ทนายสายดิ่งกับสถาปนิกไร้จุดยืน•ตอนที่ 13

กลยุทธ์การโต้กลับ

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
เสียงตบแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะประชุมหินอ่อนหนาหนักดังสะท้อนก้องห้องกระจกนิกรีตชั้นสี่สิบห้า มันไม่ใช่เสียงแห่งความเกรี้ยวกราดอย่างไร้เหตุผล แต่เป็นจังหวะการประกาศสงครามที่คำนวณมาอย่างแยབยลแล้ว ธันวากวาดสายตามองผู้ถือหุ้นทุกคนด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เคลือบยาพิษ ในขณะที่อชิรยังคงนั่งไขว่ห้างนิ่งสนิท ใบหน้าคมสันเรียบเฉยราכרสลักจากหินอ่อน ทว่าดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับคมกริบดุจใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่หลังนวมกำมะหยี่ "โครงการแลนด์마크โซน A กำลังจะตกเป็นของบริษัทเราอย่างสมบูรณ์แบบในวาระการลงมตินี้ครับ... อ้อ ขออภัย ดิฉันหมายถึง ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ค่ะ" ธันวาจงใจเปลี่ยนสรรพนามเพื่อเยาะเย้ย ท่ามกลางเสียงพึมพำเห็นพ้องของคณะกรรมการฝ่ายบริหารที่ถูกซื้อตัวไปเรียบร้อยแล้ว รินรดาซึ่งนั่งอยู่เคียงข้างอชิรในฐานะที่ปรึกษาทางกฎหมาย ขยับแว่นตากรอบทองบางเฉียบเล็กน้อย เธอยังไม่ปริปากพูดอะไร ปล่อยให้เกมจิตวิทยานี้ดำเนินไปตามจังหวะที่เธอวางหมากไว้ ความนิ่งเงียบของทนายสาวมือหนึ่งทำให้ธันวาชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มบนหน้าของเขาเริ่มสั่นคลอนเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงตานิ่งสนิทคู่นั้น ดวงตาที่มองเขาเหมือนมองตัวตลกที่กำลังเต้นอยู่บนลานประหาร "คุณธันวาดูจะมั่นใจในตัวเลขส่วนต่างสามร้อยล้านนั่นเสียเหลือเกินนะคะ" เสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ รินรดาประสานมือเรียวยาววางไว้บนโต๊ะ เอกสารชุดหนาถูกผลักออกไปข้างหน้าด้วยปลายนิ้วที่เคลือบเล็บสีนู้ดเรียบหรู "แต่เกรงว่าข้อตกลงซื้อขายล่วงหน้าฉบับที่คุณถืออยู่ จะกลายเป็นเศษกระดาษไร้ค่า... ก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดินเสียอีกค่ะ" ธันวาหัวเราะในลำคอ สีหน้าเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง "คุณทนายรินรดา อย่าเอาสำนวนโวหารในชั้นศาลมาใช้ขู่ผมเลยครับ ทุกอย่างถูกกฎหมาย ลายเซ็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ก็อยู่ครบถ้วน..." "แต่ลายเซ็นของ 'ผู้มีอำนาจยับยั้งสิทธิ์' ตามกฎบัตรบริษัทข้อที่สิบสอง... ไม่มีค่ะ" อชิรแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่น่าเกรงขาม สถาปนิกหนุ่มโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย รังสีคุกคามอันเยือกเย็นแผ่ซ่านจนอุณหภูมิในห้องประชุมลดฮวบลงทันที "และบังเอิญว่า คนๆ นั้นนั่งอยู่ตรงนี้... ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิสถาปัตยกรรมอนุรักษ์ ซึ่งถือครองสิทธิ์วีטוในโครงการนี้เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์เต็ม" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมฉับพลัน ธันวาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว เขาคว้าแท็บเล็ตขึ้นมาเลื่อนดูข้อมูลอย่างลนลาน ก่อนจะพบความจริงอันโหดร้ายว่า ช่องโหว่ทางกฎหมายที่เขาใช้เวลาปั้นแต่งมาแรมปีถูกทำลายลงอย่างราบคาบด้วยรอยต่อของข้อกฎหมายที่รินรดาขุดคุ้ยขึ้นมาพลิกเกมในวินาทีสุดท้าย "คุณ... พวกคุณเล่นตุกติกอะไร!" ธันวาตบโต๊ะเสียงดังลั่น "เราไม่ได้เล่นตุกติกค่ะคุณธันวา เราแค่เล่นตามกติกา... แต่บังเอิญว่าพวกเราอ่านกติกาครบทุกบรรทัด ต่างจากคุณที่มักจะละเลยตัวอักษรตัวเล็กๆ ที่อยู่ท้ายหน้ากระดาษเสมอ" รินรดายิ้มรับอย่างงดงาม เป็นรอยยิ้มที่เฉียบคมและอันตรายที่สุดเท่าที่ธันวาเคยพบเจอมา หลังจากการประชุมล่มไม่เป็นท่าและธันวาต้องเดินคอตกออกไปพร้อมกับความพ่ายแพย ประตูห้องทำงานส่วนตัวของอชิรก็ถูกปิดล็อกลงอย่างแน่นหนา ความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดสัปดาห์ถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศที่ร้อนรุ่มและเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ภาพลักษณ์อันเยือกเย็นของทั้งคู่ ทันทีที่แผ่นหลังของรินรดาชนเข้ากับบานประตูไม้เนื้อหนา อชิรก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบคู่นั้นเปลี่ยนจากความนิ่งสงบเป็นประกายไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง ร่างสูงใหญ่กักตัวเธอไว้ระหว่างวงแขน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับซอกคอระหงทันทีที่เขาโน้มใบหน้าลงมา "คุณเก่งมาก... รินรดา" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมฝีปาก นิ้วเรียวแกร่งของสถาปนิกหนุ่มไล้ไปตามแนวคางขอเธอแผ่วเบา ก่อนจะเคลื่อนตัวลงมาสัมผัสกระดุมเม็ดบนของเสื้อสูททางการอย่างจงใจ รินรดาไม่ได้ถอยหนี เธอยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขาแทน ดวงตากล้าได้กล้าเสียมองสบตากับเขาอย่างท้าทาย "ฉันไม่ได้ทำเพื่อคุณเสียหน่อย... ฉันทำเพื่อชัยชนะต่างหากล่ะคะ อชิร" "ปากแข็ง..." อชิรหัวเราะในลำคออย่างเย้ายวน ก่อนที่ริมฝีปากร้อนผ่าวจะประกบเข้ากับกลีบปากนุ่มของเธออย่างไร้การลังเล จูบนั้นไม่ใช่ความอ่อนหวาน แต่เป็นการบดขยี้และเรียกร้อง รสชาติของชัยชนะผสมผสานกับความกระหายใคร่รู้ที่อัดอั้นมานาน รินรดาเผยริมฝีปากออกต้อนรับสัมผัสรุกรานนั้นอย่างเต็มใจ เรียวลิ้นเกี่ยวพันกันดุจเกมหมากรุกที่ไม่มีใครยอมใคร มือบางจิกขยำเส้นผมสีเข้มของเขาแน่นระบายความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วสันหลัง อชิรช้อนอุ้มร่างบางขึ้นแนบกายอย่างง่ายดาย รินรดาเกี่ยวเรียวขาเข้ากับสะโพกสอบของเขาโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณดิบเถื่อนของคนทั้งคู่ตื่นเต็มตา เนื้อผ้าที่เสียดสีกันสร้างความเร่าร้อนจนแทบคลั่ง เขาพาเธอก้าวเดินไปที่โซฟาหนังตัวยาวกลางห้องโดยที่ริมฝีปากยังไม่ละออกจากกัน เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศ เมื่อแผ่นหลังของเธอล้มลงสัมผัสกับความนุ่มของโซฟา อชิรก็ตามทาบทับลงมาทันที น้ำหนักตัวที่กดทับลงมาทำให้รินรด้ารู้สึกถึงความมั่นคงและอันตรายในคราวเดียวกัน มือใหญ่สอดลูบไล้ไปใต้ร่มผ้า ลูบไล้ผิวเนื้อเนียนละเอียดที่ร้อนผ่าวตามอารมณ์ที่พุ่งพล่าน นิ้วแกร่งปลดเปลื้องพันธนาการบนเรือนร่างของเธอออกทีละชิ้นอย่างช้าๆ เผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าที่งดงามราวกับงานประติมากรรมชั้นเอก—งานศิลปะที่สถาปนิกหนุ่มผู้หยิ่งทะนงหลงใหลและต้องการครอบครองไว้แต่เพียงผู้เดียว "อื้อ... อชิร..." เสียงหวานครางแผ่วเบาเมื่อปลายนิ้วร้อนของเขาสัมผัสจุดอ่อนไหว รินรดาแอ่นกายรับสัมผัสวาบหวามนั้นโดยสัญชาตญาณ ความชาญฉลาดและมาดมั่นในห้องประชุมเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงหญิงสาวที่ยอมจำนนต่อรสสวาทอันเร่าร้อน สัมผัสที่ลึกซึ้งและหนักหน่วงดำเนินไปท่ามกลางความเงียบของราตรี เสียงครางกระซิบและลมหายใจที่ประสานกันคือบทเพลงแห่งการครอบครอง ทั้งคู่ต่างหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวในเกมรักที่ไม่มีผู้แพ้ผู้ชนะ มีเพียงความสุขสมที่ระเบิดออกซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนร่างบางสั่นสะท้าน ทว่า... ในขณะที่รินรดากำลังเคลิบเคลิ้มไปกับความหอมหวานอันยาวนาน เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นตัดบรรยากาศ *ติ๊ง!* หน้าจอเรืองแสงในความมืดเผยให้เห็นชื่อผู้ส่งที่ทำให้อชิรชะงักกึก สีหน้าของสถาปนิกหนุ่มเปลี่ยนสีไปในเสี้ยววินาที รินรดาลืมตาขึ้นมองความผิดปกติบนใบหน้าของชายหนุ่ม ก่อนที่เขาจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดอ่านข้อความนั้นด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ภาพถ่ายใบเสร็จการโอนเงินจำนวนมหาศาลจากบัญชีลับ... พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงจากเบอร์แปลก *'ความลับเรื่องบริษัทล้มละลายของตระกูลคุณ... พรุ่งนี้เช้าขึ้นหน้าหนึ่งแน่นอนครับคุณอชิร'* มิดไนท์คิส หวังว่าตอนนี้น จะทำให้คุณรี้ดใจเต้นแรงและพร้อมลุยไปกับตอนต่อไปนะคะ!
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสายดิ่งกับสถาปนิกไร้จุดยืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%