดั่งดอกเหมยท่ามกลางหิมะโชยปะทะนาสิกของหลินฟาน ท่ามกลางกลิ่นอายคาวเลือดและสนิมเหล็ก นางปรายตามองศัตรูเบื้องหน้าด้วยแววตาดุจคมมีด "วิถีกระบี่ของข้า... ตัดสินใจแล้วว่าจะเคียงคู่กับท่าน ไม่ว่าจะเป็นความเป็นความตาย หรือแม้กระทั่งความพินาศย่อยยับจากเงื้อมมือฟ้าดิน" ร่องรอยความประหลาดใจพาดผ่านดวงตาของหลินฟานเป็นครั้งแรกในรอบหลายร้อยปี หัวใจที่ด้านชามานานจากการล้างแค้นและการเวียนว่ายตายเกิด กลับรู้สึกไหววับคล้ายมีระลอกคลื่นซัดผ่าน ทว่าเวลาไม่ได้รอให้เขาได้ซาบซึ้ง *เปรี้ยงก!!!!!!!!!!!!!!!!!!* อสนีบาตสายแรกสีม่วงเข้มขนาดเท่าลำต้นตาลฟาดผ่าลงมาจากใจกลางเมฆทมิฬ มันไม่ได้มุ่งเป้ามาที่เหล่าศัตรู ทว่ามันพุ่งตรงมายังจุดที่หลินฟานและมู่หรงเซวี่ยยืนอยู่โดยตรง แรงปะทะรุนแรงจนพื้นดินยุบตัวลงไปลึกกว่าสามสิบเชียะ คลื่นกระแทกสีทองคำและสีเงินระเบิดออกกวาดล้างทุกสิ่งรอบกาย "ลงมือ!" เสียงคำรามดังก้องจากเงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นผู้นำของกองกำลังลอบสังหารในครั้งนี้ พวกมันฉวยจังหวะที่ทัณฑ์สวรรค์สายแรกฟาดลงมา พรั่งพรูเข้าจู่โจมทันที กระบี่นับพันเล่มหอกอาคมนับหมื่นเล่มพุ่งแหวกอากาศเข้ามาดั่งห่าฝน ทว่าเป้าหมายของพวกมันไม่ใช่การสังหารหลินฟานโดยตรง แต่เป็นการ "รบกวน" สมาธิของเขาในยามที่ต้องรับทัณฑ์สวรรค์ เพื่อให้พลังฟ้าดินย้อนกลับมาฉีกกระชากวิญญาณของเขาให้แตกดับ ช่างเป็นแผนการที่เหี้ยมเกรียมและแยบยลยิ่งนัก! หลินฟานแค่นเสียงเย็นเยียบ "รนหาที่ตาย!" เขากวาดสายตามองฝูงชนที่ดาหน้าเข้ามาด้วยความดูแคลน ร่างกายของเขาพลันระเบิดแสงสีทองอร่ามออกมาราวกับสุริยันตื่นจากหลับใหล กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างอัดแน่นด้วยพลังปราณบรรพกาลที่สะสมมาจากการทะลวงด่านอย่างไร้เทียมทาน กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือถูกชักออกจากฝักอย่างเชื่องช้า ทว่าทุก ๆ นิ้วที่ถูกชักออก กลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนอากาศรอบกายปริร้าวเป็นทางยาว *ชิ้งงงงงงงงงง—!* เสียงกระบี่คำรามก้องกังวานดั่งมังกรผงาดฟ้า รัศมีกระบี่รูปจันทร์เสี้ยวสีทองเจิดจ้าพุ่งทะยานออกไปเป็นวงกว้าง ตัดผ่านร่างของยอดฝีมือกลุ่มแรกที่พุ่งเข้ามาจนขาดเป็นสองท่อนในพริบตา เลือดสด ๆ สาดกระเซ็นย้อมผืนปฐพีให้กลายเป็นสีแดงฉาน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นโอโซนจากสายฟ้า ทว่า ศัตรูมีจำนวนมากกว่าที่คาดคิด เมื่อกลุ่มแรกตาย กลุ่มที่สองและสามก็ตามมาติด ๆ หอกอาคมเล่มหนึ่งเฉียดผ่านหัวไหล่ของหลินฟานจนเกิดรอยแผลลึก เลือดสีทองไหลรินลงมาอาบอาภรณ์สีขาว ทว่าเขากลับสนใจไม่ ในขณะเดียวกันนั้นเอง มู่หรงเซวี่ยก็เคลื่อนไหว ร่างบางพุ่งทะยานขึ้นสู่กลางอากาศ กระบี่สวรรค์ในมือร่ายรำออกเป็น "วิชามายาเหมยโปรยปราย" กลีบดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์นับหมื่นกลีบก่อตัวขึ้นจากพลังปราณน้ำแข็ง เข้าขัดขวางหอกอาคมและกระบี่ของศัตรูที่พยายามลอบโจมตีด้านหลังให้หลินฟานอย่างแม่นยำ "ดูแลตัวเองด้วย" หลินฟานกล่าวเสียงทุ้มต่ำ แม้จะดูเย็นชาแต่แฝงความห่วงใยไว้ลึกซึ้ง "ท่านมีหน้าที่กวาดล้างพวกมัน" มู่หรงเซวี่ยตอบกลับโดยไม่หันมามอง ปลายกระบี่ของนางปักลงบนพื้น ปลดปล่อยคลื่นความเย็นยะเยือกแช่แข็งร่างของยอดฝีมือกลุ่มหนึ่งจนกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็ง ก่อนที่นางจะสะบัดมือเบา ๆ ให้พวกมันแตกสลายเป็นผุยผง "ส่วนหลังของท่าน... ให้ข้าจัดการเอง" คำพูดนั้นทำให้มุมปากของหลินฟานยกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจปรากฏขึ้นบนใบหน้า "ดี... เช่นนั้นวันนี้ ให้ฟ้าดินได้รู้ว่า ต่อให้มีทัณฑ์สวรรค์หรือหมู่มารนับหมื่น ก็ไม่มีผู้ใดพรากสิ่งใดไปจากมือของข้าได้!" *เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!* ทัณฑ์สวรรค์ระลอกที่สองฟาดลงมาพร้อมกันถึงสามสาย เสียงคำรามกึกก้องราวกับโลกกำลังจะล่มสลาย สายฟ้าสีม่วงเข้มผสานกับพลังปราณกระบี่ของหลินฟานที่ระเบิดออกอย่างไร้ขีดจำกัด แรงระเบิดมหาศาลแผ่ขยายเป็นวงกว้าง กลืนกินทั้งภูเขาและเหล่าศัตรูหายไปในพริบตา แสงสว่างจ้าบาดตาปกคลุมไปทั่วทุกสารทิศ จนมองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากประกายแสงของสายฟ้าและคมกระบี่ ผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่มีผู้ใดล่วงรู้ เมื่อกลุ่มควันและฝุ่นละอองค่อย ๆ จางลง ปรากฏร่างของหลินฟานที่ยืนคุกเข่าลงข้างหนึ่งบนพื้นดินที่กลายเป็นหลุมลึก เสื้อผ้าขาดวิ่น ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลจากสายฟ้าและคมอาคม ทว่ามือข้างที่ถือกระบี่ไร้ลักษณ์ยังคงมั่นคง ไม่สั่นเทาแม้แต่น้อย ข้างกายเขา มู่หรงเซวี่ยยืนพิงร่างแนบชิด ลมหายใจหอบถี่ ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด พลังปราณในร่างแทบจะเหือดแห้ง ทว่าสายตาของทั้งสองยังคงจับจ้องไปยังเบื้องหน้า ณ ขอบหลุมลึกนั้น เงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทผู้เป็นหัวหน้า ซึ่งควรจะแหลกสลายไปกับทัณฑ์สวรรค์ กลับค่อย ๆ ก้าวเดินออกมาจากความมืด ร่างกายของมันครึ่งหนึ่งหลุดลอกเผยให้เห็นผิวหนังสีเขียวมรกตและดวงตาสดใสราวกับสัตว์ประหลาดจากห้วงมิติอื่น มันหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น บาดแผลทั่วร่างประสานเข้าหากันอย่างรวดเร็วน่าสะพรึงกลัว "ฮ่าๆๆๆๆ... มหาเทพหลินฟาน สมคำร่ำลือจริง ๆ ทัณฑ์สวรรค์ระดับนี้ยังไม่สามารถคร่าชีวิตเจ้าได้... แต่น่าเสียดายนัก..." มันยกมือขึ้นชี้ไปยังทิศทางหนึ่งของขอบฟ้า "...เจ้าคงลืมไปแล้วกระมั้ง ว่ายังมี 'คนผู้หนึ่ง' ที่เจ้าเคยสาบานว่าจะปกป้องด้วยชีวิต กำลังรอความตายอยู่ในกำมือของคนของเรา..." ดวงตาของหลินฟานเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างกายที่สะบักสะบอมพลันแข็งค้าง ความเย็นเยียบแล่นริ้วจากไขสันหลังขึ้นสู่สมองในชั่วพริบตา ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้วิถีกระบี่นี้มาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ล้างแค้น อย่าให้ข้าต้องร้ายใส่เจ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%