เซียนกระบี่ล้างแค้น อย่าให้ข้าต้องร้ายใส่เจ้า•ตอนที่ 8

หนึ่งกระบี่สยบหมื่นผู้เกรงขาม

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
"ก้าวต่อไป... เจ้าจะเดินไปทางไหน?" เสียงหวานใสเย็นชาของมู่หรงเซวี่ยยังคงก้องกังวานอยู่ในห้วงความคิด แม้ว่าเงาร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ของนางจะถอยห่างออกไปยืนสงบนิ่งอยู่บนแท่นบัญชาการศิษย์สายในแล้วก็ตาม แรงกดดันจากกระบี่ *เหมันต์นิรันดร์* ของนางยังคงทิ้งไอเย็นยะเยือกไว้บนผิวแก้มของหลินฟาน ราวกับร่องรอยการท้าทายที่ไร้คำพูด เบื้องหน้าของหลินฟานในเวลานี้ คือ "ลานพิสูจน์มรรคา" พื้นศิลาสีนิลอายุกว่าหมื่นปีที่สลักลวดลายค่ายกลโบราณ ไอพลังปราณสีขาวขุ่นพวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแยกของพื้นศิลา ราวกับลมหายใจของสัตว์อสูรบรรพกาล รอบด้านรายล้อมไปด้วยสายตาหลายพันคู่ของผู้อาวุโสและศิษย์สำนักเมฆาขาว ทุกสายตาต่างจดจ้องมาที่บุรุษหนุ่มผู้ถือครองกระบี่ไม้ไผ่ธรรมดาเล่มหนึ่ง—หลินฟาน "ฮ่าๆๆ! ช่างน่าขันนัก! ศิษย์น้องหลิน อาศัยเพียงกระบี่ไม้ไร้คมเล่มนั้น เจ้าคิดจะผ่านด่านทดสอบ 'เก้ากระบี่สวรรค์สะท้าน' ของสำนักเราจริงหรือ? หรือเจ้าเพียงแค่อยากมาสร้างความอับอายให้แก่สายโลหิตของตระกูลหลินกันแน่!" เสียงหัวร่อเยาะหยันดังแหวกอากาศขึ้นมา ผู้ที่เอ่ยคือ 'ไป๋หู่' ศิษย์พี่ใหญ่อันดับหนึ่งแห่งหอชำระกระบี่ ร่างกำยำของเขาสวมชุดเกราะศิลาโลหิต ในมือถือดาบยักษ์หนาเตอะที่แผ่พุ่งจิตสังหารรุนแรง เขาจ้องมองหลินฟานด้วยแววตาดดูถูกเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง หลินฟานมิได้หันไปมองแม้แต่น้อย เขายังคงยืนนิ่งสงบ ราวกับรูปสลักหินผาที่ผ่านลมฝนมานับร้อยปี ดวงตาคู่คมกริบดั่งคมกระบี่ทอประกายล้ำลึก สัจธรรมแห่งวิถีกระบี่ที่เขาบรรลุจากการกลับชาติมาเกิดหาใช่สิ่งที่คนเช่นไป๋หู่จะเข้าใจ "ความโง่เขลา มักมาพร้อมกับเสียงคำรามที่ดังเสมอ" หลินฟานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าก้องกังวานไปทั่วบริเวณ ราวกับเสียงระฆังทองคำที่สะเทือนถึงจิตวิญญาณของผู้ฟัง "ไป๋หู่... เจ้าถือครองดาบมาสามสิบปี แต่จิตวิญญาณของเจ้ายังคงเป็นเพียงสุนัขรับใช้ที่เห่าหอนใต้เงาของผู้อื่น วันนี้ ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นว่า ความห่างชั้นระหว่าง 'ผู้ใช้กระบี่' กับ 'เศษสวะที่ถือเหล็กกล้า' มันแตกต่างกันอย่างไร" *เปรี้ยง!* จิตสังหารระเบิดออกทันที ไป๋หู่บันดาลโทสะจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว "สามหัน! เจ้าเด็กสารเลว วันนี้ข้าจะฉีกร่างเจ้าเป็นชิ้นๆ!" สิ้นเสียงคำราม ไป๋หู่ทะยานร่างเข้าหาด้วยความเร็วสูงดั่งอสนีบาต ดาบยักษ์ในมือแผ่ไอสีเลือดพวยพุ่ง ก่อตัวเป็นรูปพยัคฆ์คลั่งคำรามสะท้านฟ้า พลังปราณขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์กดทับลงมาจนพื้นศิลาเบื้องล่างแตกร้าวเป็นทางยาว ผู้ชมรอบด้านต่างพากันสูดปากด้วยความหวาดกลัว นี่คือกระบวนท่าสังหาร "พยัคฆ์โลหิตทะลวงนภา" ที่แม้แต่ผู้อาวุโสยังต้องขมวดคิ้ว แต่มู่หรงเซวี่ยที่นั่งอยู่บนแท่นสูงกลับไม่มีทีท่าตกใจแม้แต่น้อย ดวงตาคู่งามของนางเพียงแค่กะพริบช้าๆ มุมปากบางยิ้มน้อยๆ อย่างเยือกเย็น นางรู้ดีว่า... กระบี่ของหลินฟานยังไม่เคยชักออกจากฝัก และเมื่อมันชักออกมา ยุทธภพแห่งนี้จะต้องสั่นสะเทือน หลินฟานยังคงยืนหยัดอยู่ที่เดิม ร่างกายมิได้ขยับเขยื้อนแม้แต่นصفก้าว จนกระทั่งเงาดาบสีเลือดพุ่งเข้ามาประชิดตัว ห่างเพียงไม่ถึงคืบ ในเสี้ยววินาทีความเป็นความตายนั้นเอง... ดวงตาสีดำสนิทของหลินฟานเปลี่ยนเป็นประกายสีเงินยวดยิ่ง เขาไม่ได้หลบ และไม่ได้ใช้ลมปราณต้านรับ ทว่าเขาเพียงแค่ 'ก้าวเท้า' ออกไปหนึ่งก้าว *ฟรึบ!* ก้าวนี้ลึกล้ำราวกับกาลเวลาหยุดนิ่ง ภาพติดตาของหลินฟานปรากฏขึ้นถึงสามสายในเวลาเดียวกัน พลังวิญญาณธรรมชาติรอบตัวหมุนวนเข้าหาตัวเขาอย่างบ้าคลั่ง กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินดูเหมือนจะยอมสยบอยู่ใต้ฝ่าเท้าของชายหนุ่มผู้นี้ "วิชา... ย่างก้าวไร้ลักษณ์!" ผู้อาวุโสสูงสุดผู้หนึ่งที่นั่งชมอยู่ถึงกับผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความตกตะลึง ดวงตาเบิกกว้างจนแทบถล่นออกมา "นี่มันวิชาตัวเบาสวรรค์ที่สูญหายไปเมื่อสามพันปีก่อนมิใช่หรือ!" หลินฟานเคลื่อนผ่านร่างของไป๋หู่ไปราวกับสายลมพัดผ่าน กระบี่ไม้ไผ่ในมือยังคงอยู่ในสภาพเดิม มิได้ถูกชักออกมาแม้แต่น้อย ทว่า... *ฉับพลัน!* เงาดาบพยัคฆ์โลหิตสลายกลายเป็นความว่างเปล่า ไป๋หู่ชะงักค้างกลางอากาศ ร่างกายของเขานิ่งสนิท ดวงตาเบิกค้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เส้นผมบนศีรษะค่อยๆ หลุดร่วงลงมาทีละเส้น เกราะศิลาโลหิตที่หน้าอกเกิดรอยร้าวละเอียดเป็นใยแมงมุม ก่อนที่มันจะแตกละเอียดเป็นผุยผง! *พรวด!* เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกจากปากของไป๋หู่ ร่างกายของเขาทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นศิลาอย่างหมดสภาพ ความพ่ายแพ้มาเยือนโดยที่เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายใช้วิชาอะไรโจมตี! ความเงียบสงัดปกคลุมลานพิสูจน์มรรคาชั่วขณะ ทุกคนต่างกลั้นหายใจ หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวและเคารพยำเกรง นี่คือความน่าสะพรึงกลัวอันใดกัน? ชายหนุ่มผู้ใช้เพียงกระบี่ไม้ไผ่ กลับสามารถสยบศิษย์พี่ใหญ่อันดับหนึ่งได้ด้วยการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียว! "เจ้า..." ไป๋หู่เงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุด ร่างกายสั่นเทาน้อยๆ "เจ้ามันปีศาจ..." หลินฟานยืนหันหลังให้ ยื่นมือเรียวยาวแตะที่ด้ามกระบี่ไม้ไผ่เบาๆ น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้นแผ่วเบา "ข้าบอกแล้ว... ว่าเจ้าเป็นเพียงสุนัขที่ถือเหล็กกล้า" ท่ามกลางความเงียบงันและความตกตะลึงของคนทั้งสำนัก จู่ๆ ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยแจ่มใสก็พลันมืดครึ้มลงอย่างกะทันหัน เมฆสีดำทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง สายฟ้าสีม่วงเข้มผ่าฟาดลงมากลางลานพิสูจน์ รัศมีพลังกดทับระดับ 'เซียนแท้จริง' แผ่ซ่านลงมาจากรอยแยกของมิติเบื้องบน พร้อมกับเงาร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีทองอร่ามที่ก้าวออกมาจากความว่างเปล่าอย่างช้าๆ "ฮ่าๆๆ ช่างเป็นกระบี่ที่น่าสนใจยิ่งนัก หลินฟาน... เจ้าคิดว่าเจ้าไร้พ่ายแล้วจริงๆ งั้นรึ?" (ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ยอดเขาเซียนไปพร้อมกับข้าครับ) --- *นามปากกา: กระบี่ไร้ลักษณ์*
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ล้างแค้น อย่าให้ข้าต้องร้ายใส่เจ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%