โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นจากปลายคมกระบี่ กระทบพื้นศิลาหยกขาวจนเกิดเสียงกังวานใสราวกระดิ่งเงิน ดวงตาของหลินฟานเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างกายที่สะบักสะบอมพลันแข็งค้าง ความเย็นเยียบแล่นริ้วจากไขสันหลังขึ้นสู่สมองในชั่วพริบตา ทว่าความตื่นตระหนกนั้นดำรงอยู่เพียงชั่วลมหายใจเดียว ก่อนที่ประกายตาคมปลาบจะกลับคืนสู่ความนิ่งสงบดั่งบึงน้ำโบราณ
"เจ้า... เจ้าเด็กเหลือขอผู้นี้ ใช้กระบวนท่าอันใดกัน!"
เสียงคำรามด้วยความตื่นตระหนกดังเล็ดลอดออกมาจากปากของผู้อาวุโสลำดับที่สามแห่งหอคอยกระบี่สวรรค์ สภาพของอีกฝ่ายในยามนี้หาได้มีความน่าเกรงขามเช่นเมื่อครู่ไม่ อาภรณ์แพรไหมชั้นดีขาดวิ่นเป็นริ้วรอย เผยให้เห็นรอยแผลกระบี่ลากยาวตั้งแต่หัวไหล่จรดชายโครง เลือดสดๆ หลั่งรินย้อมอาภรณ์สีขาวจนกลายเป็นสีแดงฉาน ความกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ที่แผ่ซ่านออกมาก่อนหน้า บัดนี้กลับสั่นคลอนราวกับเปลวเทียนยามต้องลมพายุ
รอบบริเวณลานประลองหินอัคคี ตกอยู่ในความเงียบงันสนิท ไร้ซึ่งเสียงหายใจของผู้คนนับพันที่รายล้อมอยู่ พวกเขาราวกับถูกสาปให้กลายเป็นรูปปั้น ดวงตาทุกคู่เบิกกว้างจนแทบถลน จ้องมองร่างของเด็กหนุ่มผู้ยืนหยัดอยู่ใจกลางลานประลองด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจหาคำใดมาบรรยายได้
นี่คือการประลองข้ามขั้น! หลินฟานผู้มีตบะเพียงขอบเขตสร้างฐานปราณขั้นเก้า กลับสามารถใช้กระบี่เดียวพลิกสถานการณ์ สร้างแผลฉกรรจ์ให้กับผู้อาวุโสผู้ก้าวสู่ขอบเขตหลอมรวมวิญญาณได้!
"วิชากระบี่นี้... มิใช่เคล็ดวิชาของสำนักเรา!"
เสียงกระซิบกระซาบด้วยความหวาดกลัวดังขึ้นจากกลุ่มศิษย์สายใน พวกเขาต่างจดจำความรู้สึกยามที่คมกระบี่นั้นพาดผ่านได้ มันไม่ใช่แค่ความคมกริบที่ตัดผ่านเนื้อหนัง หากแต่เป็นจิตวิญญาณแห่งกระบี่ที่กดทับลงมา ราวกับพวกเขากำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าจักรพรรดิผู้ครองฟ้าดิน
บนอัฒจันทร์ฝั่งประธาน มู่หรงเซวี่ยยังคงประทับนั่งนิ่งสนิท ทว่าเรียวคิ้วงามขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ดวงเนตรคู่คมดั่งหงส์ทอดมองแผ่นหลังที่ตั้งตรงดั่งพลองเหล็กของหลินฟาน ภายในใจของนางเกิดระลอกคลื่นความรู้สึกที่ยากจะควบคุม ความเย็นชาที่นางมักใช้สวมกอดหัวใจเพื่อปกป้องตนเองในยุทธภพอันโหดร้าย บัดนี้กลับถูกความเร่าร้อนอันทรงพลังจากวิถีกระบี่ของชายหนุ่มหลอมละลายทีละน้อย
*...เจ้าเด็กโง่ เจ้าซ่อนเร้นสิ่งใดไว้อีกกันแน่?* มู่หรงเซวี่ยรำพันในใจ แววตาซับซ้อนขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำที่ไม่อาจหยั่งถึง
"อาจารย์ลุง" หลินฟานเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งทว่ากลับทรงพลังจนน่าประหลาด เขาค่อยๆ ยกกระบี่ไม้ไผ่ธรรมดาในมือขึ้นช้าๆ ปลายกระบี่ชี้ตรงไปยังคู่ต่อสู้ "วิถีกระบี่หาได้วัดกันที่ปริมาณปราณในตันtian หากแต่เป็นเจตจำนงที่แน่วแน่ว่าจะตัดผ่านทุกอุปสรรค ท่านแก่ชราเกินกว่าจะเข้าใจความหมายนี้เสียแล้ว"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนความหยิ่งทะนงของผู้อาวุโสลำดับที่สาม ใบหน้าชราภาพบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนแดงก่ำ "สามห่าว! เจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม บังmอาจหยาม1เกียรติผู้อาวุโส วันนี้ต่อให้เจ้ามีพรสวรรค์เพียงใด ข้าก็จะ..."
"พอได้แล้ว!"
เสียงตวาดทรงอำนาจดังขึ้นสะท้านสะเทือนฟ้าดิน พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมาทั่วทั้งลานประลอง เจ้าสำนักเมฆาขาวก้าวเท้าออกมาจากม่านหมอก ร่างสูงสง่าปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าของทั้งสองด้วยสีหน้าเคร่งขรึม สายตาคมกราบกวาดมองหลินฟานด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา มีทั้งความชื่นชม ความกังวล และประกายแสงลี้ลับบางอย่าง
"การประลองยุติลงแต่เพียงเท่านี้" เจ้าสำนักประกาศกร้าว กวาดสายตามองฝูงชนที่กำลังตกตะลึง "นับแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป หลินฟานคือศิษย์สายในโดยสมบูรณ์ และ... ได้รับการแต่งตั้งเป็น 'อัจฉริยะกระบี่หน้าใหม่' แห่งสำนักเมฆาขาว!"
สิ้นเสียงประกาศ ลานประลองพลันระเบิดเสียงฮือฮากلายเปรียบดั่งคลื่นมหาสมุทร ฉายานี้มิใช่สิ่งที่จะได้มาง่ายๆ ในรอบร้อยปีของสำนักเมฆาขาว มีผู้ได้รับฉายานี้เพียงไม่กี่คนเท่านั้น และพวกเขากลุ่มนั้น ล้วนแต่เติบโตขึ้นไปเป็นยอดฝีมือผู้สะท้านสะเทือนยุทธภพทั้งสิ้น
ทว่า ท่ามกลางเสียงแซ่ซ้องและสายตาดั่งอิจฉาริษยาจากรอบด้าน หลินฟานกลับไม่ได้แสดงสีหน้าดีใจแม้แต่น้อย เขากลับเก็บกระบี่เข้าฝักอย่างช้าๆ สายตาคมกริบกวาดมองเลยผ่านฝูงชน ไปหยุดนิ่งอยู่ที่มุมมืดใต้เงาไม้ใหญ่บริเวณขอบสนาม
ที่นั่น... ปรากฏเงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่ง ใบหน้าถูกปกปิดไว้ด้วยหมวกสานปีกกว้าง ทว่ากลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างนั้น กลับทำให้หลินฟานรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด เป็นกลิ่นอายที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของเลือดและความตาย... กลิ่นอายจากแดนสนธยาที่เขาเคยพบเจอในชาติภพก่อน!
เงาดำนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปากภายใต้เงาหมวก ก่อนจะดีดกายหายวับไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ลอยมาตามสายลมเข้าสู่โสตประสาทของหลินฟานเพียงผู้เดียว—
*"ในที่สุด... เหยื่อตัวจริงก็ปรากฏกายเสียที..."*
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ห้วงเซียนไป2ด้วยกัน ณ ที่นี้นะครับ
เซียนกระบี่ล้างแค้น อย่าให้ข้าต้องร้ายใส่เจ้า•ตอนที่ 20
ศิษย์ผู้นี้คือตำนาน
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ล้างแค้น อย่าให้ข้าต้องร้ายใส่เจ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!