เซียนกระบี่ล้างแค้น อย่าให้ข้าต้องร้ายใส่เจ้า•ตอนที่ 25

ปกป้องนางด้วยชีวิต

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โลหิตสีชาดกระเซ็นต้องอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะโปรยปรายกลางฤดูใบไม้ร่วง กลีบดอกเหมยร่วงหล่นเคล้ากลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วหุบผาอสูรทมิฬ "หลินฟาน... เหตุใดเจ้าจึง..." สุ้มเสียงที่เคยเย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งบนยอดเขาหมื่นปี บัดนี้สั่นเครือจนแทบขาดห่วง มู่หรงเซวี่ยเบิกตากว้างอย่างตื่นตะลึง ร่างระหงของนางถูกโอบกอดไว้ด้วยอ้อมแขนที่เปี่ยมด้วยไออุ่นอันคุ้นเคย ทว่าเบื้องหลังแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้นี้ คมกระบี่มารโลหิตยาวสามเชียะได้ทะลวงผ่านเนื้อหนังและกระดูกจนมิดด้าม หยาดโลหิตสีดำสนิทจากเคล็ดวิชาต้องห้ามยังคงซึมลึกแผ่ไอพิษทำลายเส้นชีพจร หลินฟานกระอักโลหิตออกมาคำโต รอยยิ้มบนริมฝีปากของเขายังคงเย่อหยิ่งและทะนงตนเช่นเคย ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองสตรีในอ้อมแขนด้วยความอาลัยอาวรณ์ที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ก้นบึ้งแห่งจิตวิญญาณมาเนิ่นนาน "ข้าบอกแล้ว... ตราบใดที่ลมหายใจของข้ายังอยู่ ฟ้าดินก็ไม่มีสิทธิ์พรากเจ้าไปจากสายตาของข้า" น้ำเสียงของหลินฟานแหบพร่า ทว่ากังวานลึกลงไปถึงก้นบึ้งหัวใจ นางเซียนผู้สูงส่งแห่งสำนักเมฆาขาวรู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงมาตรงหน้า ตลอดชีวิตที่ผ่านมา นางถูกหล่อหลอมให้เป็นเซียนผู้ตัดขาดจากกิเลสทั้งปวง มีเพียงวิถีกระบี่และสำนักที่ต้องแบกรับ แต่วันนี้... บุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเย็นชาไร้หัวใจ กลับใช้ร่างเนื้อของตนเองมารับกระบี่มรณะแทนนาง เบื้องหน้าของคนทั้งสองคือ 'เจี้ยนอู๋ซิ่ว' ประมุขพรรคมารโลหิตผู้ถือครองทัณฑ์สวรรค์ขั้นเก้า มันหัวร่อด้วยความสะใจ เสียงหัวเราะของมันดังก้องกังวานเสียดแท้วิญญาณ คมกระบี่ในมือสั่นระริกด้วยความกระหายเลือด "ฮ่าๆๆ ช่างเป็นภาพความรักที่น่าสมเพชเสียจริง! หลินฟาน เจ้าคิดว่าตนเองเป็นเซียนผู้ไร้พ่ายหรืออย่างไร ถึงกล้าเอาเนื้อหนังมนุษย์มารับ 'กระบี่ผ่าวิญญาณโลหิต' ของข้า ในเมื่อเจ้าอยากตายแทนนาคนางนี้นัก ข้าก็จะส่งพวกเจ้าไปเป็นผีคู่กันในนรกภูมิ!" เจี้ยนอู๋ซิ่วสะบัดข้อมือ หมายจะดึงกระบี่กลับเพื่อปลิดชีพทั้งคู่ในดาบเดียว ทว่าทันใดนั้น ดวงตาของหลินฟานกลับเปล่งประกายสีทองเจิดจ้า ประกายแสงแห่งมหาเทพที่หลับใหลอยู่ในห้วงสำนึกถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด! "เจ้าคิดว่า... กระบี่เล่มนี้จะฆ่าข้าได้จริงๆ งั้นหรือ?" หลินฟานแค่นเสียงเย็นเยียบ มือข้างหนึ่งยกขึ้นกุมคมกระบี่ที่ปักคาอกไว้อย่างไม่สะทกสะท้าน แม้เนื้อหนังจะถูกไอพิษกัดจนไหม้เกรียมจนได้ยินเสียงเนื้อฉ่า แต่แววตาของเขากลับคมกริบดั่งกระบี่เบิกฟ้า วิชา 'กระบี่ไร้ลักษณ์' ที่แท้จริงหาใช่การใช้กระบี่ในมือ หากแต่เป็นหัวใจที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเต๋าแห่งจักรวาล "ฟานหลาง... พอได้แล้ว อย่าฝืนใช้พลังนั้นเลย!" มู่หรงเซวี่ยน้ำตาคลอเบ้า มือเรียวบางพยายามยกขึ้นแต้มจุดสกัดชีพจรเพื่อห้ามเลือด ทว่าพลังมารกลับกัดกินร่างกายนางอย่างรวดเร็ว "เซวี่ยเอ๋อร์... เชื่อใจข้า" หลินฟานกระซิบข้างใบหูของนาง แววตาที่มองนางอ่อนโยนรากับน้ำค้างยามเช้า ทว่าเมื่อหันกลับไปมองประมุขพรรคมาร มันกลับกลายเป็นคมดาบที่พร้อมตัดหัวเทพเจ้า พึ่บ! หลินฟานใช้มือเปล่ากำคมกระบี่มารโลหิตไว้แน่นจนเลือดสาดกระเซ็น พลังปราณฟ้าดินนับหมื่นลี้รอบหุบผาเริ่มแปรปรวน ท้องฟ้าที่เคยกระจ่างใสพลันมืดครึ้ม สายฟ้าสีครามคำรามกึกก้องราวกับโกรธเกรี้ยว อาณาเขตกระบี่ไร้ขอบเขตแผ่ขยายออกไปกดทับสรรพสิ่งจนสั่นสะเทือน "เคล็ดวิชาต้องห้าม... กลืนกินสุริยันจันทรา!" สิ้นเสียงคำรามของหลินฟาน ร่างกายของเขากลายเป็นหลุมดำแห่งพลังปราณ พลังชีวิตและพลังบำเพ็ญเพียรนับร้อยปีถูกเผาผลาญในพริบตาเพื่อแลกกับอานุภาพที่สามารถคว่ำฟ้าคว่ำแผ่นดินได้ ดาบแสงสีทองอร่ามพุ่งทะยานออกจากร่างของเขาราวกับมังกรสวรรค์แหวกว่ายเมฆา ตูมมมมม! แรงระเบิดสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งอาณาจักรเซียน หุบผาอสูรทมิฬแยกออกเป็นสองเสี่ยง เศษหินและศิลาหลอมละลายกลายเป็นลาวาเดือดพล่าน เจี้ยนอู๋ซิ่วกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวยามเมื่อแสงกระบี่สีทองพุ่งเข้าทะลวงร่างของมันจนแหลกสลายไม่เหลือแม้แต่เศษซาก ทว่า... ราคาที่ต้องจ่ายนั้นช่างแสนสาหัส ร่างของหลินฟานทรุดฮวบลงอ้อมกอดของมู่หรงเซวี่ย ลมหายใจของเขาแผ่วเบาราวกับเส้นด้ายที่ขาดผึ่ง พลังปราณในตan(ตันเถียน) แตกสลายอย่างไร้หนทางเยียวยา ดวงตาที่เคยสว่างไสวบัดนี้เริ่มหรี่ลง ความมืดมิดกำลังคืบคลานเข้ามาปกคลุมสติสัมปชัญญะของเขา "หลินฟาน! ลืมตาขึ้นมามองข้า! เจ้าห้ามตายนะ!" มู่หรงเซวี่ยกอดร่างที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดของเขาแน่น หยาดน้ำตาของเทพธิดาผู้ไม่เคยหลั่งน้ำตาให้ผู้ใด ร่วง ะล่องลงกระทบแก้มของชายหนุ่มทีละหยด หยด... หลินฟานฝืนยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ มือที่เต็มไปด้วยคราบเลือดเอื้อมไปสัมผัสแก้มเนียนนุ่มของนางอย่างแผ่วเบา "ข้า... ปกป้องเจ้าได้แล้ว... เช่นนี้... ข้าก็... ตายตาหลับ..." "เจ้าพูดบ้าอะไร! ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าตาย! หากไม่มีเจ้า ข้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร!" มู่หรงเซวี่ยส่ายหัวปฏิเสธอย่างสุดกำลัง นางรวบรวมพลังปราณเฮือกสุดท้ายเตรียมใช้เคล็ดวิชาลับประจำสำนักเพื่อแลกวิญญาณต่อลมหายใจให้เขา ทว่า ในวินาทีที่ความตายกำลังจะพรากคนทั้งสองออกจากกัน ท้องฟ้าเบื้องบนก็แยกออกเป็นรอยแยกสีดำสนิท... กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่เหนือกว่าระดับเซียนทั่วไปแผ่ซายลงมา พร้อมกับเงาร่างของบุคคลลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้หนึ่งก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังก้องกังวานไปทั่วฟ้าดิน "ช่างเป็นความรักที่ลึกซึ้งกินใจเสียจริง... น่าเสียดายนัก มู่หรงเซวี่ย เจ้าคิดว่าหนีพ้นจากเงื้อมมือของ 'ตระกูลหลง' แห่งแดนสวรรค์ชั้นฟ้าได้จริงๆ หรือ?" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่เส้นทางแห่งเซียนไปพร้อมกับข้าด้วยนะครับ (กระบี่ไร้ลักษณ์)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ล้างแค้น อย่าให้ข้าต้องร้ายใส่เจ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%