ทนายสายดิ่งกับสถาปนิกไร้จุดยืน•ตอนที่ 10

พันธมิตรที่ไม่เต็มใจ

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะกระจกนิรภัยดังสนั่น สะท้อนก้องห้องประชุมสำนักงานกฎหมายที่เงียบงันจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน รินรดาปรายตามองเอกสารการเงินที่ถูกเลื่อนมาตรงหน้าด้วยปลายนิ้วเรียวยาวที่เคลือบด้วยยาทาเล็บสีนู้ดเรียบสนิท ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบคู่นั้นราวกับจะทะลุผ่านกระดาษแผ่นนั้นไปถึงตัวคนที่จงใจส่งมันมา "คุณกำลังเล่นเกมที่อันตรายเกินไปนะคะ คุณอชิร" น้ำเสียงของทนายความสาวนิ่งเรียบ ทว่าทรงพลังจนกดดันให้อากาศในห้องเบาบางลงไปถนัดตา "คิดจะใช้ฉันเป็นโล่กันกระสุนให้โครงการรีสอร์ตของคุณ ในขณะที่คุณเก็บงำหลักฐานสำคัญที่สุดไว้คนเดียว แบบนี้ไม่แฟชั่นสำหรับมืออาชีพเลยค่ะ" อชิร สถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสมบูรณ์แบบไม่แม้แต่จะกะพริบตา เขานั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม แผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างผ่อนคลาย ทว่ากล้ามเนื้อทุกมัดกลับเกร็งเครียดราวกับเสือดาวที่พร้อมตะครุบเหยื่อ แสงไฟนีออนจากเพดานตกกระทบสันจมูกโด่งเป็นคมและโครงหน้าครึ่งซีกที่อยู่ในเงาสลัว ภาพลักษณ์เย็นชาและหยิ่งทะนงนั้นฉายชัดถึงความกดดันที่เขากำลังเผชิญ—กดดันจากธันวา คู่แข่งทางธุรกิจที่จ้องจะฮุบทุกตารางนิ้วของตระกูลเขา "ผมไม่ได้ใช้คุณเป็นโล่ ทนายรินรดา" อชิรเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวลแต่มั่น1มั่นในที รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก "แต่ผมกำลังยื่นข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้ต่างหาก ธันวาไม่ได้แค่ต้องการทำลายชื่อเสียงบริษัทผม เขาต้องการให้ผมสูญเสียทุกอย่าง... รวมถึงสิทธิ์ในที่ดินมรดกชิ้นสุดท้ายที่คุณก็รู้ว่ามันคดีความพัวพันอยู่" รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ศอกทั้งสองข้างวางทอดบนโต๊ะ ประสานมือเข้าหากันในท่าทางที่พร้อมรุกฆาต "คุณคิดว่าฉันไม่รู้เหรอคะว่าธันวาอยู่เบื้องหลังการปล่อยข่าวฉาวเรื่องโครงสร้างอาคารทรุดตัว? ข้อมูลที่คุณมีมันอาจจะพอทำให้ธันวาแสบๆ คันๆ แต่มันไม่พอที่จะปิดเกม... เว้นแต่ว่า เราจะร่วมมือกัน" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ บทสนทนาเชิงกลยุทธ์ถูกหยุดพักด้วยสายตาที่ปะทะกันอย่างดุเดือด ทั้งสองต่างเป็นนักล่าในเกมอำนาจที่ไม่มีใครยอมใคร รินรดามองลึกลงไปในดวงตาสีสนิมของสถาปนิกหนุ่ม เธอมองเห็นความมืดมน ปมปัญหาในอดีต และความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะปกป้องเกียรติภูมิของวงศ์ตระกูล ในขณะที่อชิรก็พิจารณาทุกรายละเอียดบนใบหน้าเรียบเฉยแต่เปี่ยมด้วยความมั่นใจของเธอ—ผู้หญิงที่ใช้กฎหมายเป็นอาวุธได้เฉียบคมยิ่งกว่ามีดผ่าตัด "พันธมิตรที่ไม่เต็มใจ..." อชิรพึมพำทวนคำ นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยประกายความเร่าร้อนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดสุขุม "ฟังดูน่าสนใจดีนี่ครับ... เอ่อ... ค่ะ" เขาแก้คำพูดตัวเองทันทีเมื่อเห็นรินรดาเลิกคิ้วขึ้นอย่างจับผิด "ระวังคำพูดหน่อยนะคะ อชิร" รินรดาผ่อนลมหายใจยาว เหยียดยิ้มบางที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "ถ้าเราจะร่วมมือกันเพื่อสืบหาตัวหนอนบ่อนไส้ที่ขายข้อมูลให้ธันวา กฎข้อแรกคือห้ามมีความลับต่อกัน และกฎข้อที่สอง..." เธอเว้นจังหวะ ปลายนิ้วเรียวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ "ห้ามเอาความรู้สึกส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้องเด็ดขาด" อชิรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงและเส้นเลือดปูดโปน เขาเดินอ้อมโต๊ะกระจกเข้ามาหยุดยืนอยู่ใกล้เก้าอี้ของเธอ รัศมีกดดันจากตัวตนของเขาแผ่ซ่านจนรินรดาต้องเงยหน้าขึ้นมอง กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และน้ำหอมราคาแพงลอยเข้าแตะจมูก ปลุกสัญชาตญาณดิบที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ตรรกะอันเคร่งครัดให้ตื่นขึ้น "บางที..." เสียงกระซิบของอชิรต่ำพร่าจนเกือบ1เกือบจะกลายเป็นเสียงครางในลำคอเมื่อเข้มโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนปลายจมูกเกือบจะเฉียดเข้ากับกรอบแว่นของเธอ "ความรู้สึกส่วนตัวอาจจะเป็นสิ่งเดียว... ที่ทำให้เราเล่นเกมนี้จนชนะก็ได้นะคะ ทนายรินรดา" ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปัดป่าวกระทบผิวแก้มทำให้หัวใจของทนายความสาวกระตุกวูบ แต่วินัยอันเข้มงวดของเธอก็สั่งให้เอี้ยวตัวหลบเล็กน้อย พร้อมกับใช้มือดันแผงอกแกร่งของเขาให้ออกห่างอย่างสุภาพ ทว่าหนักแน่น "ถอยไปค่ะ อชิร เรากำลังคุยเรื่องงาน" "ผมก็กำลังคุยเรื่องงานอยู่เหมือนกัน..." อชิรยิ้มมุมปาก นัยน์ตาดำขลับพราวระยับด้วยความท้าทาย เขายื่นแฟ้มเอกสารลับอีกแฟ้มหนึ่งลงบนโต๊ะ "นี่คือรายชื่อกรรมการบริษัทที่รับสินบนจากธันวา และหนึ่งในนั้น... คือคนใกล้ตัวที่สุดของคุณเอง" รินรดาชะงัก ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นชื่อบนเอกสารแผ่นนั้น ความตื่นตระหนกพาดผ่านใบหน้าเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เธอจะรีบควบคุมสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม เธอยื่นมือไปหยิบแฟ้มนั้นขึ้นมาเปิดดูอย่างรวดเร็ว สมองประมวลผลข้อมูลมหาศาลด้วยความเร็วสูง "คุณแน่ใจแค่ไหน?" เสียงของเธอสั่นน้อยมากจนแทบไม่ได้ยิน "ผมไม่เคยพลาดเรื่องข้อมูล... เหมือนที่คุณไม่เคยพลาดเรื่องคดีความ" อชิรตอบเสียงนุ่ม ขณะที่มือใหญ่เอื้อมไปแตะขอบแฟ้มเอกสารที่เธือกำลังถืออยู่ ปลายนิ้วของเขาสัมผัสโดนหลังมือของเธอโดยบังเอิญ ความร้อนผ่าวจากผิวสัมผัสส่งกระแสไฟอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วร่างของทั้งคู่จนรินรดาต้องรีบชักมือกลับราวกับถูกไฟลวก บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปในพริบตา ความตึงเครียดทางธุรกิจถูกแทนที่ด้วยแรงดึงดูดทางเพศที่อัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก ทั้งสองยืนประจันหน้ากันในระยะประชิด ความเงียบงันระหว่างพวกเขากลายเป็นสนามรบทางอารมณ์ที่ร้อนระอุยิ่งกว่าเอกสารคดีใดๆ ทว่า ในวินาทีที่อชิรโน้มตัวลงมาหมายจะกระซิบอะไรบางอย่างที่ชวนให้ใจสั่นระทึก เสียงกริ่งโทรศัพท์ภายในห้องทำงานก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอยื่นมือไปกดรับสายโดยไม่ละสายตาไปจากร่างสูงที่ยืนค้ำหัวเธออยู่ "พูดค่ะ" เสียงปลายสายหว,หวาดหวั่นและหอบสะท้านดังลอดออกมาจากลำโพง "คุณรินรดาคะ... แย่แล้วค่ะ! เอกสารลับชุดสุดท้ายที่เก็บไว้ในตู้เซฟชั้นล่าง ถูกงัดแงะและตอนนี้... มันหายไปแล้วค่ะ!" รินรดาขมวดคิ้วแน่น ดวงตาหรี่แคบลงด้วยความตกใจ ขณะที่อชิรหันขวับไปมองที่ประตูห้องทันทีด้วยสัญชาตญาณนักล่า ทันใดนั้น ไฟในห้องประชุมทั้งหมดก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิด มีเพียงแสงไฟนีออนกะพริบจากลานจอดรถด้านนอกที่สาดส่องเข้ามาเป็นเงาทอดยาว และเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังก้าวเข้ามาใกล้ประตูห้องทีละนิด... ทีละนิด... มิดไนท์คิส หวังว่าตอนนี้น จะทำให้คุณรี้ดใจเต้นแรงและพร้อมลุยไปกับตอนต่อไปนะคะ!
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสายดิ่งกับสถาปนิกไร้จุดยืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%