เซียนกระบี่ล้างแค้น อย่าให้ข้าต้องร้ายใส่เจ้า•ตอนที่ 17

สัญญาใจใต้ต้นท้อ

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
"กระบี่เล่มนี้... ไม่เคยรู้จักความลังเล หากเจ้ายังมัวแต่ว้าวุ่นด้วยเรื่องไร้สาระ เกรงว่าปลายทางของวิถีกระบี่คงจบลงที่ความตาย" สุ้มเสียงทุ้มต่ำแต่ก้องกังวานดุจเสียงระฆังสำริดในห้วงลึกแห่งจิตวิญญาณดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนที่ดวงจันทร์กระจ่างฟ้า หลินฟานยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าแท่นหินโบราณ ไอสังหารจางๆ แผ่ซ่านออกจากร่างจนมวลอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น เขากำลังฝึกฝนเคล็ดวิชา 'กระบี่ไร้ลักษณ์' ขั้นที่เจ็ด ซึ่งเป็นด่านเคราะห์ทางจิตใจที่แม้แต่เซียนในอดีตยังต้องหวาดผวา มู่หรงเซวี่ยยืนอยู่ห่างออกไปเพียงสามก้าว นางในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพเซียนหลุดมาจากภาพวาด เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวตามแรงลมปราณที่หมุนวน แม้ใบหน้างามล้ำจะยังคงความเย็นชาเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี ทว่าแววตาคู่คมกลับฉายประกายความห่วงใยที่ยากจะปกปิด นางมองแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลจากการต่อสู้ศึกนับร้อย หัวใจที่เคยด้านชาและปิดตายมาตลอดชีวิตเซียนกลับไหววูบอย่างรุนแรง "หลินฟาน... เจ้าฝืนตัวเองเกินไปแล้ว" มู่หรงเซวี่ยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบดั่งสายน้ำ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยในยามที่ลมหายใจสะดุด "บาดแผลจากค่ายกลอัคคีโลกันต์เมื่อวานยังไม่ทันสมานดี เหตุใดจึงต้องเร่งรีบทะลวงค่ายกลจิตวิญญาณคืนนี้ด้วยเล่า?" หลินฟานค่อยๆ ลดคมกระบี่ในมือลง ชายหนุ่มหันกลับมาสบตากับนาง แววตาที่เคยเย็นชาและดุดันยามเผชิญหน้ากับศัตรู บัดนี้กลับอ่อนแสงลงอย่างประหลาด รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างยากจะพบเห็น "ความแค้นของตระกูลหลินรอคอยไม่ได้... และเซียนกระบี่เช่นข้า ยิ่งไม่มีเวลาให้สูญเปล่า" หลินฟานกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นเล็กน้อย ก้าวเท้าเข้ามาใกล้หญิงสาวทีละก้าว "แต่หากเป็นเรื่องของเจ้า... ข้ากลับรู้สึกว่า เวลาที่มีอยู่ช่างสั้นเหลือกำลัง" คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของมู่หรงเซวี่ย นางสะท้านเฮือก ใบหน้างามขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างควบคุมไม่ได้ ความเย็นชาที่นางใช้สร้างเป็นเกราะกำบังตนมาตลอดหลายร้อยปีพังทลายลงในชั่วพริบตา นางเป็นถึงเทพธิดาแห่งสำนักเมฆาขาว ผู้คนต่างก้มหัวให้ด้วยความยำเกรง ไร้ซึ่งบุรุษใดกล้าสบตาตรงๆ แต่กับบุรุษเบื้องหน้านี้ เขากลับมองทะลุผ่านเปลือกนอกอันเย็นชาเข้าไปถึงจิตวิญญาณที่โดดเดี่ยวของนางได้อย่างง่ายดาย ภายใต้ร่มเงาของต้นท้อพันปีที่กำลังผลิดอกเบี้ยวนับพันกลีบ กลีบดอกสีชมพูอ่อนโปรยปรายลงมาราวกับหิมะโปรย กลืนไปกับบรรยากาศอันเงียบสงบและเต็มไปด้วยกระแสพลังปราณที่บริสุทธิ์ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกท้อลอยอบอวลเคล้าคลอไปกับกลิ่นอายจางๆ ของเลือดและเหล้าสวรรค์ที่ติดตัวหลินฟานมา มู่หรงเซวี่ยเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนความเขินอาย นางเอ่ยเสียงเบาหวิว "คารมคมคายนัก... เจ้าไปจำคำหวานเหล่านี้มาจากที่ใดกัน?" "ข้าไม่เคยกล่าวคำหวาน ข้าเพียงพูดความจริง" หลินฟานหยุดยืนตรงหน้าห่างกันเพียงลมหายใจ กลิ่นกายบุรุษและไอความร้อนจากปราณเซียนแผ่ซ่านกระทบผิวกายของนางจนหัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ มือหนาที่ผ่านการจับด้ามกระบี่มานับไม่ถ้วน เอื้อมออกไปอย่างช้าๆ ปัดกลีบดอกท้อที่ติดอยู่บนเรือนผมสีดำสนิทของนางออกอย่างทะนุถนอม สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้นมู่หรงเซวี่ยตัวแข็งทื่อ นางหลับตาลงชั่วขณะ ยอมปล่อยให้ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านเข้าสู่หัวใจ นี่คือความใกล้ชิดที่เกินเลยกว่าขอบเขตของคำว่าสหายร่วมเป็นร่วมตาย แต่มันคือสายใยแห่งจิตวิญญาณที่ผูกมัดทั้งสองไว้ด้วยกันท่ามกลางยุทธภพอันโหดร้าย "เซวี่ยเอ๋อร์" หลินฟานเอמהส1เรียกชื่อนางด้วยน้ำเสียงที่ทุบทลายกำแพงสุดท้ายในใจของหญิงสาว "เส้นทางเบื้องหน้าเต็มไปด้วยเลือดและศัตรูที่แม้แต่ฟ้าดินยังต้องสั่นสะเทือน เจ้า... ยังยินดีที่จะเดินเคียงข้างข้าไปจนถึงจุดสูงสุดแห่งเต๋าหรือไม่?" มู่หรงเซวี่ยลืมตาขึ้น แววตาของนางกลับมาแน่วแน่มั่นคงอีกครั้ง ทว่าเต็มไปด้วยความลึกซึ้งที่ยอมมอบให้คนตรงหน้าเพียงผู้เดียว นางเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา รอยยิ้มงดงามราวดอกไม้แรกแย้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า ทำเอาสรรพสิ่งรอบกายราวกับหยุดนิ่ง "ต่อให้ฟ้าดินล่มสลาย กระบี่ในมือข้าก็จะปกป้องหลังให้เจ้า... หลินฟาน ข้าไม่เคยกลัวความตาย แต่ข้ากลัวการต้องมีชีวิตอยู่โดยปราศจากเจ้ามากกว่า" คำตอบนั้นเด็ดเดี่ยวและหนักแน่นยิ่งกว่าคำสบถสาบานใดๆ ในยุทธภพ หลินฟานนิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนที่ดวงตาของมหาเทพผู้กลับชาติมาเกิดจะฉายแววอ่อนโยนอย่างถึงที่สุด เขาโน้มตัวลงประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากเนียนนุ่มของนางอย่างแผ่วเบา ท่ามกลางกลีบดอกท้อที่ร่วงหล่นโปรยปราย ราวกับเวลาและห้วงมิติได้หยุดหมุนลง ณ ชั่วขณะนี้ ทว่า ความสุขสงบมักอยู่ได้ไม่นาน... ทันใดนั้นเอง ท้องนภายามราตรีที่เคยกระจ่างใสกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด เมฆหมอกทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง สายฟ้าสีทองคำฟาดผ่าลงมากลางหุบเขาเมฆาขาวจนแผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น แรงกดดันระดับมหาเทพกดทับลงมาจากเบื้องบนจนกระบี่ในฝักของหลินฟานสั่นสะท้านส่งเสียงร้องคำรามโหยหวนราวกับรับรู้ถึงภัยอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา เงาร่างสีดำทมิฬนับร้อยสายปรากฏขึ้นบนยอดเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่กรีดแทงแก้วหู ดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วทิศทาง "ฮ่าๆๆๆ! หลินฟาน! ข้าตามหาตัวเจ้าพบแล้ว! วันนี้แหละคือวันตายของคู่รักเซียนกำมะลออย่างพวกเจ้า!" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมติดตามและส่งแรงใจให้มหาเทพหลินฟานและแม่นางมู่หรงเซวี่ยมา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ล้างแค้น อย่าให้ข้าต้องร้ายใส่เจ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%