กลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอัมอมอันชื้นแฉะของหุบเขาอัสดง ปราณอสูรระดับสามแผ่ซ่านกดทับจนอากาศรอบบริเวณราวกับถูกแช่แข็งด้วยน้ำค้างแข็งพันปี
"ถอยไป... เจ้ายังไม่พร้อมรับมือกับมัน"
น้ำเสียงเรียบเฉยแต่เปี่ยมด้วยอำนาจเด็ดขาดของหลินฟานดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่จดจ้องไปยังเงาขนาดมหึมาที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่หลังม่านหมอกหนาทึบ มันคือ 'พยัคฆ์อัคคีทมิฬ' สัตว์อสูรบรรพกาลที่มีตบะแก่กล้าเทียบเท่ามนุษย์ผู้ฝึกตนในขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์
มู่หรงเซวี่ยขมวดคิ้วเรียวสวยเล็กน้อย ความเยือกเย็นดั่งเซียนหิมะบนยอดเขาปรากฏร่องรอยความกังวล นางกระชับกระบี่ในมือแน่นขึ้นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด แม้สำนักเมฆาขาวของนางจะมีชื่อเสียงเรื่องวิชา剣อันล้ำเลิศ แต่การเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับสามโดยตรงย่อมไม่ใช่เรื่องที่จะประมาทได้
"หลินฟาน... อย่าดูถูกข้าเกินไปนัก" มู่หรงเซวี่ยกล่าวเสียงแผ่วเบา ทว่าแววตากลับฉายประกายดื้อรั้น นางก้าวเท้าถอยหลังครึ่งก้าวเพื่อเปิดพื้นที่ให้บุรุษผู้ทะนงตนผู้นี้ได้แสดงวิถีกระบี่ที่นางเฝ้าหลงใหลและยอมมอบหัวใจให้เงียบๆ แม้ปากจะปฏิเสธ แต่หัวใจกลับเต้นรัวระรัวทุกครั้งยามที่อยู่เคียงข้างเขา
*โฮกกกกก—!*
เสียงคำรามสะท้านฟ้าดินดังขึ้น พยัคฆ์อัคคีทมิฬทะยานร่างพุ่งออกจากม่านหมอก กรงเล็บหน้าปกคลุมด้วยเปลวเพลิงสีครามร้อนระอุพุ่งตรงเข้าใส่หัวใจของหลินฟานในพริบตา ความเร็วดั่งสายฟ้าแลบจนแทบมองไม่ทัน
ทว่าหลินฟานหาได้ขยับเขยื้อนไม่ ร่างกายของเขายังคงตั้งตรงดั่งต้นสนพันปีบนหน้าผาสูงชัน มือขวาสำรวมวางไว้ที่ด้ามกระบี่บิน 'อัสนีโลหิต' ที่เหน็บอยู่ข้างเอว
*วิ้ง...*
เสียงกระบี่สั่นพ้องกับจิตวิญญาณดังขึ้นเบาๆ สัจธรรมแห่งเต๋ากระบี่ไหลเวียนผ่านเส้นชีพจร ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกรอบกายจนใบไม้รอบบริเวณแหลกสลายเป็นผุยผงในชั่วลมหายใจเดียว
นี่คือวิถีกระบี่ที่แท้จริง ไม่จำเป็นต้องมีกระบวนท่ามากมาย เพียงจิตกระบี่เดียวก็เพียงพอที่จะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน
"รนหาที่ตาย"
หลินฟานเอמהพพำเบาๆ ราวกับเสียงกระซิบของมัจจุราช
นิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวดีดสะบัดเบาๆ ดึงกระบี่ออกจากฝักเพียงครึ่งนิ้ว!
*ฉัวะ!*
ประกายแสงสีเงินยววงเส้นหนึ่งพาดผ่านความมืดมิดของหุบเขา มันบางราวด้ายไหมแต่กลับทรงพลังยิ่งกว่าภูเขาทั้งลูก ปราณกระบี่พุ่งทะยานผ่านร่างของพยัคฆ์อัคคีทมิฬไปอย่างแนบเนียน ไร้เสียงกรีดร้อง ไร้การต่อต้าน
กาลเวลาคล้ายหยุดนิ่งไปชั่วขณะ
พยัคฆ์อัคคีทมิฬที่กำลังพุ่งทะยานกลางอากาศชะงักค้าง ดวงตาสีเพลิงเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างมหึมาค่อยๆ ปรากฏรอยแยกบางๆ บริเวณกลางลำตัว ก่อนจะถูกแบ่งออกเป็นสองซีกอย่างสมบูรณ์ และร่วงหล่นลงพื้นดินพร้อมกับเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นย้อมผืนหญ้าจนกลายเป็นสีชาด
สมุนไพรวิญญาณ 'บัวเพลิงสวรรค์' ที่อยู่เบื้องหลังร่างของอสูรไร้ซึ่งสิ่งกีดขวาง ทอแสงเรืองรองล่อตาล่อใจ ทว่ามู่หรงเซวี่ยกลับไม่ได้มองมันเลย สายตานางจับจ้องเพียงแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้เพิ่งเก็บกระบี่เข้าฝักอย่างเยือกเย็น
ความแข็งแกร่งนี้... ช่างน่าสะพรึงกลัวและช่างน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน
หลินฟานหันกลับมามองนาง แววตาที่เคยเย็นชาอ่อนลงชั่วพริบตา เขายื่นมือออกไปลูบกลุ่มผมสีดำขลับของนางเบาๆ อย่างทะนุถนอม "เจ้าปลอดภัยดีก็พอแล้ว"
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังโรยตัวลงมาปกคลุม บรรยากาศรอบด้านกลับแปรเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกขึ้นอย่างกะทันหัน ปราณกระบี่มืดมนสายหนึ่งพุ่งแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วสูงจากยอดเขาเบื้องบน
*ตึง!*
เงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นบนกิ่งไม้ใหญ่ ดวงตาภายใต้หน้ากากทองคำจ้องมองซากพยัคฆ์อัคคีทมิฬด้วยแววตาวาวโรจน์ ก่อนจะเบนสายตามายังหลินฟานและมู่หรงเซวี่ย พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นวิถีกระบี่ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ สมคำร่ำลือ... ศิษย์พี่หลินฟานแห่งสำนักกระบี่สวรรค์ แต่ทว่า... สมุนไพรบัวเพลิงสวรรค์ต้นนั้น หาใช่ของที่จะตกเป็นของพวกเจ้า!"
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่อันไร้จุดสิ้นสุดนี้นะครับ
เซียนกระบี่ล้างแค้น อย่าให้ข้าต้องร้ายใส่เจ้า•ตอนที่ 6
ศึกชิงสมุนไพรวิญญาณ
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ล้างแค้น อย่าให้ข้าต้องร้ายใส่เจ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!