เซียนกระบี่ล้างแค้น อย่าให้ข้าต้องร้ายใส่เจ้า•ตอนที่ 24

คำเตือนจากอนาคต

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
ความเงียบงันภายในโถงสุสานโบราณมิได้แปลว่าความสงบ หากแต่เป็นความกดดันระดับที่สามารถบดขยี้กระดูกของยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณยุทธ์ให้แหลกละเอียดได้ในพริบตา ประโยคสุดท้ายของศัตรูที่ทิ้งไว้ก่อนร่างจะสลายกลายเป็นธุลีควันยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ดั่งเสียงคำรามจากขุมนรกที่รอเวลาปะทุ หลินฟานยืนนิ่งสงบราวกับรูปสลักหินผา คมกระบี่ในมือยังคงมีหยดโลหิตสีชาดไหลหยดลงสู่พื้นหินทีละหยด... ติ๋ง... ติ๋ง... เสียงนั้นดังก้องกังวานบาดลึกในความรู้สึกของทุกคน "หลินฟาน..." เสียงหวานกังวานที่แฝงไว้ด้วยความห่วงใยอย่างลึกซึ้งดังขึ้นจากเบื้องหลัง มู่หรงเซวี่ยก้าวเท้าเข้ามาใกล้ นางในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบฝุ่นผงและละอองเลือดจากศึกนองเลือดเมื่อครู่ แม้ใบหน้ารูปสลักของนางจะยังคงรักษาความเย็นชาเยือกיนไว้ได้ดังเดิม แต่ดวงตาคู่หงส์กลับฉายแววหวั่นไหวอย่างปิดไม่มิด นางย่อมรู้ดีว่าคำพูดก่อนตายของมารร้ายย่อมไม่ใช่เรื่องล้อเล่น หลินฟานไม่หันกลับไปมองทันที เขายังคงจดจ้องไปยังความมืดมิดเบื้องหน้าที่ทอดยยาวออกไปราวกับไร้จุดสิ้นสุด ลมหายใจของเขาผ่อนเข้าออกอย่างเป็นจังหวะสอดคล้องกับวิถีแห่งเต๋า ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์รอบกายยังคงหมุนวนอย่างเชี่ยวกราก "คำพูดของมันมิใช่คำขู่..." หลินฟานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบตัวหนทึบขึ้นอีกหลายส่วน "พลังที่ควบคุมสุสานแห่งนี้อยู่ลึกซึ้งเกินกว่าที่พวกเราคาดการณ์ไว้ มันคือเงาอดีต... หรือบางที... อาจเป็นเงาจากอนาคตที่กำลังจะมาถึง" วิถีกระบี่ของเขาคือการตัดขาดความลังเล ทว่าในยามนี้ สัจธรรมแห่งฟ้าดินกลับผันแปร กฎเกณฑ์แห่งกาลเวลาในสุสานโบราณแห่งนี้เริ่มบิดเบี้ยว อักขระโบราณตามผนังหินเริ่มเปล่งแสงสีทองหม่นและสีเลือดสลับกันไปมา ราวกับชีพจรของสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ที่กำลังตื่นจากการหลับใหล มู่หรงเซวี่ยขยับกายเข้าไปยืนเคียงข้างเขา ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองแทบไม่เหลือ กลิ่นอายหอมเย็นดั่งดอกเหมยพันปีของนางลอยปะปนกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ นางเงยหน้าขึ้นมองบุรุษผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่ข้างกาย มือเรียวดุจหยกขาวเอื้อมไปแตะที่แขนเสื้อของเขาเบาๆ เป็นการแสดงออกถึงความห่วงใยที่เกินกว่าคำพูดใดๆ "ไม่ว่าอนาคตจะนำพาหายนะอันใดมาสู่ยุทธภพ..." มู่หรงเซวี่ยเอ่ยเสียงแผ่วเบา ทว่าเด็ดเดี่ยว "ข้า... มู่หรงเซวี่ย จะขอเคียงข้างท่าน ฝ่าฟันมันไปให้ถึงที่สุด แม้กระทั่งทัณฑ์สวรรค์ก็มิอาจพรากพวกเราจากกันได้" หลินฟานก้มลงมองสตรีนางเดียวในดวงใจ แววตาที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปีพลয়ไหววูบชั่วขณะ ความรู้สึกอบอุ่นสายหนึ่งไหล ผ่านเข้าสู่หัวใจที่ด้านชาจากการผ่านภพชาติมานับครั้งไม่ถ้วน เขาแค่นเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ คล้ายเย้ยหยันฟ้าดิน คล้ายทอดถอนใจ "ดี... ในเมื่อฟ้าดินคิดใช้สุสานแห่งนี้เป็นหมากกระดานเพื่อทำลายล้างยุทธภพ ข้าผู้เป็นเซียนกระบี่ก็จะใช้กระบี่ในมือนี้แหละ... แหวกฟ้าคว่ำแผ่นดินให้พวกมันดู!" สิ้นเสียงของหลินฟาน พื้นศิลาเบื้องล่างก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม! *เปรี้ยง! ครืนนน!* ผนังหินด้านทิศเหนือของโถงสุสานระเบิดออกเป็นจุล เศษหินและฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ แรงกดดันระดับมหาศาลแผ่พุ่งออกมาจากรอยแยกนั้น ราวกับประตูแห่งนรกภูมิเปิดออก ปราณสีดำทมิฬพวยพุ่งขึ้นสู่เบื้องบนรวมตัวกันเป็นภาพนิมิตขนาดมหึมากลางอากาศ ภาพนิมิตนั้นปรากฏเป็นภาพของยุทธภพในอีกสามปีข้างหน้า... สำนักใหญ่ทั้งเก้าถูกเผาผลาญจนราบเป็นหน้ากลอง แม่น้ำลำธารกลายเป็นสีเลือด ซากศพของเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรเกลื่อนกลาดสุดลูกหูลูกตา และเหนือท้องฟ้าอันมืดมิด มีเงาร่างของตัวตนลึกลับในชุดคลุมสีทองสวมหน้ากากอสูร กำลังยืนเหยียบย่ำอยู่บนซากศพของจอมยุทธ์นับล้าน พร้อมกับหัวเราะเยาะเย้ยฟ้าดิน! มู่หรงเซวี่ยเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง ร่างของนางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพสำนักเมฆาขาวของตนถูกทำลายจนพินาศย่อยยับ "นั่นมัน... นิมิตอันใดกัน? เหตุใดจึง... น่ากลัวถึงเพียงนี้" หลินฟานหรี่ตาลงคมกริบ รังสีฆ่าฟันพวยพุ่งทะยานฟ้าจนเพดานสุสานแตกร้าว เขากวาดสายตามองภาพนิมิตนั้นอย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนที่มุมปากจะยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร "นั่นคืออนาคตที่พวกมันวางแผนไว้..." หลินฟานเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานทรงพลัง สรรพเสียงรอบด้านราวกับหยุดนิ่ง "และนั่น... คือใบหน้าของไอ้สารเลวที่ชักใยอยู่เบื้องหลังทั้งหมด" ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจดจ้องไปยังภาพนิมิตแห่งการล่มสลายนั้นเอง เสียงฝีเท้าอันแผ่วเบากลับดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลัง... เป็นเสียงฝีเท้าที่ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าจะได้ยิน ณ ที่แห่งนี้ *ก้าว... ก้าว... ก้าว...* "ฮ่าๆๆๆ... หลินฟาน เจ้าช่างฉลาดเฉลียวสมกับที่เป็นมหาเทพกลับชาติมาเกิดจริงๆ น่าเสียดาย... ที่เจ้ารู้ความจริงนี้ช้าเกินไปก้าวหนึ่ง!" น้ำเสียงแหบพร่าทว่าทรงพลังอำนาจดังขึ้น พร้อมกับร่างในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวออกมาจากเงาหมอกทมิฬ ใบหน้าภายใต้ฮู้ดค่อยๆ เงยขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มอันบิดเบี้ยวและดวงตาคู่ที่เต็มไปด้วยจิตสังหารล้ำลึก... และเมื่อหลินฟานหันกลับไปมองหน้าผู้มาเยือนคนนั้น ดวงตาของมหาเทพผู้ไร้พ่ายก็ต้องหรี่แคบลงทันที... เพราะคนผู้นั้นมิใช่ใครอื่น แต่คือ... (โปรดติดตามตอนต่อไป) ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่เส้นทางแห่งเซียนไปพร้อมกับข้าด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ล้างแค้น อย่าให้ข้าต้องร้ายใส่เจ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%