กลิ่นกระดาษคาร์บอนผสมกับกลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มลอยอวลอยู่ในห้องทำงานของสำนักงานกฎหมายยามวิกาล แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบสันแฟ้มเอกสารคดีสิทธิ์การครอบครองที่ดินโครงการแกรนด์พาร์ค ซึ่งกองสุมอยู่ตรงหน้าทนายความสาว
รินรดากวาดสายตาคมกริบอ่านทบทวนมาตรากฎหมายในเอกสารแผ่นสุดท้าย ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะทำงานเป็นจังหวะสม่ำเสมอสะท้อนถึงความคิดที่กำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว เธอไม่เคยปล่อยให้ช่องโหว่ใดๆ รอดพ้นจากสายตา ไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่งมูลค่ามหาศาลหรือคดีอาญาซับซ้อน แต่ค่ำคืนนี้... โฟกัสในสมองของเธอกลับถูกรบกวนด้วยภาพร่างสถาปัตยกรรมของชายคนหนึ่ง
อชิร... สถาปัตยกรรมทุกเส้นสายของเขาเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและทิฐิอันแรงกล้า
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งก่อนที่ร่างสูงโปรดของลูกความและคู่กรณีทางกฎหมายในคราวเดียวกันจะก้าวเข้ามาโดยไม่รอให้เธออนุญาต อชิรอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปーンที่ข้อมือจากการทำงานอย่างหนัก ใบหน้าหล่อเหลาคมคายติดจะเย็นชาไร้ความรู้สึกตามแบบฉบับของเขา แต่ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับฉายแววบางอย่างที่ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกท้าทาย
"คุณยังไม่กลับอีกหรือคะ ทนายรินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่น่าฟัง เจือความเย้ยหยันเล็กๆ ตามความสัมพันธ์อันเปราะบางระหว่างเขากับเธอ
"ถ้าฉันกลับบ้านไปนอนเหมือนคนอื่นๆ ป่านนี้เอกสารคดีป้องกันการฮุบที่ดินของคุณคงตกเป็นของธันวาไปเรียบร้อยแล้วค่ะ คุณอชิร" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาโดยไม่หลบเลี่ยง เธอยังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นและเป็นมืออาชีพ แต่หัวใจกลับเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะเมื่อเขาก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธอมากขึ้น
อชิรวางแฟ้มเอกสารอีกชุดลงบนโต๊ะ แรงกระแทกเบาๆ ทำให้กระดาษสั่นไหวเล็กน้อย เข้มโน้มตัวลงใช้มือทั้งสองข้างยันขอบโต๊ะ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนรินรดาได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวเขา เป็นระยะห่างที่อันตรายและเกินขอบเขตของความเป็นมืออาชีพ
"คุณกำลังปกป้องโปรเจกต์ของผม หรือกำลังปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองกันแน่ครับ ที่ไม่ยอมแพ้ให้ไอ้ธันวา?" อชิรเอ่ยถาม น้ำเสียงนุ่มนวลแต่กดดัน ชวนให้สติกระเจิดกระเจิง
"ฉันทำงานตามหน้าที่ค่ะ และเกียรติของนักกฎหมายไม่เคยขายให้ใคร... โดยเฉพาะกับคนที่มีทิฐิสูงจนมองไม่เห็นความจริงอย่างคุณ" รินรดาตอบโต้ทันควัน ดวงตากลมโตเปล่งประกายความดื้อรั้น ไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันทางกายภาพที่เขากำลังสร้างขึ้น
แทนที่จะโกรธ อชิรกลับหัวเราะในลำคอแผ่วเบา รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นชั่วขณะทำให้ใบหน้านั้นดูมีเสน่ห์ร้ายกาจจนน่ากลัว รินรดารู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้ม—ไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่มันคือปฏิกิริยาทางเคมีที่เธอไม่อาจควบคุมเมื่ออยู่ใกล้เขาในระยะประชิดแบบนี้
"คุณปากเก่งเสมอเวลาอยู่ในศาลหรือหลังโต๊ะทำงานนี่..." อชิรลากเสียงยาว สายตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของเธอ "แต่ผมสงสัยเหลือเกินว่า... เวลาที่คุณไม่มีกฎหมายมาคอยปกป้อง คุณจะยังกล้าต่อปากต่อคำกับผมแบบนี้อยู่ไหม"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาๆ กลายเป็นฉากหลังให้กับความตึงเครียดที่เปลี่ยนรูปไปอย่างสิ้นเชิง ความเป็นศัตรูที่เคยคั่นกลางระหว่างพวกเขาเริ่มละลายหายไป แทนที่ด้วยแรงดึงดูดทางกายภาพที่รุนแรงและเร่าร้อนจนน่าตกใจ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของอชิร และเป็นครั้งแรกที่เธอเห็นความเปราะบางซ่อนอยู่ภายใต้ความเย่อหยิ่งเหล่านั้น
"ถอยไปค่ะ คุณอชิร คุณกำลังล้ำเส้น" เธอย้ำเสียงแข็ง พยายามซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง แต่ร่างสูงกลับไม่ถอยหนี กลับยิ่งก้าวเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับพนักเก้าอี้
อชิรเอื้อมมือหนาขึ้นสัมผัสกรอบหน้าของเธอเบาๆ ปลายนิ้วอุ่นจัดปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มออกอย่างทะนุถนอมสัมผัสที่ขัดกับภาพลักษณ์เย็นชาโดยสิ้นเชิงทำให้รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง สมองส่วนตรรกะที่เคยสั่งการอย่างเฉียบคมพังทลายลงในชั่วพริบตา
"ผมยอมล้ำเส้นตั้งแต่วันที่คุณเลือกยืนข้างผมแล้วล่ะครับ..." เสียงกระซิบพร่าเลือนดังอยู่ชิดริมฝีปาก
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันตั้งตัว อชิรก็โน้มลงมาประทับริมฝีปากอุ่นร้อนลงบนเรียวปากของเธออย่างแม่นยำและหนักแน่น ความนุ่มนวลถูกแทนที่ด้วยความหิวกระหายและโหยหาที่ถูกเก็บกดมานาน สัมผัสรุกเร้าแต่เปี่ยมด้วยชั้นเชิงทำให้รินรดาลืมสิ้นทุกข้อกฎหมาย ลืมแม้กระทั่งชื่อของตัวเอง มือเรียวที่เคยถือปากกาเขียนสำนวนคดี ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาขยุ้มปกเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างกายที่กำลังอ่อนระทวย ลมหายใจที่ประสานกันในความเงียบสงบขับเน้นความวาบหวามให้ทวีความรุนแรงขึ้น รสจูบที่ลึกซึ้งและดุดันดึงดิ่งทั้งคู่ลงสู่ห้วงปรารถนาอันลึกล้ำที่ไม่อาจถอนตัว
ทว่า... ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรินรดาก็กะ습ดังขึ้น ทำลายมนต์สะกดทุกอย่างให้แตกกระเจิง
รินรดาสะดุ้งเฮือก หอบหายใจหนักหน่วง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความกระดากอายและอารมณ์ที่ยังค้างคา เธอดันแผงอกกว้างของอชิรให้ออกห่างเล็กน้อย แม้ว่าในใจจะยังเสียดายสัมผัสอุ่นนั้นก็ตาม อชิรผละออกช้าๆ ดวงตาสีดำสนิทมองเธอนิ่งด้วยประกายตาวับวาวที่ยากจะคาดเดา เขายกมือขึ้นเกลี่ยเส้นผมที่ยุ่งเหยิงของเธอเบาๆ อีกครั้ง ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงจัด
"รับสายเสียสิครับ... บางทีข่าวดีชิ้นใหญ่อาจจะกำลังรอเราอยู่"
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา เธอเอื้อมมือไปหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏว่าเป็นเบอร์สายตรงจากสำนักงานสืบสวนเอกชนที่เธอจ้างให้หาหลักฐานลับเรื่องการทุจริตของธันวา
เธอกดรับสายโดยมีอชิรยืนกอดอกมองอยู่ใกล้ๆ เสียงปลายสายที่รายงานออกมาทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ
"ทนายรินรดาครับ... เราเจอตัวพยานปากเอกของธันวาแล้วครับ และเขากำลังเดินทางมาที่สำนักงานของคุณตอนนี้!"
มิดไนท์คิส หวังว่าตอนนี้น จะทำให้คุณรี้ดใจเต้นแรงและพร้อมลุยไปกับตอนต่อไปนะคะ!
ทนายสายดิ่งกับสถาปนิกไร้จุดยืน•ตอนที่ 12
เส้นขนานที่เริ่มบรรจบ
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสายดิ่งกับสถาปนิกไร้จุดยืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!