ทนายสายดิ่งกับสถาปนิกไร้จุดยืน•ตอนที่ 9

เงาอดีตที่ตามหลอกหลอน

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทถูกผลักข้ามโต๊ะไม้มะฮอกกานีตัวยาวมาหยุดตรงหน้าอชิร แรงปะทะของมันเบาหวิวแต่กลับหนักหน่วงราวน้ำหนักของภูเขาทั้งลูกที่กดทับลงบนหัวใจ สุ้มเสียงหัวเราะในลำคอของธันวาเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท พร้อมกับประโยคพิพากษาที่ว่า *“เกมจบแล้วครับ คุณอชิร... และดูเหมือนว่าเอกสารสิทธิ์ทั้งหมด ตอนนี้มาอยู่ในมือผมเรียบร้อยแล้ว”* ร่างสูงในชุดสูทสั่งตัดพิเศษยังคงนั่งนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองสันแฟ้มด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ความพ่ายแพ้ไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมสำหรับสถาปนิกผู้เติบโตมาบนซากปรักหักพังของธุรกิจครอบครัว แต่สิ่งที่กัดกร่อนความรู้สึกของเขาในวินาทีนี้ หาใช่การสูญเสียที่ดินแปลงสุดท้ายของโปรเจกต์ หากแต่เป็นเงาลางเลือนของอดีตที่กำลังย้อนกลับมาทับถม อชิรหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่กรีดซ้ำรอยแผลเป็น ห้าปีก่อน... ณ สถานที่แห่งนี้ หรืออาจจะเป็นโต๊ะทำงานตัวเดียวกันนี้ รินรดาเคยยืนอยู่ตรงมุมห้องพร้อมกับแฟ้มเอกสารคดีความในมือ แววตาของเธอในวันนั้นไม่ได้คมกริบและเย็นชาเท่ากับทนายความหญิงแถวหน้าในวันนี้ แต่มีความดื้อรั้นและประกายไฟแห่งความยุติธรรมที่ร้อนแรงเสียจนเขาเกือบจะยอมจำนนต่อตรรกะของเธอ "คุณกำลังเล่นกับไฟ อชิร" น้ำเสียงหวานนุ่มทว่าเด็ดขาดในความทรงจำดังแทรกขึ้นมาในโสตประสาท "และไฟกองนั้นก็จะเผาผลาญแม้กระทั่งคนที่คุณรักที่สุด... รวมถึงตัวคุณเองด้วย" เขาลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าไม่ใช่ธันวาผู้กำชัยชนะ และไม่ใช่ห้องประชุมในเครือข่ายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ แต่เป็นอพาร์ตเมนต์ส่วนตัวในยามวิกาลที่แสงไฟจากตึกสูงระฟ้าด้านนอกสาดส่องเข้ามาเป็นลวดลายเรขาคณิตบนพื้นห้อง รินรดากำลังยืนอยู่ริมหน้าต่าง หันหลังให้เขา มือเรียวบางยกแก้วคริสตัลบรรจุของเหลวสีอำพันขึ้นจิบช้าๆ ราวกับล่วงรู้ว่าเขากำลังเผชิญกับรสชาติความพ่ายแพ้ที่ขมขื่นเพียงใด "คุณไม่น่าปล่อยให้ธันวาเดินเกมนี้ได้ตั้งแต่แรก" รินรดาเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมามอง เสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าแฝงร่องรอยบางอย่างที่พวกเขาทั้งคู่ต่างเข้าใจดี—ร่องรอยของความผูกพันที่ถูกฝังกลบไว้ด้วยอีโก้และกฎเกณฑ์ทางวิชาชีพ อชิรลุกขึ้นจากโซฟา ขายาวก้าวเข้าไปใกล้ร่างเพรียวบางที่ยืนทอดสายออกไปเบื้องล่าง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมไม้จันทน์หอมกรุ่นที่คุ้นเคยปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่เขาพยายามกด ทับมาตลอดหลายปี เขายื่นมือออกไป ปลายนิ้วสัมผัสเบาๆ ที่ข้อศอกมนภายใต้เสื้อเชิร์ตผ้าไหมสีขาวของเธอ รินรดาสะดุ้งเล็กน้อยแต่มิได้ขัดขืน ปฏิกิริยาตอบสนองนั้นคือความยินยอมพร้อมใจที่ไร้คำพูด "คุณกำลังยุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่ไม่ใช่คดีของคุณ รินรดา" อชิรโน้มใบลงกระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านผิวแก้มเนียนนุ่มจนทนายสาวขนลุกซู่ "ฉันไม่ได้ทำเพื่อคุณ" เธอบิดตัวกลับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตคู่สวยสะท้อนภาพใบหน้าของเขาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า "ฉันทำเพื่อความถูกต้อง และ... เพื่อไม่ให้คนโง่บางคนต้องสูญเสียทุกอย่างไปมากกว่านี้" บทสนทนาคมคายที่เคยใช้เฉือดเฉือนกันในศาล บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นอาวุธแห่งความปรารถนา รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ความท้าทายในแววตานั้นคือเชื้อเพลิงชั้นดีที่จุดประกายไฟในตัวอชิรให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง มือหนาเลื่อนขึ้นโอบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น แรงดึงดูดระหว่างคนทั้งสองรุนแรงและเด็ดเดี่ยวไม่แพ้เกมธุรกิจที่เพิ่งจบลง อชิรประกบเรียวปากลงบนกลีบปากนุ่มทันทีอย่างไร้การลังเล จูบนั้นไม่ได้นุ่มนวลหรือประนีประนอม หากแต่เป็นการรุกรานที่เรียกร้องและดุดัน รสชาติของความพ่ายแพ้ ความโกรธแค้น และความโหยหาที่ถูกเก็บกดมานานนับปีหลอมรวมเข้าด้วยกันในรสจูบที่ลึقةซึ้ง รินรดาส่งเสียงครางแผ่วในลำคอ มือเรียวเล็กยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง จิกปลายนิ้วลงบนเส้นผมหนาเพื่อระบายความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย เรียวลิ้นร้อนเกี่ยวพันกันอย่างเร่าร้อน ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบงันและบีบคั้น อชิรยกตัวเธอขึ้นจนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดกับกระจกใสบานใหญ่ เบื้องล่างคือมหานครที่ยังคงเคลื่อนไหว แต่โลกของพวกเขากลับหยุดนิ่งเหลือเพียงเสียงหอบหายใจและสัมผัสจากผิวเนื้อที่เสียดสีกัน นิ้วมือเรียวยาวของสถาปนิกหนุ่มสอดเข้าไปใต้สาบเสื้อ ลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่มจนร่างบางสะท้านเฮือก ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านไปทุกตารางนิ้ว ปลุกเร้าอารมณ์เสน่หาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์ทนายความสาวผู้เยือกเย็น รินรดาแอ่นกายเข้าหาอย่างไร้การป้องกัน สติสัมปชัญญะและตรรกะที่เคยยึดมั่นพังทลายลงทีละน้อย เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบแห่งความเป็นมนุษย์ที่โหยหาการเติมเต็ม เสื้อผ้าชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกปลดเปลื้องออกท่ามกลางแสงไฟสลัว ผิวเนื้อเปลือยเปล่าสัมผัสกันและกัน ความเย็นของกระจกด้านหลังถูกแทนที่ด้วยความร้อนระอุจากอุณหภูมิร่างกายที่พุ่งสูงขึ้น อชิรซุกใบหน้าลงที่ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มเบาๆ จนเกิดรอยสีจาง ท่ามกลางเสียงครางกระเซ่าที่ดังคลอไปกับเสียงลมหายใจหอบกระชั้น "อชิร..." เธอเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า ดวงตาฉ่ำน้ำมองตรงมาที่เขาด้วยความยอมจำนนอย่างสมบูรณ์แบบ "อย่าทำให้ฉันเสียใจ..." "ผมไม่เคยทำร้ายคนที่ผมปรารถนา... รินรดา" เขากระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนจะประทับจูบลงไปอีกครั้งเพื่อปิดกั้นคำพูดทั้งหมด บทรักของผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมาโชกโชนดำเนินไปอย่างลึกซึ้งและเร่าร้อน ทุกสัมผัสคือการเรียกร้องสิทธิ์และการครอบครอง ทั้งดุดันและอ่อนหวานในคราเดียวกัน ร่างกายทั้งสองแนบสนิทประสานเป็นหนึ่งเดียว ท่ามกลางความสุขสมที่ระเบิดออกในความมืดมิดของค่ำคืนนั้น ความทรงจำในอดีตที่เคยเจ็บปวดถูกลบเลือนด้วยความเร่าร้อนในปัจจุบัน เหลือเพียงร่องรอยของความสัมพันธ์ที่ยากจะตัดขาด ทว่า ในขณะที่อชิรดึงรั้งร่างงามเข้ามาแนบอกภายใต้ผ้าห่มผืนหนาหลังเพลิงสมาคมมอดดับลง เสียงเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงก็สว่างวาบขึ้นมาในความมืด รินรดาเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาด้วยความงงงวย ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นภาพหน้าจอ เอกสารสิทธิ์ที่ธันวาเพิ่งครอบครองเมื่อหัวค่ำถูกส่งต่อมาพร้อมกับข้อความจากบุคคลปริศนาที่พวกเขาคาดไม่ถึง *“เกมยังไม่จบหรอกค่ะคุณอชิร... เพราะตัวจริงของคนที่ถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงนั้น คือฉันเอง”* มิดไนท์คิส หวังว่าตอนนี้น จะทำให้คุณรี้ดใจเต้นแรงและพร้อมลุยไปกับตอนต่อไปนะคะ!
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสายดิ่งกับสถาปนิกไร้จุดยืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%