“สุนัขรับใช้เช่นเจ้า มีสิทธิ์อันใดมาเหยียบย่าง ณ เขตพำนักศิษย์สายในแห่งนี้?”
เสียงหัวเราะเยาะหยันดังระคนเสียงกระแทกฝ่ามือลงบนโต๊ะหยกศิลาจนเกิดรอยร้าวลึกถึงสามนิ้ว เศษผงหินกระจายคละคลุ้งไปทั่วเรือนรับรองหลังงาม ปราณแท้จริงระดับหลอมรวมลมปราณขั้นเก้าแผ่พุ่งกดดันจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยว หลี่เทียนฮ่าว บุตรชายคนโตแห่งตระกูลหลี่ ศิษย์เอกผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในเขตสายนอก ยืนตระหง่านด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม สายตาที่มองมายังเบื้องล่างราดรดด้วยความดูแคลนราวกับกำลังมองดูมดปลวกตัวหนึ่ง
หลินฟานยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า สายลมยามบ่ายพัดชายอาภรณ์สีเทาเก่าคร่ำคร่าให้โบกสะบัดเล็กน้อย ทว่าแผ่นหลังของเขากลับตั้งตรงดั่งยอดเขาไท่ซานที่ไม่เคยโน้มเอียงให้แก่พายุคณานับ ดวงตาคู่นั้นราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นพรั่นพรึง ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยวระ1คายเคือง มีเพียงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจนผู้พบเห็นต้องหนีบกระดูกสันหลังด้วยความหนาวเหน็บ
เขามิได้กล่าวสิ่งใด เพียงแต่กวาดสายตามองไปยังตำราโอสถวิญญาณสวรรค์เก้าขั้นที่ถูกฉีกทราบจนแหลกละเอียดอยู่บนพื้นเบื้องเท้า นั่นคือสมบัติล้ำค่าที่เขาแลกมาด้วยแต้มคุณงามความดีตลอดครึ่งปี และยังเป็นกุญแจสำคัญในการปรับแต่งเส้นชีพจรลมปราณของตนเองในยามนี้
“เจ้าเงียบทำไม? หรือว่าความหวาดกลัวทำให้วิญญาณของเจ้าหลุดออกจากร่างไปแล้ว?” หลี่เทียนฮ่าวแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว พร้อมทั้งระเบิดพลังกดดันหนักหน่วงยิ่งขึ้น “ข้าเตือนเจ้าหลายครั้งแล้ว หลินฟาน... คนไร้รากฐานลมปราณเช่นเจ้า สมควรซ่อนตัวอยู่แต่ในมุมมืดของหุบเขาขยะ ไม่สมควรแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองแสงตะวันแห่งสำนักเมฆาขาว การที่เจ้ายื่นมือมาแตะต้องสมบัติที่สูงส่งเกินเอื้อม คือความรaุกล้ำที่สมควรต้องชดใช้ด้วยเศษเสี้ยวชีวิต”
สิ้นเสียง ร่างของสมุนรับใช้เบื้องหลังหลี่เทียนฮ่าวอีกสองคนก็พุ่งทะยานออกมาราวกับเงาพราย หมายจะกดร่างของหลินฟานให้คุกเข่าลงกับพื้นเพื่อประจานความอัปยศ
ทว่า... ในวินาทีที่ฝ่ามืออันหยาบกร้านกำลังจะแตะถึงไหล่ของหลินฟาน
*เปรี้ยง!*
คลื่นกระแสลมปราณที่มองไม่เห็นระเบิดออกรอบกายของหลินฟานอย่างฉับพลัน ร่างของสมุนทั้งสองกระเด็นถอยหลังไปคนละสามก้าว กระอักโลหิตออกมาคำโต ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก พวกมันเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา—พลังปราณระดับหลอมรวมลมปราณขั้นห้าของพวกมัน เหตุใดจึงถูกสะท้อนกลับมาได้อย่างง่ายดายเช่นนี้?
หลินฟานยังคงไม่ขยับเขยื้อน เขากดมุมปากลงเล็กน้อย ปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันที่ลึกล้ำจนน่ากลัว น้ำเสียงราบเรียบแต่กังวานก้องราดรดลงไปในโสตประสาทของทุกคนราวกับเสียงคำรามจากขุมนรก
“สุนัขที่เห่าหอนเสียงดังที่สุด มักจะเป็นพวกที่หวาดกลัวความตายมากที่สุด... เจ้าคิดว่าเศษขยะตระกูลหลี่ของพวกเจ้า มีค่าพอให้ข้าต้องระคายเคืองอารมณ์เชียวหรือ?”
คำพูดนี้ดั่งสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของหลี่เทียนฮ่าว ใบหน้าที่เคยลำพองผยองกลับแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว ในฐานะศิษย์เอกผู้มีพรสวรรค์สูงส่งแห่งตระกูลใหญ่ เขากลับถูกศิษย์สายนอกผู้ต่ำต้อยหยามเกียรติ์ต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้ได้อย่างไร!
“รนหาที่ตายนัก! กระบี่เพลิงเมฆา!”
หลี่เทียนฮ่าวคำรามลั่น ชักกระบี่วิญญาณระดับปฐพีขั้นสูงออกจากฝัก แสงสีแดงฉานเจิดจ้าบาดตาพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า รัศมีกระบี่แผ่ซ่านความร้อนระอุราวกับลาวาจากใจกลางภูเขาไฟ พลังที่สะสมมาถูกปลดปล่อยออกมาในคราเดียว หมายจะผ่าร่างของหลินฟานให้ขาดเป็นสองท่อนในกระบวนท่าเดียว
วิชากระบี่นี้รวดเร็ว ดุดัน และเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าที่ปิดไม่มิด ท่ามกลางประกายไฟที่แตกกระจายราวกับหามطرฝนดารา ความกดดันระดับหลอมรวมลมปราณขั้นเก้าบีบอัดพื้นที่รอบบริเวณจนสั่นสะเทือน ศิษย์สายนอกหลายคนที่แอบดูอยู่ไกลๆ ต่างพากันหลับตาปี๋ด้วยความหวาดกลัว เพราะพวกมันรู้ดีว่า ต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นเดียวกัน หากรับกระบวนท่านี้ตรงๆ ก็มีแต่ต้องร่างแหลกสลายกลายเป็นจุล
แต่ทว่า... หลินฟานกลับไม่แม้แต่จะชายตามองกระบี่ที่พุ่งเข้ามา
ในห้วงมิติความคิดของเขา จิตวิญญาณแห่งมหาเทพผู้ผ่านการฆ่าฟันมานับไม่ถ้วนกำลังตื่นขึ้นอย่างช้าๆ ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณแห่งวิถีกระบี่ที่เหนือล้ำกว่าโลกใบนี้ไปนับอนันต์
เขาเพียงแค่ยกมือขวาขึ้นช้าๆ ราวกับกำลังหยิบจับสายลมที่ว่างเปล่า
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนเป็นเหน็บหนาวดั่งน้ำแข็งพันปี เสียงลมหายใจของสรรพสิ่งคล้ายหยุดชะงักลง
ณ เบื้องบนยอดเขาเมฆาขาวอันไกลโพ้น มู่หรงเซวี่ยผู้กำลังยืนสงบนิ่งอยู่ริมหน้าผาเพื่อมองลงมายังเขตสายนอก ดวงตาคู่สวยที่เคยเย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งพลันไหววูบ หัวใจของนางกระตุกวูบอย่างรุนแรงเมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังกระบี่ที่บริสุทธิ์และไร้เทียมทานจนน่าสะพรึงกลัวสายนั้น นางรีบพลิกตัว สัญชาตญาณของเทพธิดาแห่งสำนักบอกให้นางรู้ทันทีว่า... หลินฟานกำลังจะใช้วิชาที่แท้จริงออกมาแล้ว!
และในขณะที่ปลายกระบี่เพลิงเมฆาของหลี่เทียนฮ่าวอยู่ห่างจากหน้าผากของหลินฟานเพียงแค่หนึ่งชี่...
หลินฟานก็ดีดนิ้วออกไปเบื้องหน้าอย่างแผ่วเบา
*ฉับพลัน!*
ประกายกระบี่สีครามเข้มสายหนึ่งพุ่งทะลวงผ่านความว่างเปล่า ทะยานตัดผ่านกระบี่เพลิงเมฆาโดยปราศจากเสียงปะทะ ทว่าคมกระบี่กลับเฉือนผ่านตัวกระบี่วิญญาณระดับปฐพีจนขาดสะบั้นเป็นสองท่อนราวกับตัดเต้าหู้ และยังคงพุ่งเลยผ่านหัวไหล่ของหลี่เทียนฮ่าวไปอย่างเฉียดฉิว ปักคาลงบนเสาหินเบื้องหลังจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง!
หลี่เทียนฮ่าวแข็งค้างเติ่ง ร่างกายหยุดชะงัก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เม็ดเหงื่อกาฬไหลโทรมกายเมื่อความตายผ่าน
เฉียดผ่านปลายจมูกไปเพียงกระเบียดนิ้วเดียว
ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมทั่วบริเวณนั้นเอง เสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงและทรงพลังก็ดังขึ้นจากด้านนอก พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นของผู้อาวุโสสำนักผู้ดูแลกฎระเบียบที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับศิษย์พี่ใหญ่อีกคนหนึ่ง... ผู้ซึ่งถือครองป้ายคำสั่งลับจากเจ้าสำนักโดยตรง!
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ยอดเขาเซียนไปพร้อมกับข้าครับ
เซียนกระบี่ล้างแค้น อย่าให้ข้าต้องร้ายใส่เจ้า•ตอนที่ 9
ศิษย์สายนอกผู้ถูกลืม
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ล้างแค้น อย่าให้ข้าต้องร้ายใส่เจ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!