"ฮ่าๆๆๆ... หลินฟาน เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าสัตว์เดรัจฉานตัวนี้คือศัตรูที่แท้จริงของเจ้าในสุสานนี้?"
เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังก้องกังวานสะท้อนไปทั่วโถงหินอัคคีพันปี แรงกดดันระดับบรรพชนกดทับลงมาจนอากาศรอบกายแทบจะกลายเป็นของแข็ง หลินฟานยืนนิ่งสงบดั่งขุนเขา ปลายกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือชี้ลงพื้นอย่างไร้ความหวั่นเกรง ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวหิมะกวาดมองผ่านม่านควันสีชาดที่กำลังพวยพุ่งขึ้นจากเบื้องล่าง
เบื้องหน้าของเขา มังกรอัคคีทมิฬ เกล็ดสีดำสนิทนับหมื่นชิ้นสะท้อนประกายเพลิงโลกันตร์ มันกำลังคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว กรงเล็บมหึมาตะกุยพื้นหินจนแหลกละเอียด ดวงตาสสีแดงฉานจ้องมองผู้บุกรุกราวกับต้องการฉีกร่างเป็นชิ้นๆ ทว่า ในสายตาของหลินฟาน สัตว์อสูรบรรพกาลตัวนี้มิใช่ศัตรู... แต่มันคือ "ชิ้นส่วน" ที่ขาดหายไปในการทะลวงขอบเขตกระบี่ของเขาต่างหาก
"เสียงเห่าหอนของสุนัขข้างถนน ยังน่าฟังกว่าเสียงของเจ้าซ่อนตัวอยู่ในเงา" หลินฟานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นยะเยือกถึงกระดูกดำ ทุกพยางค์ที่เปล่งออกมาแฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่แทรกซึมไปในอากาศจนเกิดเสียงแคร็กเบาๆ
"สามหาว!"
เสียงคำรามด้วยความเดือดดาลดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องบน เงามืดร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากม่านหมอกอัคคี ผู้นำตระกูลลับแห่งแดนบูรพา—เทียนเฉิน ผู้ครอบครองค่ายกลควบคุมจิตอสูร ปรากฏกายขึ้นพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ในมือของมันถือลูกแก้วโลหิตที่กำลังส่งแสงเรืองรองเชื่อมต่อกับหัวใจของมังกรอัคคีทมิฬ
หลินฟานมิได้ใส่ใจแม้แต่จะชายตามองผู้มาใหม่ สมาธิทั้งหมดของเขาถูกดึงดูดด้วยรัศมีปราณของมังกรอัคคีเบื้องหน้า ในวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ ไม่มีสิ่งใดที่สยบไม่ได้ มีเพียงผู้ใช้ที่ยังแข็งแกร่งไม่พอ
"หลินฟาน ระวังตัวด้วย ค่ายกลโลหิตนั่น... มันกำลังสูบกลืนสติสัมปชัญญะของมังกรเพลิงเพื่อเปลี่ยนมันให้เป็นเครื่องจักรสังหารไร้ความรู้สึก" เสียงหวานใสแต่เย็นชาดังขึ้นจากด้านหลัง มู่หรงเซวี่ยในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายเมฆา 12 ชั้น นางยืนอยู่บนยอดเสาหินศิลาอัคคี กระบี่น้ำแข็งในมือของนางแผ่ไอเย็นจัดจนเกล็ดน้ำแข็งเกาะกุมรัศมีรอบตัวสิบจั้ง ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด แม้ภายนอกนางจะดูเยือกเย็นดั่งเทพธิดาน้ำแข็งเพียงใด แต่หัวใจของนางยามนี้กลับสั่นไหวทุกครั้งที่เห็นเขายืนหยัดอยู่ท่ามกลางอันตราย
หลินฟานเหลือบสายตากลับไปมองนางเพียงชั่วพริบตา มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่มอบให้ผู้หญิงคนนี้เพียงคนเดียวในรอบร้อยปี
"เซวี่ยเอ๋อร์ ถอยไปห่างๆ... ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นว่า มังกรที่พยศที่สุดในใต้หล้า เขาสยบมันอย่างไร"
สิ้นคำพูด ร่างของหลินฟานก็หายวับไปจากจุดเดิม ราวกับสายลมไร้เงา!
*ตูม!*
มังกรอัคคีทมิฬสะบัดหางฟาดลงมาอย่างรุนแรงจนพื้นศิลาถล่มลงเป็นหลุมลึก แต่เป้าหมายกลับว่างเปล่า หลินฟานปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศเหนือหัวของมัน ร่างกายของเขาเปล่งแสงสีทองเรืองรอง ขอบเขตพลังวิญญาณกระบี่ทะยานขึ้นถึงจุดสูงสุด ปราณกระบี่นับพันสายพรั่งพรูออกมาจากจุดชีพจรทั่วร่าง หลอมรวมเข้ากับเจตจำนงแห่งเต๋าอันไร้พ่าย
"วิชากระบี่สลายวิญญาณ... เพลงที่หนึ่ง: ตัดภพสวรรค์!"
กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือสะบัดออกเรียบง่าย ไร้ลีลาหวือหวา ทว่ากลับทรงพลังราวกับจะผ่าท้องฟ้าออกเป็นสองซีก แสงกระบี่สีครามเข้มพุ่งตรงเข้าใส่หน้าผากของมังกรอัคคีทมิฬโดยตรง
*โฮกกกกกกกก!*
เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่น มังกรอัคคีทมิฬพยายามดิ้นรนสุดกำลัง พลังไฟโลกันตร์พ่นออกมาเผาผลาญทุกสิ่งจนหลอมละลาย ทว่าไอความร้อนเหล่านั้นเมื่อเข้าใกล้ร่างของหลินฟาน กลับถูกเขตแดนกระบี่รอบตัวตัดขาดจนสลายกลายเป็นเพียงละอองแสง
เทียนเฉินที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่หน้าเปลี่ยนสีหน้าทันที มันไม่คาดคิดว่าเด็กหนุ่มอายุเท่านี้จะมีความเข้าใจในวิถีกระบี่ลึกซึ้งถึงระดับ "ผสานกระบี่กับฟ้าดิน" ได้
"ไอ้เด็กเวร! ตายเสียเถอะ!" เทียนเฉินคำรามลั่น บีบลูกแก้วโลหิตในมือจนแตกละเอียด พลังงานสีเลือดนับไม่ถ้วนพุ่งทะลักเข้าสู่ร่างมังกรอัคคีทมิฬ ทำให้ดวงตาสสีดำสนิทของมันเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นอีกเท่าตัว คลื่นพลังทำลายล้างระเบิดออกรอบทิศทาง
"มันคลั่งแล้ว!" มู่หรงเซวี่ยอุทานเบาๆ ร่างบางพุ่งทะยานเข้าประชิดเพื่อช่วยเหลือ ทว่าหลินฟานกลับยกมือขึ้นห้ามด้วยสีหน้ามั่นคง
"ไม่ต้อง... ข้าบอกแล้วว่ามันคือของขวัญ"
หลินฟานหลับตาลงชั่วพริวตา ปล่อยให้จิตใจดิ่งลึกเข้าสู่ความว่างเปล่า ในห้วงมโนสำนึก เสียงลมหายใจของมังกรอัคคีและจังหวะชีพจรของฟ้าดินประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน นี่คือแกแท้จริงของการบำเพ็ญเพียร—มิใช่การทำลายล้างเพื่อเอาชนะ แต่คือการ "ยอมรับ" และ "ควบคุม" พลังอันยิ่งใหญ่ให้สยบแทบเท้า
เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายตากลับคมกริบดั่งคมดาบที่เพิ่งออกจากฝัก
"จงสยบ!"
หลินฟานพุ่งทะยานเข้าประชิดร่างมหึมาของมังกรอัคคีทมิฬโดยไม่ใช้กระบี่อีกต่อไป มือเปล่าของเขาประทับลงบนกลางหน้าผากของมัน อักขระโบราณสีทองนับพันตัวหลั่งไหลจากฝ่ามือเข้าสู่จิตวิญญาณของอสูรบรรพกาลทันที
พลังปราณกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ขยายออกไปทั่วบริเวณ เทียนเฉินเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างกายของมันสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อสัมผัสได้ถึงพันธสัญญาโบราณที่กำลังก่อตัวขึ้น
"ไม่... เป็นไปไม่ได้! นั่นมัน... วิชาผนึกวิญญาณมังกรบรรพกาลที่สูญหายไปแล้วนี่!"
มังกรอัคคีทมิฬส่งเสียงคำรามต่ำๆ ในลำคอเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ดวงตาสีแดงฉานจะค่อยๆ สงบลงกลายเป็นสีนิลสนิทตามเดิม ร่างมหึมาที่เคยดุร้ายค่อยๆ ย่อขนาดลงและหมอบราบแทบเท้าของหลินฟานอย่างนอบน้อม ราวกับสุนัขผู้ซื่อสัตย์ที่ยอมจำนนต่อนายเหนือหัวเพียงผู้เดียว
หลินฟานยืนสงบนิ่งอยู่บนหลังของมังกรอัคคีทมิฬ เสื้อผ้าสีดำปลิวไสวไปตามสายลมปราณที่สงบลง เขากวาดสายตาคมปลาบมองเทียนเฉินที่กำลังถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว
"เจ้ายังเหลือทางเลือกอีกหนึ่งอย่าง..." หลินฟานเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนกดทับวิญญาณของอีกฝ่ายให้อยู่หมัด "...ว่าจะคุกเข่าลงตอนนี้ หรือจะให้กระบี่ของข้าเป็นผู้บอกลาวิญญาณของเจ้า"
เทียนเฉินหน้าซีดเผือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้า ขาของมันอ่อนแรงจนแทบทรุดลงกับพื้น ทว่าในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง พื้นหินเบื้องหลังของเทียนเฉินก็ปริแตกออกเป็นเสี่ยงๆ!
เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นมาจากรอยแยก แสงกระบี่สีม่วงเข้มทอประกายเย็นเยียบพุ่งตรงเข้าใส่หัวใจของหลินฟานด้วยความเร็วที่แม้แต่ลมหายใจยังต้องสะพรึง!
"ระวัง!" มู่หรงเซวี่ยกรีดร้องสุดเสียง ร่างบางพุ่งตัวเข้าไปขวางทางอย่างไม่คิดชีวิต ทว่าเงาดำนั้นกลับเปลี่ยนทิศทางกลางอากาศอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงหัวเราะแหברי้วที่ดังขึ้นจากความมืด
"หลินฟาน... เจ้าคิดว่าเจ้าชนะแล้วหรือ? ผู้ที่แท้จริงที่ควบคุมสุสานนี้... มิใช่ข้า... และมิใช่สัตว์เดรัจฉานตัวนี้!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะลวงด่านเซียนไปกับตัวอักษรเหล่านี้ด้วยกันนะครับ
เซียนกระบี่ล้างแค้น อย่าให้ข้าต้องร้ายใส่เจ้า•ตอนที่ 23
พันธสัญญาโลหิต
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ล้างแค้น อย่าให้ข้าต้องร้ายใส่เจ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!