ไอความร้อนระอุระดับแผดเผาโลกันตร์แผ่ซ่านทะลวงผ่านแผ่นศิลาโบราณหนาเตอะ จนรองเท้าผ้าปักลายเมฆาของหลินฟานเริ่มส่งกลิ่นไหม้จางๆ ทว่าสีหน้าของเขากลับปราศจากความหวาดหวั่น มีเพียงประกายตาคมกริบดั่งคมกระบี่ที่พร้อมจะกรีดเฉือนแม้กระทั่งห้วงเวลา
เบื้องหน้าของเขาทั้งสองคือ "ถ้ำอัคคีผลาญสวรรค์" ปากทางเข้ามืดสนิทราวกับหุบเหวไร้ก้นบึ้ง มีเพียงโซ่ตรวนเหล็กไหลทมิฬขนาดมหึมาสลักอักขระเต๋าโบราณที่ส่องแสงเรืองรองสีแดงฉานพันธนาการสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในยุคบรรพกาลเอาไว้
"ระวังตัวด้วย... กลิ่นอายนี้ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ในยุคปัจจุบันจะทานทนได้"
มู่หรงเซวี่ยเอ่ยขึ้น เสียงของนางราบเรียบดั่งน้ำค้างบนยอดหญ้า ทว่ากระบี่จันทร์กระจ่างในมือกลับสั่นระริกเบาๆ สัญชาตญาณของเทพธิดาสำนักเมฆาขาวกรีดร้องเตือนภัยถึงอันตรายถึงชีวิต นางก้าวเข้ามาขนาบข้างหลินฟานโดยไม่ลังเล แม้จะรู้ดีว่าภารกิจเบื้องหน้าคือการท้าทายอำนาจของสัตว์อสูรระดับมหาเทพ
หลินฟานไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแต่ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ มือเรียวยาวกุมด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์แน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン
"สัตว์เดรัจฉานตัวนี้ถูกจองจำมานับหมื่นปี ปราณมังกรย่อมเปลี่ยนเป็นจิตสังหารที่ดุร้ายยิ่ง... แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ข้าต้องการ เพื่อใช้หลอมรวมกระบวนท่าที่สามของวิชาเซียนกระบี่พลิกฟ้า"
*โฮกกกกก—!*
เสียงคำรามราวกับฟ้าผ่าผ่ากลางใจกลางมิติสะท้อนก้องกังวาน พื้นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น โซ่ตรวนเหล็กไหลทมิฬสั่นสะท้านจนเกิดประกายไฟสีม่วงกระจายไปทั่วสารทิศ แรงกดดันระดับมหาเทพแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง บีบอัดอากาศจนรอบบริเวณกลายเป็นสุญญากาศชั่วขณะ
ดวงตาสีชาดคู่มหึมาเท่าภูเขาเลากาค่อยๆ ลืมขึ้นในความมืดมิด มันเปล่งประกายดั่งดวงอาทิตย์ที่กำลังแผดเผา หิวกระหาย และเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายที่สะสมมานับกาลเวลา มังกรเพลิงโบราณ "อัคคีทมิฬผลาญนภา" จ้องมองมนุษย์ตัวจิ๋วสองคนที่กล้าอาจหาญรบกวนการหลับใหลของมัน
"มนุษย์... บัง1อาจนัก..."
เสียงก้องกังวานที่ดังขึ้นไม่ได้ใช้เสียงพูด แต่ส่งผ่านคลื่นความคิดที่ทรงพลังจนแก้วหูเกือบแตก เลือดสดๆ ไหลรินออกจากมุมปากของมู่หรงเซวี่ยช้าๆ แม้มนตราป้องกันของนางจะแข็งแกร่งปานใด ก็ยังแทบต้านทานแรงกดดันระดับนี้ไม่ไหว
หลินฟานก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างกายของเขาแผ่ซ่าน "วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์" ออกมาปกป้องร่างของหญิงสาวไว้เบื้องหลังอย่างเงียบเชียบ ไม่มีคำพูดพร่ำเพรื่อ มีเพียงแผ่นหลังที่กว้างใหญ่และมั่นคงดั่งขุนเขา ที่ทำให้นางเซียนผู้เย็นชาถึงกับใจกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่
"ข้าจะนับหนึ่งถึงสาม..." หลินฟานกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เย็นยะเยือก ดั่งประกาศิตจากสรวงสวรรค์ "หากเจ้าไม่อยากสูญเสียบำเพ็ญเพียรหมื่นปีที่เหลือ จงก้มหัวให้ข้าซะ"
มังกรเพลิงโบราณส่งเสียงหัวเราะเยาะหยัน อากาศรอบตัวเดือดพล่านจนกลายเป็นเปลวเพลิงสีดำสนิท พ่นลมหายใจร้อนระอุพุ่งตรงเข้าใส่พวกเขาทั้งสองในพริบตา!
"ระวัง!" มู่หรงเซวี่ยอุทานพร้อมกับตวัดกระบี่จันทร์กระจ่างสร้างม่านน้ำแข็งเก้าชั้นขึ้นต้านทาน
ทว่า หลินฟานกลับไม่ถอยแม้แต่ครึ่งก้าว นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเงินยวง ร่างกายเปล่งแสงเจิดจ้าดั่งดาราประดับฟ้า พลังปราณระดับเซียนแท้จริงระเบิดออกอย่างไร้ความปรานี
กระบี่ไร้ลักษณ์ถูกชักออกจากฝัก... *ชิ้ง!*
ประกายกระบี่เจิดจ้าตัดผ่านความมืดมิดของถ้ำอัคคี ดุจสายฟ้าฟาดจากสรวงสวรรค์ผ่ากลางความมืดมิด แรงกดดันของมังกรเพลิงถูกผ่าแยกออกเป็นสองเสี่ยงในดาบเดียว คลื่นกระบี่พุ่งตรงเข้าปะทะกับกรงเล็บอัคคีมหึมาจนเกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว เศษหินและเปลวเพลิงกระเด็นไปทั่วสารทิศ
ทว่า ในวินาทีที่ควันจางลง หลินฟานกลับต้องขมวดคิ้วแน่น เมื่อพบว่าเกล็ดสีดำสนิทบนตัวมังกรเพลิงหาได้มีแม้แต่รอยขีดข่วนไม่ กลับกัน อักขระโบราณบนโซ่ตรวนกลับเริ่มเรืองแสงสีเลือดเข้มขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลังมังกรตัวนั้น... เสียงของบุคคลที่สามที่พวกเขากำลังตามหามาตลอดทาง!
"ฮ่าๆๆๆ... หลินฟาน เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าสัตว์เดรัจฉานตัวนี้คือศัตรูที่แท้จริงของเจ้าในสุสานนี้?"
เซียนกระบี่ล้างแค้น อย่าให้ข้าต้องร้ายใส่เจ้า•ตอนที่ 22
อสูรพิทักษ์ที่หลับใหล
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ล้างแค้น อย่าให้ข้าต้องร้ายใส่เจ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!