แสงไฟสีส้มอมแดงจากรอยแยกระหว่างบานประตูกระจกฝ้า นิยามความหมายของคำว่า "เขตหวงห้าม" ได้ชัดเจนยิ่งกว่าป้ายเตือนใดๆ ในสำนักงาน
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่เงาร่างของบุคคลที่สาม ซึ่งทาบทับอยู่บนพื้นคอนกรีตขัดมันกำลังขยับเข้าใกล้เรื่อยๆ เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่สะท้อนก้องในความเงียบสงบยามวิกาล ไม่ใช่เสียงของอชิร... สถาปัตยกรรมแห่งนี้ถูกออกแบบให้เก็บเสียงเป็นเยี่ยม แต่เสียงหัวใจของเธอกลับเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอกเสื้อสูทสีเข้ม
“คุณไม่ควรมาอยู่ตรงนี้ รินรดา”
เสียงทุ้มต่ำและเยียบเย็นดังขึ้นจากความมืด พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของอชิรที่ก้าวออกมาจากมุมอับของเสาคอนกรีต เขาไม่ได้เดินมาจากทางที่บุคคลที่สามกำลังเข้ามา แต่เขาดักรอเธออยู่ก่อนแล้ว... ในพื้นที่ส่วนตัวที่สุด ที่ไม่เคยมีบุคคลภายนอกคนไหนได้รับอนุญาตให้เหยียบย่างเข้ามา
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ คืนความนิ่งสงบให้แววตาคู่คมกริบ เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา โดยไม่แยแสต่อเงาร่างที่กำลังเคลื่อนใกล้เข้ามาหลังบานกระจกฝ้า
“ถ้าฉันไม่มา ฉันก็คงไม่รู้ว่าสถาปนิกผู้รักความสมบูรณ์แบบอย่างคุณ กำลังซ่อนหลักฐานชิ้นสำคัญอะไรไว้เบื้องหลังกำแพงกันเสียงพวกนี้ค่ะ อชิร” น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำตาล
อชิรแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาไม่ได้แสดงอาการตกใจเลยสักนิดที่มีคนบุกรุกพื้นที่ส่วนตัว ตรงกันข้าม เขากลับก้าวเข้าไปหารินรดาอย่างเชื่องช้า จนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับบานกระจกเย็นเฉียบ
กลิ่นอายเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นกระดาษไข ดินสอไม้ และบุหรี่ราคาแพงเจือจาง—โอบล้อมเธอไว้ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างเขากับกำแพง
“คุณฉลาดเกินไป รินรดา... และความฉลาดมักเป็นภัยต่อตัวคุณเองเสมอ” อชิรโน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านพวงแก้มเนียน เสียงฝีเท้าด้านนอกหยุดลงแล้ว แต่ความตึงเครียดกลับพุ่งสูงขึ้นจนแทบจะระเบิด
“แต่ความจริงคือสิ่งที่ฉันยึดถือค่ะ ไม่ใช่ความลับที่คุณพยายามปกปิด” เธอยังคงสบตากับเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง แม้ร่างกายจะรับรู้ได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลจากตัวตนของชายหนุ่มที่อยู่ใกล้แค่คืบ
ทว่า ก่อนที่บทสนทนาเชือดเฉือนจะดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูกระจกสามครั้งก็ดังขึ้นอย่างเยือกเย็นจากภายนอก... ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยจนน่าสะพรึงกลัวของธันวา
“เปิดประตูเถอะครับ คุณอชิร... หรือว่าคุณกำลังต้อนรับแขกคนสำคัญอยู่ข้างในนั้น?”
อชิรชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบไหววูบเพียงเสี้ยววินาที—ร่องรอยของความพ่ายแพ้ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย่อหยิ่งกำลังจะพังทลายลง หากแต่ในวินาทีวิกฤตนั้น มือหนากลับควחוสเอวบางของรินรด้าเข้าหาตัวอย่างแรง ก่อนจะดันเธอทะลุผ่านบานประตูกระจกบานเลื่อนที่ซ่อนอยู่กลายๆ เข้าไปใน "โซนหวงห้าม" ด้านในสุดอย่างรวดเร็ว
ประตูเลื่อนปิดสนิทลงพร้อมกับเสียงล็อกอัตโนมัติที่กลืนหายไปกับความมืด
ความมืดมิดภายในสตูดิโอส่วนตัวอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความลับและอารมณ์ดิบเถื่อนที่ถูกเก็บกดมานาน อชิรดันรินรดาแนบชิดติดกับผนังกระจกใสฝ้าที่มองเห็นเงาร่างลางๆ ของธันวาเดินวนเวียนอยู่ด้านนอก ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้น ร่างกายแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน
“ถ้าเขาจับได้ว่าคุณอยู่กับฉันในนี้... เกมนี้เราจะจบเห่ทั้งคู่” อชิรพกระซิบชิดริมหู เสียงของเขาพร่าสั่นด้วยแรงปรารถนาที่ยากจะควบคุม ขณะที่ปลายนิ้วเรียวยาวเริ่มลูบไล้ไปตามแนวสันหลังของเธอผ่านเนื้อผ้าชุดสูทอย่างจงใจ
รินรดากัดริมฝีปากแน่น ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนกับความเร้าใจอันตรายที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้ แต่แรงต้านทานนั้นช่างอ่อนแรงเหลือเกินเมื่อเทียบกับความร้อนรุ่มที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
“คุณมันบ้า... อชิร” เธอครางแผ่วในลำคอ เมื่อริมฝีปากร้อนจัดของเขาฉวยโอกาสกดจູບลงบนซอกคอขาวเนียนอย่างอุกอาจ สัมผัสวาบหวามนั้นทำเอาเข่าของเธอแทบทรุด
“ใช่... ผมมันบ้า ตั้งแต่ยอมให้ผู้หญิงอย่างคุณก้าวเข้ามาในพื้นที่ที่ไม่มีใครเคยได้แตะต้องแล้ว”
อชิรไม่ปล่อยให้เธอได้ทันตั้งตัว มือหนาช้อนสะโพกสอบของเธอขึ้นจนรินรดาต้องใช้แขนโอบรอบคอเขาไว้โดยอัตโนมัติเพื่อไม่ให้ร่วงหล่น ริมฝีปากร้อนรุ่มประกบจູບปิดเรียวปากอิ่มของเธออย่างดุดันและเรียกร้อง เป็นรสจูบที่เปี่ยมด้วยความอัดอั้น ความโกรธเกรี้ยว และความหิวกระหายที่ถูกปลุกเร้าท่ามกลางวิกฤตอันตรายภายนอก
เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความตื่นเต้นหวาดเสียวจากสายตาของธันวาที่อยู่ห่างออกไปแค่กระจกกั้น ผสมผสานกับสัมผัสเร่าร้อนวาบหวามที่อชิรมอบให้ ทำให้เกร็ดตรรกะและเหตุผลทั้งหมดในสมองของทนายสาวพังทลายลงในพริบตา มือเรียวขยำกลุ่มผมสีดำสนิทของเขาแน่นระบายความเสียวซ่าน รสชาติของจูบนี้ทั้งอันตราย หอมหวาน และลุ่มลึกจนไม่อาจถอนตัว
เสียงลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันท่ามกลางความมืดมิด ขณะที่มือของอชิรเริ่มสอดลูบไล้ใต้ร่มผ้า ลูบไล้ผิวเนื้อเนียนละเอียดที่ร้อนผ่าวไม่แพ้กัน ความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและเกมอำนาจได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตศีลธรรมไปแล้วอย่างสมบูรณ์
ทว่า ในขณะที่อารมณ์รักกำลังโหมกระพือจนถึงขีดสุด เสียงกริ่งสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินของตึกก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นพร้อมกับแสงไฟสีแดงกะพริบวาบ
พร้อมๆ กับเสียงกระแทกประตูจากภายนอก และเสียงของธันวาที่ตะโกนเข้ามาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน—
“เกมจบแล้วครับ คุณอชิร... และดูเหมือนว่าเอกสารสิทธิ์ทั้งหมด ตอนนี้มาอยู่ในมือผมเรียบร้อยแล้ว”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ
ทนายสายดิ่งกับสถาปนิกไร้จุดยืน•ตอนที่ 8
พื้นที่ส่วนตัว
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสายดิ่งกับสถาปนิกไร้จุดยืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!