กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องประชุมใหญ่สำนักงานกฎหมายใจกลางกรุงเทพฯ ไม่ได้ช่วยลดทอนความร้อนรุ่มที่กำลังคุกรุ่นอยู่ภายใต้บรรยากาศตึงเครียดแม้แต่น้อย แสงไฟนีออนสีขาวนวลสาดส่องลงบนโต๊ะประชุมหินอ่อนขัดเงา สะท้อนเงาร่างของคนสองคนที่นั่งเผชิญหน้ากันดุจหมากรุกกระดานสำคัญที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรีและอนาคตทั้งหมด
รินรดาประสานปลายนิ้วเข้าหากันบนแฟ้มเอกสารหนังสีดำสนิท ดวงตากลมโตคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเบาจับจ้องไปยังชายหนุ่มฝั่งตรงข้าม นิ่งสนิทและเฉียบคมรา ใบมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดลงบนเนื้อเยื่อเพื่อค้นหาความจริงอันเจ็บปวด
“คุณกำลังบอกฉันว่า สถาปัตยกรรมที่ออกแบบมาเพื่อโอบอุ้มชีวิตผู้คน สามารถแลกมาด้วยลายเซ็นปลอมแปลงในเอกสารสิทธิ์ได้สินะคะ, คุณอชิร”
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของรินรดาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดทับบรรยากาศมานานนับนาที น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิทจนน่ากลัว ไม่มีร่องรอยของความลังเล ทว่าแฝงไว้ด้วยการประเมินค่าอย่างลึกซึ้ง
อชิรขยับตัวเล็กน้อย รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างเกียจคร้าน ทว่าดวงตาสีเข้มกลับวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธที่ถูกควบคุมไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเยือกเย็น สถาปนิกหนุ่มผู้เคยเชื่อมั่นในความสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ กำลังมองทนายความสาวราวกับเธอกำลังเหยียบยยำผลงานชิ้นเอกที่เขาสร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อ
“จริยธรรมในวิชาชีพของคุณมันแคบเกินไปหรือเปล่าคะ, รินรดา” อชิรย้อนถาม เสียงของเขาต่ำพร่า ทรงพลัง และบาดลึก “คุณมองโลกด้วยตัวบทกฎหมายที่แข็งกระด้าง จนมองไม่เห็นความเน่าเฟะของระบบที่บีบให้คนเราต้องเลือกทางเดินที่สกปรกที่สุดเพื่อให้รอดชีวิต”
“กฎหมายไม่ได้แข็งกระด้างค่ะ, แต่มันคือเส้นแบ่งเขตระหว่างมนุษย์กับสัตว์ป่า” รินรดาโต้กลับทันควัน นัยน์ตาคู่สวยวาววับขึ้นด้วยประกายแห่งการท้าทาย “ถ้าสถาปนิกอย่างคุณเริ่มยอมรับว่าความถูกต้องเป็นเรื่องยืดหยุ่นได้ ไม่ช้าก็เร็ว ตึกที่คุณสร้างก็คงถล่มลงมาทับผู้บริสุทธิ์... เหมือนกับชื่อเสียงของตระกูลคุณในอดีตไงคะ”
คำพูดนั้นพุ่งเป้าไปที่ปมในอดีตของอชิรอย่างแม่นยำราวกับลูกศรอาบยาพิษ กล้ามเนื้อกรามของสถาปนิกหนุ่มขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบจะจับต้องได้ อชิรโน้มตัวไปข้างหนvariable มือหนาวางทาบบนโต๊ะกระจก นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการจะแผดเผาคนตรงหน้าให้มอดไหม้
“คุณไม่รู้หรอกว่าผมต้องแลกด้วยอะไรบ้างกว่าจะมายืนอยู่ตรงนี้...” เสียงของอชิรต่ำลึกและใกล้ชิดขึ้น ราวกับเสียงกระซิบในความมืด “และคุณก็ไม่มีสิทธิ์มาตัดสินผม... จากแฟ้มเอกสารที่คุณถืออยู่”
ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดแคบลงโดยไม่รู้ตัว กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับน้ำหอมผู้ชายราคาแพงลอยปะทะนาสิกของรินรดา หัวใจของทนายความสาวกระตุกวูบไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดอันตรายที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวชายหนุ่ม ร่างกายของเขาสะท้อนความเหนื่อยล้า ความดุดัน และความปรารถนาที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้กรอบของความเป็นมืออาชีพ
รินรดาไม่หลบสายตา เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ร่างกายแนบชิดกับพนักเก้าอี้เพื่อสร้างระยะห่าง ทว่าริมฝีปากกลับเผยรอยยิ้มบางเบาที่เย้ายวนและท้าทายในคราวเดียวกัน
“ถ้าฉันตัดสินจากแค่แฟ้มเอกสาร... ฉันคงไม่มานั่งเสียเวลาถกเถียงเรื่องจริยธรรมกับคุณถึงเที่ยงคืนแบบนี้หรอกค่ะ, คุณอชิร” เธอกระซิบตอบ น้ำเสียงทุ้มหวานเจือความเย้ยหยัน “แต่ปัญหาคือ... เอกสารชิ้นล่าสุดที่ฉันเพิ่งได้รับมา มันไม่ได้พูดถึงแค่ความผิดพลาดของคุณหรอกนะคะ”
อชิรชะงักไป ดวงตาคมกวาดมองปฏิกิริยาของเธอ “คุณหมายความว่ายังไง”
รินรดายื่นมือเรียวเปิดแฟ้มเอกสารสีดำออกช้าๆ เผยให้เห็นสำเนาสัญญาฉบับหนึ่งที่ถูกคัดลอกมาอย่างดี นิ้วเรียวจุดลงบนบรรทัดสุดท้ายของเอกสาร ซึ่งมีลายเซ็นอันคุ้นเคยปรากฏหราอยู่ตรงนั้น—ลายเซ็นของ ‘ธันวา’ คู่แข่งทางธุรกิจผู้กุมความลับทั้งหมดของตระกูลอชิร
“บุคคลที่ลงนามในฐานะพยานเอกสารฉบับนั้น... ไม่ใช่ใครอื่น, นอกจากตัวธันวาเองค่ะ”
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มบนเรียวปากของเธอจางหายไป เหลือเพียงความจริงจังที่สั่นคลอนความมั่นใจทั้งหมดของอชิรในพริบตา
“และที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ...” ทนายความสาวโน้มตัวเข้าใกล้เขาอีกนิด กระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบ “ธันวาไม่ได้เป็นแค่พยาน... แต่เขาคือคนที่ถือสิทธิ์ครอบครองที่ดินแปลงที่คุณกำลังพยายามแย่งชิงมาตั้งแต่แรก... ทั้งหมดนี้มันคือเกมที่ถูกจัดฉากขึ้นเพื่อทำลายคุณให้ย่อยยับ... โดยที่คุณเป็นคนเดินเข้ามาติดกับด้วยความเต็มใจเองค่ะ”
อชิรนิ่งงัน ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ความโกรธเกรี้ยวที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกที่แล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง เมื่อความจริงอันน่าสะพรึงกลัวเริ่มปรากฏชัดขึ้นในหัว
ทว่า ก่อนที่เขาจะได้ทันเอ่ยคำใด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นก้องกังวานที่โถงทางเดินด้านนอก... ใกล้เข้ามาทุกที และหยุดลงตรงหน้าประตูห้องประชุมพพอดี
แสงไฟจากรอยแยกระหว่างบานประตูกระจกสะท้อนเงาร่างของบุคคลที่สาม ที่ก้าวเข้ามาในความมืดมิดโดยไม่ได้รับเชิญ...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ
ทนายสายดิ่งกับสถาปนิกไร้จุดยืน•ตอนที่ 7
คำถามที่ไม่มีคำตอบ
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายสายดิ่งกับสถาปนิกไร้จุดยืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!